หลังจากที่เชลซีเปิดรังสแตมฟอร์ด บริดจ์ เอาชนะเรอัล มาดริดไป 2-0 สกอร์รวม 2 นัด ชนะ 3-1 ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่าแชมป์เปียนลีกได้สำเร็จ ทำให้เหล่าสาวกสิงโตน้ำเงินครามหลายต่อหลายคนได้นำไปเปรียบเทียบกับเส้นทางการคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมป์เปียนลีกในปี 2012 ที่มีหนทางที่ระม้ายคล้ายคลึงกันอย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งการที่มีการเปลี่ยนแปลงผู้จัดการทีมกลางฤดูกาลเหมือนกัน ทีมได้เข้าชิงชนะเลิศบอลถ้วยทั้ง 2 รายการอย่าง FA cup และยูฟ่าแชมป์เปียนลีกเหมือนกัน รวมถึงเขี่ยทีมยักษ์ใหญ่จากสเปนตกรอบในรอบรองชนะเลิศเหมือนกันอีกอย่างไม่น่าเชื่อ

ดังนั้นเราจึงอยากจะพาทุกท่านไปย้อนชมนักเตะเชลซี 11 ตัวจริงชุดประวัติศาสตร์เมื่อฤดูกาล 2011/2012 ที่สามารถคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมป์เปียนลีกสมัยแรกของสโมสรมาครองได้สำเร็จ พวกเขาเหล่านั้นอยู่ที่ไหน กำลังทำอะไรอยู่ในตอนนี้ ไปดูกัน!

 

ปีเตอร์ เช็ค

เชลซี

ผู้รักษาประตูผู้เป็นทั้งขวัญใจและตำนานของสโมสรอย่าง ปีเตอร์ เช็ค ที่เราสามารถพูดได้ว่าเขานั้นเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่ทำให้ทีมคว้าแชมป์แชมป์เปียนลีกมาครองได้เป็นครั้งแรกของสโมสรเลยก็ว่าได้ จากฟอร์มอันยอดเยี่ยมที่สามารถเซฟจุดโทษได้ถึง 2 ลูกในค่ำคืนประวัติศาสตร์ที่อัลลิอันซ์ สเตเดี้ยม โดยแบ่งเป็นการเซฟจุดโทษของ อาร์เยน รอบเบน ในเกม ช่วยให้ทีมไม่เสียประตูเพิ่ม และเมื่อต้องดวลกับ อิวิก้า โอลิช ในช่วงจุดโทษ เขาก็ปัดป้องได้อย่างมั่นใจ ทำให้เชลซีมีแต้มต่อที่สำคัญและพาทีมคว้าแชมป์ไปครองได้ในที่สุด

ซึ่งหลักจากนั้นในปี 2015 เจ้าตัวได้ย้ายไปเฝ้าเสาให้กับอริร่วมกรุงลอนดอนอย่างอาเซน่อล ก่อนจะแขวนถุงมือในปี 2019 และกลับมารับตำแหน่งที่ปรึกษาด้านเทคนิกของเชลซี นอกจากนั้นยังเป็นคนที่เสนอให้ แฟรง แลมพาร์ด อดีตผู้จัดการทีมในเวลานั้นเซ็นสัญญาคว้าตัว เอดูอาร์ เมนดี้ มาร่วมทีม ก่อนที่ เมนดี้ จะโชว์ฟอร์มอย่างสุดยอดจนสามารถพาทีมเข้าชิงแชมป์เปียนลีก ได้ในซีซั่นนี้

 

โจเซ่ โบซิงวา

นัดชิงชนะเลิศในวันนั้นถือว่าเป็นนัดสุดท้ายของ โบซิงวา ในฐานะนักเตะของเชลซี ซึ่งหลังจากคว้าแชมป์แชมป์เปียนลีกได้สำเร็จ เจ้าตัวก็เลือกย้ายไปเล่นกับทีมร่วมกรุงลอนดอนอย่างควีนส์ ปาร์ค เรนเจอร์ส ที่โชว์ฟอร์มได้อย่างน่าผิดหวังในซีซั่นนั้นและตกชั้นไปในที่สุด

ก่อนที่เขานั้นจะเลือกย้ายไปเล่นให้ แทร็บซอนสปอร์ ทีมดังจากแดนไก่งวง และแขวนสตั๊ดกับทีมไปในปี 2016

