ตลาดหน้าหนาวรอบที่ผ่านมานี้ (January 2022) มีดีลน่าสนของวงการฟุตบอลสกอตแลนด์และวงการฟุตบอลญี่ปุ่น  หลังกลาสโกว์ เซลติก สโมสรชื่อดังแห่งศึก สกอตติช พรีเมียร์ลีก จัดการคว้านักเตะญี่ปุ่นพร้อมกันถึง 3 ราย ประกอบด้วย เรโอะ ฮาตาเตะ จากสโมสร คาวาซากิ ฟรอนตาเล่, ไดเซน มาเอดะ จากสโมสรโยโกฮาม่า เอฟมารินอส และ โยสุกะ อิเดกุจิ จากสโมสรกัมบะ โอซาก้า

Rising star ของวงการฟุตบอลเจลีก

เรโอะ ฮาตาเตะ

นักเตะญี่ปุ่นรายนี้อาจเป็นลูกไม้หล่นไกลต้น ที่เกริ่นแบบนี้เพราะเขาคือลูกชายของ บิโคห์จิ ฮาตาเตะ อดีตนักกีฬาเบสบอลทีมชาติญี่ปุ่น ฮาตาเตะ เด็กหนุ่มจากภูมิภาคคันไซถูกดึงไปร่วมทีมคาวาซากิ ฟรอนตาเล่ ตั้งแต่สมัยเรียนในมหาวิทยาลัยจุนเทนโด ผ่านประสบการณ์ในเวทีเจลีก ทั้งหมด 75 นัด ยิง 12 ประตู คว้าแชมป์กับ ฟรอนตาเล่ไป 3 รายการ แถมพกดีกรีติดทีมยอดเยี่ยมของศึกเจลีก เมื่อฤดูกาล 2021 ทั้งที่ผ่านการลงเล่นฟุตบอลอาชีพเพียง 2 ปีเท่านั้น

ฮาตาเตะ กองกลางจากเมืองซูสุมะ มีจุดเด่นในการเลี้ยงบอล เลี้ยงหลบผู้เล่นหรือเรียกแบบภาษาชาวบ้าน เลี้ยงกินตัว ความสามารถวิ่งไปกับบอล ดึงหรือหลอกจังหวะ สามารถทำได้คล่องแคล่ว รับบอลและต่อบอลเพื่อลำเลียงบอลขึ้นไปแดนบน  วิ่งไปทั่วตั้งแต่แดนกลาง ด้านข้าง หรือหน้ากรอบเขตโทษ จุดเด่นอีกเรื่องคือการยิงประตูจากหน้ากรอบเขตโทษ คือการยิงเล่นมุม หากยกตัวอย่างนักฟุตบอลสไตล์ใกล้เคียงที่คนทั่วไปรู้จักอย่าง ดาวิด ซิลบา

ไดเซน มาเอดะ

กองหน้าจากกรุงโอซาก้า มีลักษณะการเล่นบู๊ ดุดัน หมอนี่เหมาะกับฟุตบอลสายปะทะอย่างลีกในประเทศอังกฤษแท้จริง เข้าบอลแบบกล้าได้กล้าเสีย ไม่ลังเล เรื่องการยิงประตูก็ไม่เป็นรองกองหน้าคนไหนของเจลีก เป็นดาวซัลโวศึกเจลีก1 ในฤดูกาล 2021 หลังยิงไป 23 ประตู หมอนี่ผ่านการค้าแข้งในยุโรปมาแล้วรอบนึงกับ มาริติโม่ สโมสรในศึกพรีไมร่า ของประเทศโปรตุเกส โดยเป็นการเซ็นสัญญาแบบยืมตัวเมื่อปี 2019-20

มาเอดะ มีสไตล์การเล่นที่ชอบพาบอลตะลุยขึ้นไปข้างหน้า หรือด้านข้าง ความสามารถการพังประตูในกรอบเขตโทษอันเฉียบขาด ครั้นเมื่อโยกมาค้าแข้งในลีกวิสกี้  เขาได้รับบทบาทเพิ่มคือการปักหลักในแดนบน ค่อยกวดไล่บอลจากคู่แข่ง ให้เสียจังหวะ แล้วฉวยจังหวะตอบโต้คู่แข่ง

กองหน้าปลาดิบวัย 25 ปี สามารถคว้าแมน ออฟ เดอะแมตซ์ทันทีที่ประเดิมลงสนามให้ เซลติก ในเกมเปิดบ้านชนะ ฮิเบอร์เนี่ยน 2-0 โดยยิงได้ 1 ประตู เป็นการเปิดตัวที่น่าประทับใจ

