หงส์แดงไม่สิ้นคนดี

พ่อมดน้อยได้จากเราไปเสียแล้ว จากไปเพื่อไปทำตามความฝันตั้งแต่ครั้งวัยเยาว์ให้เป็นจริงที่บาเซโลน่า แลกกับค่าตัวมหาศาลถึง 142 ล้านปอนด์ และค่าตัวที่สมน้ำสมเนื้อนี้ก็หวังว่าเจอร์เก้น คล๊อปและสโมสรจะสามารถนำไปใช้ได้อย่างเหมาะสม แต่ก่อนจะพูดถึงพ่อมดน้อยผู้นี้ ผมขอกล่าวถึงที่มาของหัวเรื่องที่ผมจั่วว่า “หงส์แดงไม่สิ้นคนดี” นี้กันก่อน




คำๆ นี้ฟังดูแล้วโรแมนติกพิลึก จริงๆ คำนี้เพื่อนผมคนนึงที่เชียร์ลิเวอร์พูลเหมือนกันได้บอกเอาไว้ มันพูดไว้ตั้งแต่ตอนที่หงส์แดงของเราเสีย ไมเคิล โอเว่น ให้กับ รีล มาดริด แบบที่เดอะ ค๊อปหลายๆ คนได้สาปส่ง เพราะค่าตัวที่ได้ก็ถูกแสนถูก (ประมาณ 12 ล้านปอนด์) เป็นราคาที่ทุเรศมากกับการที่จะต้องขายซุปเปอร์สตาร์อันดับหนึ่งของทีมในตอนนั้น แต่ใครๆ ก็รู้ดีว่าโอเว่นเล่นแง่ไม่ยอมต่อสัญญาในยุคที่ราฟาเอล เบนิเตซเข้ามาคุมทีมต่อจากพ่อบังเกิดเกล้า เชราร์ อุลลิเย่ร์ ผู้จัดการทีมชาวน้ำหอมที่ดันเค้าขึ้นมาจากชุดเยาวชนให้ดังเปรี้ยงปร้าง จนได้รับฉายาเบบี้ โกลด์ ในยุคนั้น แต่เอาจริงๆ ผมว่าโอเว่นมันเก่งอยู่แล้ว พรสวรรค์ของความเป็นกองหน้าระดับเพชรฆาต ความเร็วที่หาตัวจับยาก จนทำให้ตอนที่เขียนบทความอยู่นี่นึกถึงท่ายิงที่เป็นเอกลักษณ์ของโอเว่น นั่นคือการเอี้ยวตัวไปด้านซ้าย ใช้เท้าขวาแปรบอลด้วยข้างเท้าด้านใน เจ้าลูกบอลอันสุดแสนเชื่องก็จะลอยขึ้นเหนือพื้นหน่อยๆ เพื่อให้ลูกบอลพ้นการสกัดจากขาหรือแขนของผู้รักษาประตู ไซร้โป้งโค้งอ้อมตัวผู้รักษาประตู ผ่านไปแตะโคนเสาและเด้งเข้าไปนอนซุกอยู่ในก้นตาข่ายในที่สุด โอเว่นยิงแบบนี้มาเป็นสิบๆ ประตูให้กับลิเวอร์พูลในตอนนั้น

หงส์แดง

พอโอเว่นจากไป ตอนนั้นต้องบอกเลยว่าไม่มีกองหน้าคนไหนเทียบเคียงระดับโอเว่นได้เลย นึกถึงช่วงเวลานั้นแล้วแถบจะไม่น่าจำ แต่ทว่า ราฟาเอล เบนิเตซ กลับทำให้ทีมชูถ้วยบิ๊กเอียร์สมัยที่ 5 ได้เฉยเลย แถมมีเอฟเอ คัพติดไม้ติดมือด้วย แทคติกการเล่นบอลถ้วยที่น่าชื่นชมของราฟา ผนวกกับคนดีศรีหงส์แดงในตอนนั้น ที่ทำผลงานการขับเคลื่อนภายในสนามที่โคตรโดดเด่นกว่าชาวบ้าน มีทั้งบุคคลิกของผู้นำ เป็นที่รักของเดอะ ค๊อป และลูกยิงไกลสวยๆ หลายประตูที่ใครๆ ก็ต้องจดจำ

