ในปัจจุบัน Mindset ของคนดูบอลหลายคน กับ Formation หลัง 5 น่าจะเหมือนกัน คือการอัดกองหลังลงมาเพื่อเล่นเกมรับเป็นสำคัญ อุดตั้งแต่เริ่ม แสดงให้เห็นความกลัวของทีมรองบ่อน เพราะเวลามีคิวต้องมาเจอกับทีมใหญ่ การรอดออกมาด้วยผลเสมอก็เป็นที่น่าพอใจแล้ว

อัดหลัง 5 เพราะหวังแค่เสมอ…ผมเองก็ทำ เมื่อต้องสวมบทโค้ชในเกม Football Manager ผมชอบเล่นทีมรองบ่อน และเมื่อต้องเจอกันทีมยักษ์ใหญ่ หลัง 5 ก็คือทางรอดของผม เพลย์เซฟ ยันเสมอ เพื่อเก็บหนึ่งแต้มสำคัญ

ถึงอย่างนั้นก็ตาม ข้อเท็จจริงคือผมไม่เคยเห็นทีมไหนในเกมที่ใช้แผนหลัง 5 อย่าง 5-3-2 คว้าแชมป์ได้เลย ส่วนใหญ่มักจะแพ้ทีมที่จัด Formation ยอดนิยมอย่าง 4-4-2, 4-3-3 หรือ 4-2-4

แต่ทุกคนรู้ไหมครับ นั้นคือในเกม แต่โลกความจริง มีทีมนึงสามารถคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกได้ด้วยแทคติกนี้

ใช่ครับ เกริ่นกันมานาน ตามชื่อเรื่องเลย…ผมกำลังพูดถึงบราซิลในปี 2002 แชมป์ฟุตบอลโลกทีมเดียวที่ใช้ Formation 5-3-2

ทีมชาติบราซิล

จุดเริ่มต้น 5-3-2 ของทีมชาติบราซิล

จากการหาข้อมูล ความคิดเห็นส่วนใหญ่จะชี้ไปที่ไอเดียจากผู้จัดการทีมคนใหม่ในขณะนั้นของบราซิล หลุยส์ เฟลิเป้ สโคลารี่ ซึ่งมีมุมมองที่แตกต่างออกไปจากอดีตผู้จัดการทีม มาริโอ จอร์จ โลโบ ซัลกาโล่ ที่เคยใช้ระบบ 4-4-2 double 6 แล้วแพ้ฝรั่งเศส 0-3 ในนัดชิงเมื่อปี 1998 จากสองตุงของเทพเจ้าลูกหนังในขณะนั้น ซีเนอดีน ซีดาน และอีกหนึ่งเม็ดจากเอ็มมานูเอล เปอตีต์

ไม่มีใครอยากได้ความพ่ายแพ้ ทีมชาติบราซิลในขณะนั้นก็เช่นกัน ดังนั้น เวลาเราพลาดหวังกับเรื่องอะไรมา แต่ยังอยากได้สิ่งนั้น เรามักจะมองหาทางเลือกใหม่ๆ เพื่อไปถึงอยู่เสมอ

ก่อนที่จะเล่าถึงเหตุการณ์ในวันนั้น ผมอยากอธิบายก่อนว่า รูปแบบ 5-3-2 มีลักษณะอย่างไร รักษาสมดุลของเกมได้อย่างไร และเหตุผลที่หลุยส์ เฟลิเป้ สโคลารี่ เลือกใช้รูปแบบดังกล่าว

รูปแบบ 5-3-2 มีผู้อธิบายไว้ในอินเทอร์เน็ตจำนวนหนึ่งครับ ไม่ว่าจะเป็น spyn.co ในหัวข้อ Football Formations Series PART 3 : THE 5-3-2 หรือ melvillemenezes.com ซึ่งมี Melville Menezes เจ้าของชื่อเดียวกับเว็บไซต์เขียนบทความ Formation that led Brazil win World Cup 2002 เอาไว้

แต่ถ้าอยากได้ความรู้เรื่องแทคติคนี้อย่างเจาะลึก และเข้าใจง่าย นอกเหนือจากย้อนกลับไปดูเกมวันนั้นครบ 90 นาทีแล้ว ผมขอแนะนำ community.sigames.com เว็บไซต์ของเกมวางแผนฟุตบอลชื่อดังอย่าง Football Manager ซึ่งคุณ DylanTM เขียนเรื่อง Emulating Brazil’s 3-4-2-1 – Luiz Felipe Scolari’s 2002 World Cup Winning Tactic อธิบายแทคติคดังกล่าวไว้อย่างชัดเจน และเห็นภาพ ผมอ้างอิงข้อมูลจากทั้งสามที่เป็นหลัก