อย่างไรก็ดีข้อเสียที่ ไดเซน ต้องปรับปรุงเร่งด่วนคือการทำฟาวล์บ่อยครั้ง สาเหตุส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะจังหวะฟุตบอลของลีกสกอตแลนด์และญี่ปุ่นที่ต่างกัน เขาอาจต้องใช้ระยะเวลาเพื่อปรับตัวให้เข้ากับจังหวะฟุตบอลลีกสกอตแลนด์

โยสุกะ อิเดกุจิ

เด็กหนุ่มจากเมืองฟูกุโอกะเป็นกองกลางสายบู๊อีกคนนึง เข้าสกัดบอลได้แม่นยำและเด็ดขาด โยสุเกะ ประสบความสำเร็จกับสโมสรกัมบะ โอซาก้า อย่างมากมายตลอดการค้าแข้งในลีกบ้านเกิด 4 ปี คว้าแชมป์ 5 รายการ นอกจากนี้เจ้าตัวเคยมีประสบการณ์ในทวีปยุโรป ผ่านการค้าแข้งกับ ลีดส์ ยูไนเต็ด, กรอยเธอร์ เฟือร์ธ และคูลทูรัล เลโอเนซา แม้จะไม่ได้ประสบความสำเร็จมากนัก แต่เป็นการชิมลางบรรยากาศลีกยุโรปให้ตัวเอง ถึงกระนั้น โยสุเกะ ผ่านการติดทีมชาติญี่ปุ่นชุดใหญ่มาแล้ว 15 เกม ยิง 2 ประตู

โยสุเกะ มีสไตล์การเล่นอ่านจังหวะผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม คอยฉกชิงจังหวะตัดบอล หากได้ดูวิดีโอสมัยเขาเล่นในเจลีก เขามักตัดบอลจากคู่แข่งได้บ่อยครั้ง จุดเด่นที่สำคัญอีกอย่างคือความสามารถการทำประตู การยิงจากระยะไกล ซึ่งเขาทำได้ยอดเยี่ยม ย้อนไปในเกมฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก โซนเอเชีย นัดญี่ปุ่น เปิดบ้านชนะ ออสเตรเลีย 2-0 ในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก โซนเอเชีย เมื่อปี 2017 ในเกมนั้น โยสุเกะ เลี้ยงบอลตัดเข้ากลางจากกราบขวาก่อนซัดตรงหน้ากรอบเขตโทษ บอลพุ่งฮุกเข้าประตูอย่างสวยงาม

กับนายใหม่ที่หน้าคุ้น

ปฎิเสธไม่ได้ว่ากุนซือเชื้อสายกรีซ อันเก ปอสเตโคกลู คือผู้อยู่เบื้องหลังทำให้ดีลนี้เกิดขึ้น เหตุผลเพราะก่อนมาคุมกลาสโกว์ เซลติก เขาผ่านการคุมทีมในศึกเจลีก 1  คือ โยโกโฮม่า เอฟ มารินอส ตั้งแต่ปี 2017-21 และพาทีมคว้าแชมป์เจลีก เมื่อฤดูกาล 2019 โดยมี ธีราธร บุญมาทัน กองหลังทีมชาติไทย อยู่ในทีมชุดนั้นด้วย

นักเตะญี่ปุ่น

การพาทีมคว้าแชมป์ในปีดังกล่าว สร้างชื่อให้กับ ปอสเตโคกลู เป็นอย่างมากจนยักษ์ใหญ่จากลีกสกอต์แลนด์ดึงไปเซ็นสัญญาคุมทีม เขามีสถิติคุมทีมโยโกโฮม่า เอฟ มารินอสทั้งหมด 118 นัด ชนะ 58 เสมอ 18 แพ้ 42

นอกจากนี้ ปอสเตโคกลู เคยผ่านการคุมทีมชาติออสเตรเลีย ชุดคว้าแชมป์เอเชียเมือปี 2015 พร้อมคว้าตำแหน่งโค้ชยอดเยี่ยม เอเอฟซี ในปีดังกล่าว

สกอตติช – เจแปนนิส วินวินด้วยกัน

แฟนบอลกลาสโกว์ เซลติก อาจเซอร์ไพรส์กับการเซ็นสัญญาครั้งนี้ หรือบางคนอาจฉงนถึงเหตุผลที่บอร์ดสโมสรอนุมัติดึงนักเตะจากลีกต่างทวีปมาร่วมทีม เพราะคุณภาพลีกเจลีกกับบางประเทศในยุโรป ไม่ได้ต่างกันหรือบางลีกในยุโรปดีกว่าด้วยซ้ำ อย่างนักเตะแถบยุโรปตะวันออกหลายคนสร้างผลงานเป็นที่ยอมรับในหลายลีกทั่วทวีป เช่น โปแลนด์, เซอร์เบียร์, โครเอเชีย เป็นต้น หรือนี่เป็นยุคตกต่ำสโมสรไม่มีความสามารถจ่ายค่าตัวในการเซ็นสัญญานักเตะจากลีกในทวีปเดียวกัน