 

ดาวิด ลุยซ์

จากการที่กัปตันทีมอย่าง จอห์น เทอร์รี่ ติดโทษแบนไม่สามารถลงเล่นได้ จึงส่งผลให้โรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอ ผู้จัดการทีมในเวลานั้น เลือกที่จะส่ง ลุยซ์ ลงมาเล่นในตำแหน่งกองหลังยืนคู่กับ แกรี่ เคฮิลล์ ซึ่งทั้งคู่สามารถทำได้ดีมากในการเจอกับแนวรุกของบาเยิร์นเมื่อ 9 ปีที่แล้ว

ซึ่งหลังจากนั้นในปี 2014 เจ้าตัวได้ย้ายไปเล่นให้กับทีมดังอย่างปารีส แซ็ง แฌร์แม็ง เป็นเวลา 2 ปี ก่อนจะย้ายกลับมาร่วมทีมเชลซีเป็นคำรบที่สองในปี 2016 และย้ายไปเล่นให้กับทีมอริร่วมกรุงลอนดอนอย่างปืนใหญ่ อาเซน่อล เมื่อซัมเมอร์ปี 2019 จนถึงปัจจุบัน

 

แกรี่ เคฮิลล์

เชลซี

 

กองหลังชาวอังกฤษย้ายมาร่วมทีมเชลซีเมื่อตลาดหน้าหนาว ฤดูกาล 2011/2012 ก่อนจะกลายเป็น 1 ในกำลังหลักที่สำคัญของเชลซีในเวลาต่อมา นอกจากถ้วยยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีกที่เขาสามารถคว้ามาครองได้สำเร็จร่วมกับทีมนั้น ยังมีถ้วยพรีเมียร์ลีก อีก 2 สมัย เอฟเอคัพ 2 สมัย ถ้วยยูโรป้า ลีก 2 สมัย รวมถึงลีกคัพอีก 1 สมัย

จนมาในปี 2019 หลังจากที่เจ้าตัวไม่ได้รับโอกาสมากลงเล่นมากนักในยุคของกุนซือชาวอิตาลีอย่าง เมาริซิโอ ซาร์รี เคฮิลล์จึงตัดสินใจย้ายไปร่วมทีม คริสตัล พาเลซ และอยู่ค้าแข้งร่วมกับทีมจนถึงปัจจุบัน

 

แอชลี่ย์ โคล

เชลซี

 

ตำนานแบ็คซ้ายทีมชาติอังกฤษอยู่ค้าแข้งกับเชลซีมาอย่างยาวนาน และยังร่วมคว้าแชมป์กับทีมมาได้มากถึง 9 สมัยด้วยกัน โดยเขานั้นเลือกที่จะอำลาถิ่นสแตมฟอร์ดบริดจ์ไปร่วมทีมดังจากอิตาลีอย่างโรม่า ในปี 2014 ก่อนที่จะย้ายข้ามน้ำข้ามทะเลไปอยู่กับทีมแอลเอ กาแลกซี่ถึง 3 ฤดูกาล และกลับมาแขวนสตั๊ดกับดาร์บี้ เคาน์ตี้ ที่อังกฤษในปี 2019

ซึ่งหลังจากแขวนสตั๊ดได้ไม่นาน โคล ก็กลับมาที่สแตมฟอร์ดบริดจ์อีกครั้ง ตามคำเชิญชวนของ แฟรง แลมพาร์ด กุนซือของทีม ณ เวลานั้น เข้ามาร่วมทีมในฐานะโค้ชของทีมเยาวชนและดำรงตำแหน่งลากยาวมาจนถึงปัจจุบันนี้ แม้ แลมพาร์ด จะโดนเด้งไปแล้วก็ตาม

 



 

แฟรง แลมพาร์ด

เชลซี

หนึ่งในนักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาตร์ของเชลซี และยังเป็นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของสโมสรอย่าง แฟรง แลมพาร์ด หลังจากที่ค้าแข้งกับทีมมาอย่างยาวนานถึง 13 ฤดูกาล เจ้าตัวก็ย้ายไปแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในปี 2014 ก่อนที่ปีต่อมาจะได้ไปร่วมทีมนิวยอร์ก ซิตี้ ที่เป็นสโมสรพันธมิตรกับทีมเรือใบสีฟ้า และตัดสินใจแขวนสตั๊ดหลังจากร่วมทีมได้เพียง 18 เดือนในนิวยอร์ก