ทีมชาติบราซิล

ลักษณะของ 5-3-2

5-3-2 เป็นรูปแบบการวางตัวผู้เล่น (Formation) รูปแบบหนึ่ง โดยที่มีหน้าที่สำคัญ (Primary Task) คือการรักษากาบทั้งสองฝั่ง (Left and Right Flank) ก่อน แล้วจึงเพิ่มช่องทางในการบุกเพื่อสนับสนุนแผงหน้า ด้วยการจ่ายบอลเข้าไปในพื้นที่สุดท้าย (มักเรียกกันว่า Opposite Third หรือ Final Third)

มีกองหน้า 2 คน ที่สามารถทำเกมรุกได้เอง โดยไม่ต้องพึ่งพาการสนับสนุนจากแผงกองกลาง หรือกองหลังที่เติมขึ้นมามากนัก 

มีกองกลาง 3 ตัว แบ่งกันทำหน้าที่แย่งบอลจากกลางสนาม เป็นผนังทองแดงกำแพงเหล็กป้องกันแนวรับอีกชั้นหนึ่ง และหาทางส่งบอลขึ้นไปยังแผงหน้า

มีกองหลังตัวกลาง 3 คน ทำหน้าที่สกรีนบอลที่จะเข้าสู่พื้นที่ตั้งรับ (Defensive Third) 

ข้อสังเกตคือ กองหลังตัวกลางอาจแบ่งหน้าที่กันเพื่อเป็น Sweeper/Libero กันได้ คล้ายกับแผน 5-3-2 สมัยยุคทองของเยอรมนี เมื่อปี 1966 หรืออาจไม่แบ่งหน้าที่กัน แต่ผลัดกันเป็นผู้รับ ผู้ซ้อน และผู้เก็บกวาด ดังแทคติคของอดีตยอดกุนซือ “ดิออเรนจ์” อย่างหลุยส์ ฟาน กัล ก็ได้ แต่ทั้งหมดต้องมีความเข้าใจเกมเป็นอย่างดี และรู้จังหวะในการเข้าสกัด

มีแบ็คซ้ายขวา อย่างละ 1 คน ซึ่งทำหน้าที่เป็น “ปีก” และ “แบ็ค” ได้ในคนเดียวกัน (หรือที่เรียกว่า Wingback -WB) เพื่อสนับสนุนกองหน้า และกองกลางได้ในบางจังหวะ เมื่อต้องทำหน้าที่ทั้งสองในเกมเดียว และมีขอบเขตความรับผิดชอบจนสุดกราบฝั่งตัวเองเป็นอย่างน้อย จึงต้องมีตัวเลือกที่เล่นได้ทั้งรุกและรับในคนเดียว

หลุยส์ เฟลิเป้ สโคลารี่ เลือกแผนนี้ทำไม เรื่องนี้อาจไม่มีเขียนเอาไว้ แต่ผมคิดว่า เพราะ Formation ที่เยอรมนีใช้ในทัวร์นาเมนต์เดียวกัน คือ 3-5-2

สิ่งที่จะรับมือกับ 3-5-2 ได้สนิทที่สุด หากไม่นับเรื่องแทคติคปลีกย่อย และไม่นับการใช้แทคติคเดียวกัน คงหลีกไม่พ้น 5-3-2 ที่เหมือนเป็นกระจกสะท้อนแทคติคนั้น ด้วย อีกทั้งผมคิดว่า ในวันนั้น สโคลารี่คงไม่กล้าเสี่ยงให้มีกองหลังเพียงสามคน เพราะความน่ากลัวของแนวรุกเยอรมนี มีทั้งกองหน้าอย่างมิโรสลาฟ โคลเซ่ (จ้าวเวหา) โอลิเวอร์ เบียโฮป โอลิเวอร์ นอยวิลล์ และมิดฟิลด์ซ้ายขวา มาร์โก โบร์ด ทอร์สเท่น ฟริงค์ หรือแม้แต่คริสเตียน ซีเก้ ที่พร้อมลงสนามอยู่แล้ว ทั้งหมดล้วนสร้างความเป็น 4 on 3 Attack (ชื่อแทคติก ว่าด้วยการเข้ารุกของแนวรุกสี่คน ปะทะกับแนวรับสามคน) ได้ง่ายมาก ดังนั้น การเชื่อในคู่แบ็คซ้ายขวาของเขา อย่างโรแบร์โต้ คาร์ลอส และคาฟู ว่าจะสกัดแนวรุกได้ คงเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้วในเวลานั้น