จริงอย่างที่เพื่อนผมบอกไหมครับ หงส์แดงไม่สิ้นคนดี

หงส์แดง

เค้าคือ…สตีเว่น เจอร์ราร์ด

ถึงยังไงก็ตาม เจอร์ราร์ดทำทุกอย่างคนเดียวไม่ได้ครับ ในยุคนั้นถ้าไม่นับซาบี้ อลองโซ่ที่คอยช่วยเจอร์ราร์ด ทีมเกมส์รุกของหงส์แดงแถบจะไร้จินตนาการ ใครได้บอลก็ร้องยี๋ เปลี่ยนตัวสำรองมาก็แหวะ

กองหน้าในตอนนั้นมีปัญหาสุดๆ ซึ่งราฟาเองก็คงทราบดี และได้มีส่วนในการชักจูงกองหน้าที่เนื้อหอมไม่เป็นรองใครในยุคนั้น ปี 2007 จึงเป็นการต้อนรับการมาของ เฟอร์นานโด ตอเรส

หงส์แดง

ตอเรส กลายเป็นขวัญใจของเดอะ ค๊อปอย่างรวดเร็ว เค้าถล่มประตูให้ลิเวอร์พูลอย่างบ้าคลั่ง พร้อมกับหน้าตาที่หล่อเหลา ว่องไว เฉียบคม มีความเด็ดขาดในการทำประตู ทุกคนคงจำได้ดีในนัดแดงเดือด ที่เค้าป้อนหญ้าให้วีดิซ กองหลังผีแดงระดับท๊อป ที่สำคัญอีกประการคือ ตอเรสเข้าขากับเจอร์ราร์ดมาก เพราะเหมือนจะมีกันอยู่สองคนนี้เท่านั้นที่เซนส์บอลทันกันในยุคนั้น ตอเรสพาลิเวอร์พูลเกือบจะได้แชมป์พรีเมียร์ลีก แต่ไปไกลสุดได้แค่จบอันดับ 2 ก่อนที่ราฟาจะทาสไฟแตกและคุมทีมแบบไม่มีทิศทาง จนตอเรสผู้กระหายความสำเร็จโบกมืออำลาตอนครึ่งฤดูกาลอย่างหมดใจ เพื่อไปอยู่กับเชลซี

จากนั้นไม่นานลิเวอร์พูลที่เกมรุกแสนจะจืดชืด เปลี่ยนถ่ายผู้จัดการทีมจนมาถึงมือของแบรนดอน ร๊อดเจอร์ และเป็นการมาสู่รั้วแอนฟิลด์ของศูนย์หน้าระดับพระกาฬ หลุยส์ ซัวเรซ

หงส์แดง

สำหรับซัวเรซแล้ว โดยส่วนตัวนั้นผมชอบกว่าศูนย์หน้าทุกคนของหงส์แดงนับตั้งแต่ที่ผมเริ่มดูบอลในยุคของร๊อบบี้ ฟาวเลอร์ เพราะผมรู้สึกว่าซัวเรซ ทำได้ทุกอย่างจริงๆ ครับ ฟรีคิก เตะมุม การทำเกมส์ การจ่ายบอล การยิงประตูทุกรูปแบบ ความฉลาดในการเล่น การชิงไหวชิงพริบกับกองหลัง ในจังหวะที่ต้องเป็นพระรองเค้าก็รู้ว่าตัวเองควรมีบทบาทแบบไหน ในจังหวะที่ต้องเป็นเดอะ แบก เค้าก็สามารถทำได้ไม่ผิดหวัง และที่สำคัญเค้าไม่ได้อยู่ในยุคที่หงส์แดงรุ่งเรืองอย่างสมัยของ เอียน รัช หรือ ดัลกลิช แต่สามารถยกระดับของหงส์แดงขึ้นมาได้อย่างน่าเกรงขามสุดๆ ซัวเรซถือเป็นกองหน้าสีเทาๆ เป็นคนเทาๆ มีเหล่เหลี่ยม ลูกเล่น แพรวพราว และกลโกงอย่างปฏิเสธไม่ได้ ซึ่งผมว่ามันจำป็นสำหรับฟุตบอลที่มีการแข่งขันสูงอย่างพรีเมียร์ลีก ซัวเรซมอบความทุ่มเทให้หงส์แดงอย่างสุดความสามารถ พาทีมเข้าใกล้ แชมป์พรีเมียร์ลีก อีกครั้ง แต่ก็ไปไม่ถึงฝัน ด้วยปัจจัยอื่นๆ หลายอย่าง สุดท้ายเจ้าตัวย้ายไปบาเซโลน่า จบกันด้วยดี แบบที่ไม่มีใครกล้าด่า ไปอย่างคิดถึง เพราะสิ่งที่ซัวเรซทำไว้มันน่าจดจำ