หากมองเหตุผลลึกลงไป การเซ็นสัญญาครั้งนี้อาจจะเป็นการจูงมือชนะด้วยกัน เพราะหากนักเตะทั้งสามรายนี้สร้างผลงานประทับใจให้กับทีมดังแห่งสกอตแลนด์ ย่อมมีเรื่องที่ดีตามมาอีก ไหนจะฐานแฟนบอลจากญี่ปุ่นที่เพิ่มขึ้น, ค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดที่อาจเพิ่มขึ้น แม้แต่เรื่องค่าตัวที่เซ็นสัญญา ก็ไม่สูงเท่านักเตะในยุโรป อีกทั้งนักเตะญี่ปุ่นหรือเกาหลีเป็นที่พูดถึงในเรื่องวินัยและพลังกำลัง

วงการฟุตบอลญี่ปุ่นได้อะไร

ย้อนไปในปี 2010 นักเตะญี่ปุ่นที่เข้ามาสร้างกระแสโด่งดังในลีกเมืองเบียร์คือ ชินจิ คางาวะ ซึ่งย้ายจาก เซเรโซ่ โอซาก้า ทีมในศึกเจลีก มาร่วมทีมดอร์ทมุนด์ ด้วยค่าตัว 500,000 ปอนด์ (ประมาณ 22 ล้านบาท) เขาลงเล่นให้เสือเหลืองเพียง 2 ฤดูกาล แต่สามารถสร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม พูดได้เต็มคำว่า คุ้มทบต้นทบดอก คางาวะคว้าแชมป์กับเสือเหลืองไป 3 ถ้วย คือ แชมป์บุนเดส ลีก้า 2 สมัย และ แชมป์เดเอฟเบ โพคาล 1 สมัย

ผลงานที่เขาสร้างกับดอร์ทมุนด์กลายเป็นปรากฏการณ์ให้นักฟุตบอลเอเชีย โดยเฉพาะบ้านเกิดที่ประเทศญี่ปุ่น ฝีเท้าของหมอนี่ได้รับการยอมรับทั่วยุโรป ส่งผลดีโดยตรงต่อวงการฟุตบอลปลาดิบ สิ่งที่เขาทำไว้กับเสือเหลืองกลายเป็นใบเบิกทางให้รุ่นน้องหรือเพื่อนร่วมชาติได้รับโอกาสเข้ามาค้าแข้งในเวทียุโรปมากขึ้น จากสถิติพบว่าตัวเลขนักเตะญี่ปุ่นที่เข้ามาค้าแข้งในลีกเยอรมันเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนหลัง คากาว่า ประสบความสำเร็จในลีกเยอรมัน อย่างในปี 2014 มีนักเตะในญี่ปุ่นถึง 12 คนที่ค้าแข้งในศึกบุนเดส ลีก้า เป็นรองเพียงนักเตะจาก สวิสเซอร์แลนด์, ออสเตรีย และบราซิล

การดึงนักเตะทั้ง 3 รายครั้งนี้ จึงอาจสร้างปรากฏการณ์อีกครั้งของวงการฟุตบอลญี่ปุ่นบนแผ่นดินประเทศสกอตแลนด์

นักเตะญี่ปุ่น

หรือคุณภาพลีกและตลาดทุน ของบุนเดสลีก้ากับเจลีก ไม่ได้ห่างกัน?

กระแสการเซ็นสัญญากับฮาตาเตะ, มาเอดะ และอิเดกุจิ เป็นที่ได้รับความสนใจในวงการฟุตบอลญี่ปุ่น เพราะก่อนหน้านี้ กลาสโกว์ เซลติก เซ็นสัญญาคว้า เคียวโกะ ฟูรุฮาชิ กองหน้าทีมชาติญี่ปุ่น จากวิสเซล โกเบ ทีมในศึกเจลีก 1 เมื่อช่วงเดือนกรกฎาคมปี 2021 ทำให้ทีมม้าลายเขียวขาวมีนักเตะสัญชาตติญี่ปุ่นในทีมถึง 4 ราย ถือเป็นความภาคภูมิใจของวงการฟุตบอลญี่ปุ่นอย่างแท้จริง

กระนั้นหากพูดถึงมูลค่าการเซ็นสัญญาครั้งนี้กลับไม่ได้สร้างความฮือฮากับแฟนบอลมากนัก เพราะหากคำนวนเป็นเงินไทยสำหรับการซื้อขายครั้งนี้คือ 150 ล้านบาท เทียบกับค่าตัวซื้อขายนักเตะภายในเจลีกนั้น พบว่าไม่ได้สูงกว่ากันมาก เราเคยเห็นค่าตัวของนักเตะโดยทั่วไปที่ย้ายภายในลีก ค่าตัวไม่เกิน 1 ล้านปอนด์ ( ประมาณ 44 ล้านบาท) เป็นเรื่องปกติ หรือหากคุ้ยสถิติสองอันดับ การซื้อขายแพงสุดของเจลีก คงทำให้ผู้อ่านเห็นคุณภาพของวงการฟุตบอลญี่ปุ่นมากขึ้น