ซึ่งคราวนี้ได้ผล…

รูปแบบ 5-3-2 ในนัดชิงชนะเลิศวันนั้น ณ นิสสัน สเตเดียม (สนามเหย้าของเอฟซี โยโกฮาม่า เอฟ มารีนอส สโมสรปัจจุบันของแบ็คซ้ายทีมชาติไทย ธีราทร บุญมาทัน) ถูก “บิ๊กฟีล” งัดขึ้นมาตอบโต้กับระบบ 3-5-2 ที่เยอรมนีใช้ลากยาวมาตั้งแต่เปิดรายการ จนกระทั่งรอบชิง

มาร์โก โบร์ด ทอร์สเท่น ฟริงค์ หรือแม้แต่คริสเตียน ซีเก้ ถูกโรแบร์โต้ คาลอส และคาฟู เก็บใส่กล่องแพ็คมิดชิดไปตลอดทัวร์ ในขณะที่โอลิเวอร์ นอยวิลล์ มิโรสลาฟ โคลเซ่ หรือแม้แต่โอลิเวอร์ เบียโฮป ที่ลงมาทีหลัง ถูกเอ็ดมิลสัน โรเก้ จูเนียร์ จิลแบร์โต ซิลวา และลูซิโอ้ แพ็คใส่กล่องตามสองมิดฟิลด์ซ้ายขวาไปติดๆ และแม้ว่าจะใช้แนวรับมากถึงหกคน แต่แบรนด์ ชไนเดอร์ ที่โยกเข้ามาบัญชาการเกมแทนมิชาเอล บัลลัค (ที่ติดโทษแบนจากการสะสมใบเหลืองครบในนัดพบเกาหลีใต้) ก็กลับต้องไปช่วยเกมรับอย่างหลีกเลี่ยงไมได้ เพราะเคลแบร์สัน (วันนั้นรับหน้าที่เป็น Deep Lying Midfielder รับบอลและชิงบอลเพื่อป้อนสู่แนวรุก) พร้อมเทรเบิล Rs (โรนัลโด้ นาซาริโอ้ ริวัลโด้ และโรนัลดินโญ่) ปั่นป่วนแนวรับเยอรมนีที่เหลือจนแตกร้าวอย่างช้าๆ และจบที่สองประตูตำนานของโรนัลโด นาซาริโอ้

หลังจากบราซิลเป็นแชมป์โลกแล้ว อิทธิพลของระบบนี้กระจายไปทั่วโลกอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่เยอรมนีเคยใช้แฟนเดียวกัน และคว้าแชมป์โลกได้ในปี 1966 อิทธิพลนี้ส่งไปยังไทย จนเคยใช้ระบบหลัง 5 คนเมื่อครั้งนัดเอเชียนคัพ ปี 2007 ด้วย น่าเสียดายที่ไปไม่ถึงฝั่งฝัน แม้จะเก็บคะแนนได้ 4 แต้ม เท่ากับออสเตรเลีย ที่สองของกลุ่มก็ตาม แต่ประตูได้เสียเป็นรองกว่า

ทีมชาติบราซิล
ทีมชาติบราซิล

สรุปแล้วใช้ระบบไหน??

หากท่านผู้อ่านอ่านมาถึงตรงนี้แล้ว น่าจะพอเข้าใจแผนการที่ “บิ๊กฟีล” เลือกใช้ ในระดับหนึ่ง แต่อาจมีข้อข้องใจ และถามผมอยู่ในใจว่า “เขียนระบบผิดหรือเปล่า” ?

