นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด จัดการฉีกสัญญา 25 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,125 ล้านบาท) คว้า คริส วู้ด กองหน้าจากเบิร์นลี่ย์ คู่แข่งร่วมศีกพรีเมียร์ลีก ถือเป็นการเซ็นสัญญาที่เหนือความคาดหมายบรรดาแฟนบอล หลังการเข้ามาเทคโอเวอร์สโมสรโดยกลุ่มทุนของเจ้าชายโมฮัดเหม็ด บิน ซัลมาน แห่งราชวงศ์ซาอุฯ ซึ่งครองทรัพย์สินส่วนตัวมากกว่า 320 ล้านปอนด์ (ประมาณ 13,800 ล้านบาท)

ชีวิตค้าแข้งในอังกฤษไม่เคยง่าย

วู้ด ดาวยิงทีมชาตินิวซีแลนด์ ผ่านการค้าแข้งบนแผ่นดินอังกฤษมากกว่า 12 ปี โดยย้ายจาก ไวกาโต้ เอฟซี ทีมในลีกประเทศนิวซีแลนด์ มาร่วมทีม เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน เป็นการเปิดฉากค้าแข้งบนแผ่นดินอังกฤษ เขาลงเล่นให้เดอะ แบ็กกี้ส์ ตั้งแต่ปี 2009-2013 แต่ได้โอกาสอย่างจำกัด รวมเล่นทั้งหมด 21 นัด ยิงได้ 1 ประตู ก่อนโดนปล่อยยืมให้สโมสรในอังกฤษถึง 6 ทีมรวด เริ่มตั้งแต่ บาร์นสลีย์ (2010), ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน (2010-2011), เบอร์มิ่งแฮม ซิตี้ (2011-2012), บริสตอล ซิตี้ (2012), มิลวอลล์ (2012) และเลสเตอร์ ซิตี้ (2013) ท้ายสุดเขาก็ได้เซ็นสัญญาระยะยาวค้าแข้งในถิ่นคิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม นับแต่นั้นกราฟชีวิตเขาเริ่มดีขึ้น รับใช้สุนัขจิ้งจอกไป 2 ฤดูกาล ลงเล่นทั้งหมด 52 นัด พังไป 12 ประตู แต่ปี 2015 วู้ดโดนปล่อยยืมอีกคราว โดยไปร่วมทีม อิปสวิช ทาวน์ ทีมในลีกเดอะ แชมเปี้ยนชิพ ลงสนามไป 8 นัด แต่ไม่สามารถยิงได้แม้แต่ประตูเดียว

กระนั้นกลับเข้าตาแมวมองของลีดส์ ยูไนเต็ด และโดนดึงไปร่วมงานกับยูงทอง 2 ฤดูกาล ผลงานของเขาดีขึ้นอย่างชัดเจน ยิง 41 ประตู จาก 83 นัด จนที่สุด เบิร์นลี่ย์ ดึงตัวไปร่วมทีมและสถิติการทำประตูดีขึ้นเรื่อย ๆ รวมถึงเทคนิคและทักษะที่เพิ่มขึ้น สามารถยืนระยะบนลีกสูงสุดได้ ถ้าตัดเกรดฝีเท้า จัดว่าอยู่ในเกรด C+ ของระดับกองหน้าในพรีเมียร์ลีก

ผลงานในถิ่นเทิร์ฟ มัวร์ ได้รับการยกระดับ

ซีซั่น 2021-22 คริส วู้ด ยิงให้เบิร์นลี่ย์ไป 3 ประตู จาก 18 นัด หรือค่าเฉลี่ย 6 นัด ต่อ 1 ประตู ถือเป็นสถิติที่ค่อนข้างน่าผิดหวังเมื่อเทียบกับโอกาสลงเล่น ทว่าหากเจาะรายละเอียดลงไป วู้ด พังประตูในลีกให้เบิร์นลี่ย์เฉลี่ยแล้วมากกว่า 10 ลูกต่อฤดูกาล รวมตลอด 4 ฤดูกาลที่ลงเล่นในถิ่น เทิร์ฟ มัวร์ ถือเป็นผลงานที่ไว้ใจได้ระดับนึง การเข้ามาของกองหน้ารายนี้ จึงเป็นการลงทุนที่สมเหตุและผล เพราะหมอนี่สามารถลงเล่นได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลาปรับตัวในและนอกสนาม

นิวคาสเซิล

มองที่ศักยภาพของ คริส วู้ด เพียว ๆ จัดเป็นกองหน้าครบเครื่องคนหนึ่งของพรีเมียร์ลีก ด้วยความสูง 191 เซนติเมตร ร่างกายบึกบึน แข็งแกร่ง สามารถเบียดปะทะกับกองหลังในพรีเมียร์ลีก เล่นบอลกับพื้นได้ ยิงบอลได้ทั้งสองเท้า หากนิยามง่าย ๆ เขาคือกองหน้าตัวจบสกอร์อย่างแท้จริง