  • สองอันดับดังกล่าว เริ่มต้นที่อันดับสอง ฮิโรชิ ติโยตาเกะ ย้ายจากเซบียา ไปเซเรโซ โอซาก้า ด้วยมูลค่า 4.59 ล้านปอนด์
  • ส่วนอันดับหนึ่งเป็นของ โช (อดีตกองหน้าแมนฯ ซิตี้) ที่ย้ายจากโครินเธียนส์ ไปนาโกยา แกรมปัส ด้วยมูลค่ามากกว่าสองเท่าของอันดับสอง อยู่ที่ 9.90 ล้านปอนด์

จากตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าช่องว่างการตลาด เงินทุนของวงการฟุตบอลญี่ปุ่นและเยอรมัน ไม่ได้ห่างกันนัก ถึงแม้ลีกบุนเดส ลีก้า จะเป็นที่รู้จักกันแพร่หลายกว่าเจลีกก็ตาม เหตุนี้เองส่งผลให้ปัญหาในเรื่องค่าตัวซื้อขายครั้งนี้ไม่ได้เป็นเรื่องสำคัญ ดีลนี้จึงเกิดขึ้นได้

นักเตะ, ปอสเตโคกลู หรือเซลติก ใครกดดันกว่า

กลาสโกว์ เซลติก สโมสรยักษ์ใหญ่ของประเทศสกอตแลนด์ อาจไม่ได้กังวลกับค่าตัวนักเตะที่สโมสรจ่าย 3.5 ล้านปอนด์ (ประมาณ 150 ล้านบาท) เพื่อแลกนักเตะทั้งสามราย เท่าไหร่นัก เมื่อเทียบกับรายรับของสโมสรหลังปล่อย อ็อดซอนน์ เอดูอาร์  กองหน้าชาวฝรั่งเศส ไปให้ คริสตัล พาเลซ ด้วยค่าตัว 15 ล้านปอนด์ (ประมาณ 660 ล้านบาท ) เมื่อช่วงตลาดซัมเมอร์

นักเตะญี่ปุ่น

ความกดดันทั้งมวลจึงถูกโยนไปที่นักเตะทั้งสามมากกว่า สำหรับการพิสูจน์ฝีเท้าในลีกต่างบ้านกิด ระยะแรกแค่ยึดตัวจริง 11 คนแรกให้สำเร็จก่อน เพราะอย่าลืมความกดดันไม่ได้อยู่แค่กับพวกเขาสี่คน อีกคนที่แบกความกดดัน คือ ปอสเตโคกลู ในฐานะกุนซือที่เคยผ่านการคุมทีมในเจลีกมาก่อนและเคยเห็นลีลาการเล่นของนักเตะมาแล้ว เป็นที่แน่นอนว่าเขาคือคนผลักดันให้เกิดการเซ็นสัญญานักเตะสี่รายมาร่วมทีม เขาจึงปฏิเสธความกดดันครั้งนี้ไม่ได้เลย

ทั้งนักเตะและ ปอสเตโคกลู ต่างต้องพิสูจน์และทำผลงานให้ดีเหมือนกัน มองเรื่องวัฏจักรฟุตบอล หากนักเตะปลาดิบทั้งสี่ทำผลงานแย่ แน่นอนว่าเขาย่อมต้องรับบทตัวสำรอง โค้ชมีตัวเลือกอื่นให้ใช้ แต่หาก ปอสเตโคกลู กลับทำผลงานคุมทีมแย่ซะเอง โชคร้ายคงโดนปลด คำถามว่าหากเกิดขึ้นอนาคตของนักเตะญี่ปุ่นชุดนี้จะอยู่ตรงไหน สรุปว่าฝ่ายที่กดดันกว่า คือ “ตัวนักเตะ”

Source & Credit: https://www.theguardian.com/football/blog/2022/jan/13/celtic-japanese-buys-bargain-trend-scotland-hatate-maeda-ideguchi-postecoglou


iReallyLikeFootball.com เว็บไซต์ คอลัมน์ฟุตบอล บทความฟุตบอล ข่าวฟุตบอล สร้างสรรค์ผลงานจากความตั้งใจ โดยกลุ่มคนที่รักและชอบฟุตบอลเป็นชีวิตจิตใจ

“Football can make a friend, can make a life”

::::: ต้องการติดต่อสอบถามหรือขอลงโฆษณา :::::

แอด LINE : @803toskz หรือคลิกลิงค์นี้ http://nav.cx/omAqg0Q