ทุกคนต่างรู้กันดีว่าสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศมหาอำนาจของโลกซึ่งพวกเขาเป็นที่ 1 ในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ สังคม ไม่เว้นแม้แต่ด้านกีฬา พวกเขายังมี ลีกบาสเกตบอลที่ใหญ่ที่สุดและมีชื่อเสียงไปทั่วโลก อย่าง NBA หรือ MLB เมเจอร์ลีกเบสบอลมืออาชีพที่ใหญ่ที่สุดของโลก แต่ถ้าพูดถึงฟุตบอล หรือ ซ็อคเกอร์ พวกเขาไม่ใช่ที่ 1 ในด้านนี้ แม้ว่าในนามฟุตบอลทีมชาติสหรัฐอเมริกานั้นพวกเขามีทีมฟุตบอลทีมหญิงที่มีดีกรีเป็นแชมป์โลก 4 สมัยมากที่สุดในการแข่งขันฟุตบอลโลกหญิง แต่เมื่อมองมาที่ฟุตบอลทีมชายนั้น พวกเขาไม่เคยแม้แต่จะเข้ารอบชิงชนะเลิศในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายแม้แต่ครั้งเดียว โดยผลงานที่ดีที่สุดคือการคว้าอันดับ 3 ในฟุตบอลโลกปี 1930 ที่ประเทศอุรุกวัย

นับตั้งแต่คว้าอันดับ 3 ในฟุตบอลโลก 1930 ก็เป็นเวลากว่า 1 ศตวรรษแล้วที่ทีมฟุตบอลทีมชาติสหรัฐอเมริกาเปรียบเสมือนไม้ประดับในฟุตบอลโลก ซึ่งส่วนหนึ่งอาจจะมาจากการที่พวกเขาไม่ค่อยมีนักเตะที่เก่งหรือมีประสบการณ์ในเกมระดับสูงกับนักเตะมากความสามารถในยุโรปมากนัก โดยในอดีตที่ผ่านมามีนักเตะจากแดนลุงแซมที่ได้โอกาสมาเล่นในยุโรป หรือมีชื่อเสียงในระดับโลกนั้นมีไม่มากนัก โดยนักเตะที่พอเข้าข่ายกับคำว่าระดับโลกก็คงมีอย่าง แลนดอน โดโนแวน, คลินต์ เดมป์ซีย์ หรือปราการหลังเครางามอย่าง อเล็กซี่ ลาลาส

แต่ในปัจจุบันนั้นได้มีนักเตะดาวรุ่งสัญชาติอเมริกันหลายต่อหลายคนที่โชว์ฟอร์มโดดเด่นและโลดแล่นอยู่ในเวทียุโรป ซึ่งบางคนยังเรียกได้ว่าเป็นตัวหลักของสโมสรนั้น บางคนก็เป็นดาวรุ่งที่รอคอยโอกาสในการแจ้งเกิดกับต้นสังกัดอยู่ด้วย ซึ่งเราจะพาไปดูว่ามีนักเตะคนไหนที่เป็นดาวรุ่งอนาคตไกลของทีมชาติสหรัฐอเมริกากันบ้าง

 

คริสเตียน พูลิซิช (เชลซี)

ทีมชาติสหรัฐอเมริกา

ถ้าพูดถึงนักเตะสัญชาติอเมริกันในปัจจุบัน คงไม่มีใครไม่นึกถึงกัปตันอเมริกา หรือ คริสเตียน พูลิซิช แนวรุกวัย 22 ปีของทีมเชลซี ยักษ์ใหญ่จากพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ที่พวกเขาดึงมาร่วมทีมจาก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ สูงถึง 58 ล้านปอนด์ เมื่อปี 2019

นอกจากนี้ พูลิซิช ยังป็นนักเตะเจ้าของสถิติผู้เล่นอายุน้อยที่สุดที่ได้ทำหน้าที่เป็นกัปตันให้กับทีมชาติสหรัฐอเมริกา ด้วยวัยเพียง 20 ปี 63 วันในเวลานั้น