ผมพบว่ามี 2 ระบบใหญ่ ที่อธิบายถึงระบบที่ทีมชาติบราซิลใช้ในนัดชิงชนะเลิศ 2002 หนึ่งคือระบบ 5-3-2 หรือ 5-2-1-2 (หลังห้า) และสองคือระบบ 3-4-2-1 หรือ 3-5-2 (หลังสาม)

หากท่านมีเวลาน้อย ผมขออนุญาตสรุปสั้น ๆ ลงตรงนี้ว่า “คงเป็นเรื่องของ ‘มุมมอง’ ในแต่ละคน”เพราะมีทั้งกลุ่มคนส่วนที่เห็นว่าบราซิลใช้ระบบกองหลัง 3 คน อย่าง Transfermarkt เว็บไซต์ชื่อดังที่เหมือนเป็นคัมภีร์รวบรวมข้อมูลนักเตะทั้งเก่าใหม่ และสถิติย้อนหลัง ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกฟุตบอล หรือแม้แต่ DylanTM ก็ให้น้ำหนักกับการอธิบายแผนนี้ไปในแนวทางเดียวกันกับ Transfermarkt ด้วย แต่ก็มีอีกฝั่งหนึ่ง เช่น spyn.co และ http://sharemytactics.com/ ก็ให้ค่าน้ำหนักว่าเป็นระบบกองหลัง 5 คน

แต่ถ้าถามว่าผมคิดว่าเป็นหลังสาม หรือหลังห้า

ผมคิดว่าเป็นหลังห้า

การที่ผมคิดว่าเป็นระบบใช้กองหลังห้าคนนั้น เนื่องจากพิจารณาจากแบ็คทั้งสองฝั่ง กล่าวคือ ในส่วนของคาฟู แบ็คขวาชุดแชมป์โลก 2002 ณ ขณะนั้น ผมสังเกตว่า คาฟูจะไม่เลี้ยงบอลเลยไปกว่าเส้นครึ่งสนามเลย กว่าจะเลือกเลี้ยงขึ้นไปเกินครึ่งสนาม ก็ปาเข้าไปช่วงนาทีที่ 30 แล้ว และเป็นจังหวะเกมที่เรียกให้แบ็คซ้ายระดับตำนานคนนี้พยายามสอดแทรกขึ้นไปเปิดครอสจากฝั่งขวา น่าเสียดายที่มาร์โก โบร์ด (ปีกซ้าย เล่นมิดฟิลด์ฝั่งซ้ายให้กับเยอรมนี และอดีตประธานคณะกรรมการ สโมสรฟุตบอลเวร์เดอร์ เบรเมน [หรือที่ในไทยเรียกสโมสรนี้ว่า นกนางนวล]) สกัดไว้ได้ทันเสียก่อน และออกเส้นข้างเป็นลูกทุ่มไป

หรืออีกฟากฝั่งหนึ่ง โรแบร์โต้ คาลอส แบ็คซ้ายที่เล่นกองหน้าได้นิดหน่อย ที่คนดูบอลมีภาพ “บานาน่าฟรีคิก” และความเป็น “แบ็คจอมบุก” ติดตามาตลอด ก็มีฉากที่ลงเล่นเกมรับในนาที 55 เป็นตัวทุ่มบอลให้กับทีมในนาทีที่ 58 หรือในนาทีที่ 70 ก็แค่เพียงส่งบอลไปข้างหน้า แล้ววิ่งกลับจุดของตัวเอง ซึ่งอยู่หลังเส้นครึ่งสนามทันที ทั้งที่พอมีที่ว่างให้สอดแทรกเข้าไปเล่นเกมรุกได้

ความคิดของผมไม่ใช่เพียงความจริงหนึ่งเดียว หากท่านผู้อ่านมีความคิดเห็นที่แตกต่าง และอยากส่งต่อเรื่องราวให้กับผม ผมก็ดีใจยิ่ง เพราะเป็นการเปิดโลกที่แคบของผมให้รู้กว้าง รู้ลึก และรู้ข้อเท็จจริงอันหลากหลายได้มากกว่าเดิม

แต่สิ่งที่ทุกท่าน รวมถึงผม คงไม่มีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ก็มีอยู่อย่างหนึ่ง
ณ ปี 2002 แม้ว่าจะมีข้อน่ากังขาจากการตัดสินในหลายแมตซ์

แต่ทีมชาติบราซิลชุดนั้นก็กลายเป็นตำนานไปแล้ว

ทีมชาติบราซิล

เผื่อใครอยากดูเต็มแมตซ์แบบผม จัดได้เลยนะครับ ฟีฟ่าเค้าใจดีแล้วนะ https://www.youtube.com/watch?v=NUhOBQejuPE

แสดงความคิดเห็น