หลังจากนั้น ปี 2018 แลมพาร์ดเข้าไปรับตำแหน่งกุนซือของทีมในเดอะแชมเปี้ยนชิพ อย่างดาร์บี้ เคาน์ตี้ 1 ฤดูกาล ก่อนจะกลับมาที่เชลซีอีกครั้งในฐานะกุนซือของทีมแทนที่ เมาริซิโอ ซาร์รี่ อดีตกุนซือ

โดยเขานั้นมีโอกาสคุมทีมได้เพียง 18 เดือนเท่านั้นก่อนจะถูกไล่ออกเมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา และเป็น โทมัส ทูเคิ่ล กุนซือชาวเยอรมันที่เข้ามารับตำแหน่ง ก่อนจะพาทีมเข้ารอบชิงชนะเลิศในศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกได้ในเวลาต่อมา

 

จอห์น โอบี มิเกล

กองกลางชาวไนจีเรียอยู่ค้าแข้งกับเชลซีมาจนถึงฤดูกาล 2016/2017 ซึ่งหลังจากที่สโมสรเลือกที่จะไม่ต่อสัญญา เจ้าตัวเลยเลือกที่จะย้ายไปค้าแข้งในลีกแดนมังกรกับเทียนจิน เทนด้า แบบไม่มีค่าตัวในเดือนมกราคม ปี 2017

หลังจาก 2 ปีในลีกจีน มิเกล ย้ายไปมิดเดิ้ลสโบรช์ ในลีกเดอะแชมเปี้ยนชิพ ด้วยสัญญาระยะสั้น 6 เดือน ก่อนจะย้ายไปค้าแข้งในลีกตุรกีกับแทร็บซอนสปอร์เป็นระยะเวลา 8 เดือน

จนในซัมเมอร์ที่ผ่านมาเจ้าตัวเลือกที่จะย้ายกลับมาเล่นในอังกฤษอีกครั้งกับสโต๊ค ซิตี้ และได้รับโอกาสลงเล่นไปทั้งหมด 41 นัดรวมทุกถ้วยทุกรายการด้วยกัน

 

ไรอัน เบอร์ทรานด์

ถือว่าเป็นหนึ่งในนักเตะที่เซอร์ไพร์แฟนบอลในค่ำคืนนั้นพอสมควร สำหรับแบ็คซ้ายชาวอังกฤษที่ได้รับโอกาสลงเล่นในตำแหน่งปีกซ้ายและยังเป็นการเล่นนัดแรกของเจ้าตัวในถ้วยแชมป์เปี้ยนลีกอีกด้วย
หลังจากนั้นในช่วงเปิดตลาดหน้าหนาวปี 2014 เจ้าตัวก็ได้ย้ายไปร่วมทีมสิงห์ผงาด แอสตัน วิลล่าด้วยสัญญายืมตัวระยะสั้น ก่อนที่จะย้ายไปร่วมทีมเซาท์แธมตันด้วยสัญญายืมตัวในฤดูกาล2014/2015 และสามารถโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมจนทีมนักบุญซื้อขาดไปร่วมทีมในปีต่อ

ปัจจุบันเบอร์ทรานด์ยังคงค้าแข้งอยู่ในถิ่นเซนต์แมรีส์ โดยลงเล่นไปทั้งหมด 240 นัด ทำไปทั้งสิ้น 8 ประตู กับอีก 20 แอสซิสต์ด้วยกัน

 

ฆวน มาต้า

เชลซี

แทบไม่ง่ายเลยสำหรับสาวกทีมสิงโตน้ำเงินครามที่จะลืมความยอดเยี่ยมของมิดฟิลด์ชาวสเปน ตลอด 3 ปีที่เขาค้าแข้งร่วมกับทีม เขาสามารถคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของสโมสรได้ถึง 2 ฤดูกาลติดต่อกัน ก่อนที่การมาของกุนซือชาวโปรตุเกสอย่าง โชเซ มูรินโญ่ ในคำรบที่ 2 ทำให้ชีวิตการค้าแข้งของเขาในรังสแตมฟอร์ด บริดจ์ ไม่ค่อยราบรื่นเท่าไหร่นัก