ในยุคที่ซัวเรซรับบทเป็นเดอะ แบกให้กับหงส์แดงขณะนั้น จริงๆ มีหนุ่มน้อยคนหนึ่งกำลังแจ้งเกิด ลีลาการเลี้ยงบอล และสไตล์การเล่นที่มากไปด้วยทักษะ พรสววรค์ มีลูกคีลเลอร์ พาสที่โดดเด่นกว่าใครๆ เค้าคือ ฟิลลิปเป้ คูตินโญ่

 

หงส์แดง

คูตินโญ่พัฒนาตัวเองขึ้นมาอย่างโดดเด่น โดยเห็นได้ชัดในยุคของ เจอร์เก้น คล๊อป การจ่ายบอลที่ยอดเยี่ยม ลูกฟรีคิกที่เฉียบคม และลูกเก่งที่เปลี่ยนเกมได้เสมอ คือการเลี้ยงปาดเข้ากลางจากกาบซ้ายและเอนตัวปั่นไซร้โป้งด้วยเท้าขวา ส่งบอลเข้าประตูผ่านเสาสองอย่างสวยงาม แต่จนแล้วจนรอดความฝันของเดอะ ค๊อปที่จะเห็นทีมของเจอร์เก้น คล๊อปที่ถูกสร้างท่ามกลางการนำทัพของคูตี้ก็ล่มสลาย สวนทางกับความฝันที่เป็นจริงของเด็กน้อยชาวบราซิล ด้วยการย้ายไปบาเซโลน่ากับค่าตัวมหาศาล เปรียบเสมือนของขวัญตอบแทนสโมสรที่ปลุกปั้นเค้ามา




ตอนที่ผมเขียนบทความนี้ คูตี้ก็ได้ชูเสื้อให้บาเซโลน่าเรียบร้อยแล้ว พร้อมกับผลงานที่หงส์แดงสามารถเปิดซิงจ่าฝูงอดีตเคยไร้พ่ายอย่างแมนซิตี้ได้ด้วยสกอร์ 4-3 โดยในสนามวันนั้นก็ไม่มีคูตี้อยู่ ซึ่งส่วนนึงที่ลิเวอร์พูลสามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ผมถือเป็นผลงานของคนดีศรีหงส์แดงคนล่าสุด โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ 

(อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง “5.5.5.” – 5 ดาวซัลโวสูงสุด ของ 5 ลีกชั้นนำ ใน 5 ปีที่ผ่านมา – คลิก)

หงส์แดง

ในวันนั้นซาล่าห์คล่องแคล่ว แย่งบอลยากมาก มีทั้งความเร็ว และความกระหายในการทำประตู สุดท้ายซาล่าห์ซัดไป 1 ประตู รวมยิงในพรีเมียร์ลีกไปแล้ว 18 ประตู ถือเป็นรองดาวซัลโว ยิงรวมทุกถ้วย 24 ประตู ทั้งๆ ที่เพิ่งเป็นฤดูกาลแรกของเค้านับตั้งแต่ย้ายมาจากโรม่า ซึ่งผมคิดว่าจากบรรยากาศทีมในตอนนี้ดีมาก บวกกับความมุ่งมั่นของซาล่าห์ จนแอบลุ้นว่าพอจบฤดูกาลแล้วเค้าจะเบียดแย่ง แฮรี่ เคน เป็นดาวซัลโวได้หรือไม่

หงส์แดง

แต่ยังไงก็นับว่าคุ้มมากสำหรับซาล่าห์ เดอะ แบกคนใหม่ของหงส์แดงในฤดูกาลแรกนี้

…ก็เนี่ยแหละครับ วลีสั้นๆ โรแมนติกๆ ที่เพื่อนผมพูดปลุกใจพวกเราเวลาหงส์แดงต้องเสียตัวหลักไปในแต่ละปี กับข้อเท็จที่จริงว่า ไม่ว่าใครจะจากเราไปหรือใครจะเข้ามา ยังไงหงส์แดงก็คือหงส์แดง สโมสรลิเวอร์พูลยังคงมีอยู่ และ หงส์แดงไม่สิ้นคนดี แน่นอน

 


ireallylikefootball.com เว็บไซต์ คอลัมน์ฟุตบอล บทความฟุตบอล สร้างสรรค์ผลงานจากความตั้งใจ โดยกลุ่มคนที่รักและชอบฟุตบอลเป็นชีวิตจิตใจ

“Football can make a friend, can make a life”

หากต้องการติดต่อสอบถามหรือขอลงโฆษณา email มาที่ ireallylikefootball@gmail.com
หรือติดต่อเราได้ที่ http://www.ireallylikefootball.com/contact

แสดงความคิดเห็น