ย้อนไปในเกมพรีเมียร์ลีก นัดเบิร์นลี่ย์บุกชนะ วูฟแฮมตัน 4-0 เมื่อเดือนเมษายน ของฤดูกาล 2020-21 โดย วู้ด เป็นคนทำแฮตทริก เกมนั้นเขาแสดงให้เห็นถึงความสามารถทั้งการยิงที่เฉียบคม การเข้าฮอสจบสกอร์ และการโหม่งพังประตู ถือเป็นนัดที่กองหน้าชาวกีวี่รายนี้ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม นับตั้งแต่ย้ายมาค้าแข้งในพรีเมียร์ลีก

โอกาสครั้งสำคัญ

ผู้เชี่ยวชาญฟุตบอลบางคนตั้งข้อสังเกตุว่า ศักยภาพฝีเท้าของ วู้ด ไม่ได้แตกต่างจากกองหน้าตัวจริงของนิวคาสเซิลชุดนี้ อย่าง คัลลั่ม วิลสัน หัวหอกคนสำคัญซึ่งกำลังรักษาจากอาการบาดเจ็บเอ็นหลังหัวเข่า ไหนจะแฟนบอลที่คาใจ เมื่อดูความมั่งคั่งเจ้าของสโมสร ที่สามารถยื่นข้อเสนอให้ทุกทีม ค่าเหนื่อยที่ไม่อาจปฏิเสธให้กับนักเตะคนไหนก็ตาม กลับมาสนใจกองหน้าที่ใกล้เลยจุดพีค ไม่สดใหม่เหมือนดาวรุ่ง หรือกองหน้าคนอื่นในพรีเมียร์ลีก

นิวคาสเซิล

สถานการณ์ปัจจุบันของทีมสาลิกาดง อยู่ในขั้นน่าเป็นห่วง หลังผ่านไปเกินครึ่งฤดูกาลแต่ยังคงติดอยู่ในอันดับท้ายตารางของโซนตกชั้น

ความกดดันเพิ่มมากขึ้น

การเซ็นสัญญากับ คริส วู้ด ไม่ได้เป็นดีลที่น่าเสียดาย หากชั่งน้ำหนักเหตุผล ช่วงเวลาที่กลุ่มทุนจากซาอุฯ เข้ามาบริหารสโมสร เกิดขึ้นหลังเกมลีกนัดแรก ซีซั่น 2021-22 แข่งจบไปแล้วกว่า 2 เดือน การดึงกองหน้าชาวกีวี่รายนี้ก็เพื่อเพิ่มศักยภาพของทีมให้เห็นผลเร็วที่สุด

เป้าหมายสำคัญของเจ้าชายโมฮัดเหม็ด บิน ซัลมาน คือ การอยู่รอดตกชั้นจากลีกสูงสุด เพราะมีเวลาอีกมากมายให้จับจ่ายดึงนักเตะบิ๊กเนมมาร่วมทีม และ วู้ด จำเป็นต้องเค้นศักยภาพของตัวเองให้เป็นประโยชน์กับทีมมากที่สุด เพื่ออนาคตในถิ่น เซนต์ เจมส์พาร์ค

ฮาว อาจลำบากใจกับการจัดทีม

จินตนาการได้เลยว่าแผนการเล่นของกุนซือผู้ดีรายนี้ ต้องการเน้นครอสจากด้านข้างมากขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเกมรุก บวกกับทีมชุดนี้มีผู้เล่นฝีเท้าจัดจ้าน เทคนิคแพรวพราว เล่นบอลเร็วจังหวะ และถนัดเล่นพื้นที่กว้าง นำโดย อัลลัน แซงต์-มักซิแม็ง, มิเกล อัลมิร่อน, ไรอัน เฟรเซอร์ ,โจ วิลล็อค, คัลลั่ม วิลสัน และบรูโน่ กิมาไรส์ กองกลางตัวตัดเกมจากโอลิมปิก ลียง แม้จะตกเป็นข่าวหลายทีมในยุโรปให้ความสนใจ ก่อนจะเป็นสาลิกาดงที่คว้าตัวมาร่วมทีม

นิวคาสเซิลชุดนี้ของกุนซือเอ็ดดี้ ฮาว ประกอบด้วยนักเตะพรสวรรค์ ฝีเท้าดี กับนักเตะที่ผ่านประสบการณ์ในพรีเมียร์ลีกมาหลายปี อย่าง จอนโจ้ เชลวี่, เฟเดริโก้ เฟร์นานเดซ, คีแรน คลาร์ก, จามาล ลาสเซลล์ หรือแม้แต่ คีแรน ทริปเปียร์ แบ็คขวาป้ายแดง ซึ่งผ่านประสบการณ์ในพรีเมียร์ลีกมาแล้วกว่า 109 เกม น่าสนใจมากว่ากุนซือหนุ่มรายนี้จะจัดแผนการเล่นอย่างไร เพื่อดึงศักยภาพนักเตะออกมา เเละป็นประโยชน์กับนิวคาสเซิลอย่างมากที่สุด