จนกระทั้งตลาดหน้าหนาวปี 2014 มาต้าก็ได้ย้ายไปแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัวสูงถึง 37 ล้านปอนด์ และอยู่ร่วมกับทีมจนถึงปัจจุบัน โดยลงเล่นไปทั้งหมด 270 นัด ทำไปทั้งสิ้น 50 ประตู กับอีก 47 แอสซิสต์ รวมทุกถ้วยทุกรายการด้วยกัน

 

 

 

 

 

 

 

ซาโลมง กาลู

หลังจากคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกร่วมกับทีม กาลูก็โดนปล่อยออกจากทีมอย่างน่าแปลกใจ เพราะเขานั้นถือว่าเป็นนักเตะที่โชว์ฟอร์มได้ดีคนนึงเลยในซีซั่นนั้น

ซึ่งเจ้าตัวได้ย้ายไปเล่นให้กับลีลล์ ก่อนจะซัดไป 30 ประตู ใน 67 เกม ตลอด 2 ฤดูกาลกับทีม ก่อนจะย้ายไปแฮร์ธ่า เบอร์ลิน ในบุนเดสลีกา และยังคงรักษาฟอร์มการเล่นของตัวเองได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเขานั้นมีสถิติเฉลี่ยยิงประตูทุกๆ 3 เกม ตลอดระยะเวลา 5 ฤดูกาลที่เยอรมัน

จนซัมเมอร์ปี 2020 ที่ผ่านมา กาลูจะย้ายไปโบตาโฟโก้ ลีกบราซิล และยังค้าแข้งอยู่ที่นั่นจนถึงปัจจุบัน

 



 

ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา

เชลซี

“เก๋าเกมส์” “กวนโอ้ย” “ของจริง” สรรพคุณของสิงห์ดำตนนี้ (เจมี่ คาราเกอร์ สามารถการันตีเรื่องนี้ได้) ชายผู้โหม่งตีเสมอจุดประกายความหวังให้กับทีมในนัดชิงชนะเลิศกับบาร์เยิร์น มิวนิค และยังรับหน้าที่สังหารจุดโทษเป็นคนสุดท้ายพาเชลซีคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนลีก มาครองได้สำเร็จ ถึงขนาดมีแฟนบอลบางคนได้เรียกการแข่งขันในวันนั้นว่า “ค่ำคืนของดร็อกบา” เลยทีเดียว

หลังจากคว้าแชมป์ได้อย่างยิ่งใหญ่เจ้าตัวเลือกที่จะอำลาเชลซี แล้วย้ายไปเล่นกับเซี่ยงไฮ้ เสิ่นหัว เป็นเวลาสั้นๆ โดยมีโอกาสได้เล่นกับอดีตเพื่อนร่วมทีมอย่างนิโกล่าส์ อเนลก้า ก่อนที่ดร็อกบาจะย้ายกลับมาเล่นในยุโรปกับกาลาตาซาราย ทีมดังในลีกตุรกี และกลับมากับเชลซีอีกครั้งในฤดูกาล 2014/2015 เพื่อร่วมงานกับ มูรินโญ่ รอบที่สอง ซึ่งหลังจากจบฤดูกาลเจ้าตัวก็ได้เดินทางไปค้าแข้งในลีกแดนมะกัน กับสองสโมสรอย่างมอนเทอร์เรย์ และฟีนิกซ์ ไรซิ่ง ก่อนจะแขวนสตั๊ดไปในปี 2018

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาดร็อกบาก็มุ่งเน้นในการทำงานการกุศลในประเทศบ้านเกิด ซึ่งล่าสุดเจ้าตัวได้ทำการบริจาคโรงพยาบาลของเขาเองเพื่อนช่วยไอวอรีโคสต์สู้กับเชื้อโควิด-19 เมื่อกลางปีที่ผ่านมา

 

เชลซี

 

 


iReallyLikeFootball.com เว็บไซต์ คอลัมน์ฟุตบอล บทความฟุตบอล ข่าวฟุตบอล สร้างสรรค์ผลงานจากความตั้งใจ โดยกลุ่มคนที่รักและชอบฟุตบอลเป็นชีวิตจิตใจ

“Football can make a friend, can make a life”

::::: ต้องการติดต่อสอบถามหรือขอลงโฆษณา :::::

แอด LINE : @803toskz หรือคลิกลิงค์นี้ http://nav.cx/omAqg0Q

แสดงความคิดเห็น