โอกาสในการประสานงานกับทริปเปีย

นิวคาสเซิล

แฟนบอลทูน อาร์มี่ คงรู้สึกตื่นเต้นกับตลาดหน้าหนาวรอบนี้ ต่างจากปีไหนๆ เมื่อทีมเพิ่งจัดการดึง คีแรน ทริปเปียร์ แบ็คขวาดีกรีทีมชาติอังกฤษ จากสโมสรแอตฯ มาดริด โดย ทริปเปียร์ มีจุดเด่นในเรื่องการโจมตีจากริมเส้น เปิดบอลได้แม่นยำ แถมยิงฟรีคิกได้ดี

เอ็ดดี้ ฮาว พูดถึงเรื่องการดึงตัว ทริปเปียร์ แบ็คขวาเลือดผู้ดี มาร่วมทีม ซึ่งมีโอกาสเพิ่มประสิทธิภาพเกมรุกให้ คริส วู้ด ยิงประตู “หนึ่งในแผนการเล่นที่สนับสนุน วู้ด คือการครอสจากด้านข้าง ซึ่งแน่นอนต้องมาจากลูกเปิดของทริปเปียร์ และความสามารถของวู้ดในการดึงจังหวะเล่น การวิ่งไล่จากแดนบน กดดันคู่เซนเตอร์ให้ผิดพลาด จะเป็นจุดแข็งสำคัญของทีมต่อจากนี้ ซึ่งเพิ่งยิงคู่แข่งในลีกได้เพียง 19 ลูกเท่านั้น”

บิ๊กเนม ไม่ได้การันตีผลงานเสมอไป ดีลนี้จึงเกิดขึ้น

การดึงนักเตะบิ๊กเนมหรือฝีเท้าจัดของลีกอื่นในยุโรป บ่อยครั้งไม่ได้การันตีว่าจะสร้างความแตกต่างให้ทีมได้ทันที ขึ้นชื่อว่าพรีเมียร์ลีก หลายคนที่เข้ามาสุดท้ายต้องระเห็จออกไปจากเวทีนี้ ปัญหาการปรับตัว ภาษา วัฒนธรรมการกิน อากาศแปรปรวน แดดสามฝนสี่ หรืออาการบาดเจ็บเกาะกินอันผลมาจากการปะทะในสนาม ตัวอย่างนักเตะที่พิสูจน์ในลีกประเทศอื่น แต่เมื่อเข้ามาค้าแข้งในพรีเมียร์ลีก ผลงานกลับตรงข้าม อย่าง อังเดร เชฟเชนโก้, ราดาเมล ฟัลเกา, ฮวน กวาดราโด้ หรือแม้แต่ อเล็กซิส ซานเชส ซึ่งผลงานดีมากสมัยค้าแข้งกับ อาร์เซน่อล กลับล้มเหลวเมื่อย้ายไปค้าแข้งในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

ปฏิเสธไม่ได้ว่าย่อมมีสปอร์ตไลท์ส่องมาที่ คริส วู้ด อย่างแน่นอน ถามว่าเขาจะเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพเกมรุกของนิวคาสเซิลได้แค่ไหน หากไตร่ตรองกับการเซ็นสัญญาครั้งนี้ก็เหมือนเป็นการโยนเหรียญสองด้านทั้งสโมสรและตัวนักเตะเอง โดยเฉพาะ วู้ด ถ้าเข้ามายกระดับเกมรุกให้ทีมได้ ย่อมเป็นผลดีกับตัวเขาเอง แต่หากผลงานไม่ดี ยิงไม่ได้ หรือมีอาการบาดเจ็บขึ้นมา แน่นอนที่เจ้าของสโมสรดึงศูนย์หน้าเข้ามาทดแทน ไม่จำเป็นต้องทนกับนักเตะ เมื่ออำนาจเงินในวงการฟุตบอลสามารถย่นระยะเวลาในการสร้างความสำเร็จให้ทีมมากมาย จาก 10-20 ปีในการสร้างทีมชุด ๆ นึง ให้แข็งแกร่ง อาจเหลือเพียง 2-3 ปีด้วยซ้ำ

Source & Credit : https://www.theguardian.com/football/2022/jan/13/chris-wood-to-newcastle-for-25m-shows-saudis-have-one-priority


iReallyLikeFootball.com เว็บไซต์ คอลัมน์ฟุตบอล บทความฟุตบอล ข่าวฟุตบอล สร้างสรรค์ผลงานจากความตั้งใจ โดยกลุ่มคนที่รักและชอบฟุตบอลเป็นชีวิตจิตใจ

“Football can make a friend, can make a life”

::::: ต้องการติดต่อสอบถามหรือขอลงโฆษณา :::::

แอด LINE : @803toskz หรือคลิกลิงค์นี้ http://nav.cx/omAqg0Q