ซึ่งในซีซั่นนี้ไม่ใช่ซีซั่นที่ดีของเขาสักเท่าไหร่ เพราะเจ้าตัวมีอาการบาดเจ็บรบกวนตั้งแต่ต้นฤดูกาล ทำให้มีโอกาสลงเล่นให้ต้นสังกัดไป 28 นัด ทำไปได้ 2 ประตู กับ 2 แอสซิสรวมทุกรายการเท่านั้น ปัจจุบัน คริสเตียน พูลิซิช ได้โอกาสลงเล่นให้ทีมชาติสหรัฐอเมริกา ไป 34 นัด ยิงไป 14 ประตู

 



 

เวสตัน แม็คเคนนี่ (ยูเวนตุส)

ทีมชาติสหรัฐอเมริกา

มิดฟิลด์วัย 22 ปี ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมกับชาลเก้ 04 ก่อนจะเป็นยูเวนตุส ยักษ์ใหญ่จากศึกกัลโช่ เซเรียอา อิตาลีที่ตัดสินใจดึงไปร่วมทีมด้วยสัญญายืมตัว 1 ฤดูกาล พ่วงอ็อปชันซื้อขาดในราคา 18.5 ล้านยูโร (ปัจจุบันยูเวนตุสใช้อ็อปชั่นซื้อขาด แม็คเคนนี่ ไปเมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยเซ็นสัญญายาวถึงปี 2025)

ซึ่งถือเป็นการเสริมทัพรายแรกของ อันเดรีย ปีร์โล กุนซือคนปัจจุบันที่เข้ามาคุมทีมเมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา การย้ายมาร่วมทีมครั้งนี้ทำให้เขาได้มีโอกาสลงเล่นร่วมกับคริสเตียโน โรนัลโด ดาวยิงชาวโปรตุกีส เจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ 5 สมัย

โดยเจ้าตัวได้โอกาสลงเล่นให้ต้นสังกัดไป 35 นัด ทำไป 5 ประตู กับอีก 2 แอสซิสต์ ทั้งนี้ แม็คเคนนี่ ยังถือว่าเป็นนักเตะชาวอเมริกันคนแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอล ที่ได้ย้ายมาเล่นให้ยูเวนตุสอีกด้วย

 

ทิโมธี เวอาห์ (ลีลล์)

ทีมชาติสหรัฐอเมริกา

กองหน้าดาวรุ่งวัย 21 ปีคนนี้มีดีกรีเป็นถึงลูกชายของดาวยิงระดับตำนานอย่าง จอร์จ เวอาห์ ซึ่งประธานาธิบดีของประเทศไลบีเรียในปัจจุบัน เขาเป็นหนึ่งในขุมกำลังสำคัญที่พาลีลล์รั้งตำแหน่งรองจ่าฝูงลีคเอิงในเวลานี้โดยมีแต้มเท่ากับปารีส แซงต์-แชร์กแมงคู่แข่งร่วมลีก ซึ่งลีลล์กำลังอยู่ในเส้นทางลุ้นคว้าแชมป์ลีกในรอบ10ปี หลังจากที่เคยทำได้ในฤดูกาล 2010-2011

ถึงแม้ว่าเจ้าตัวมักจะเริ่มต้นด้วยการเป็นตัวสำรองซะส่วนใหญ่ แต่เจ้าหนูวัย 21 ปีก็ไม่ทำให้ผิดหวังเมื่อได้รับโอกาส โดยลงสนามไป 33 นัด ทำไป 5 ประตู กับอีก 1 แอสซิสต์ ปัจจุบัน ทิโมธี เวอาห์ได้โอกาสลงเล่นให้ทีมชาติสหรัฐอเมริกา ไป 10 นัด ยิงไป 1ประตู

 

ไทเลอร์ อดัมส์ (แอร์เบ ไลป์ซิก)

ทีมชาติสหรัฐอเมริกา

เจ้าหนูนักเตะสารพัดตำแหน่งชาวอเมริกันคนนี้ เป็นอดีตนักเตะเยาวชนของทีม นิวยอร์ค เร้ดบูล ทีมดังแห่งเมเจอร์ ลีก ซอคเกอร์ ก่อนที่ แอร์เบ ไลป์ซิก จะเซ็นเขามาร่วมทีมแบบไม่มีค่าตัว ในช่วงซัมเมอร์ฤดูกาล 2018-2019

เจ้าหนูวัย 22 ปี เล่นในตำแหน่งกองกลางตำรับ ซึ่งเจ้าตัวยังสามารถเล่นในตำแหน่งแบ็คขวาได้อีกด้วย โดยเจ้าตัวยิงประตูแรกของตัวเองกับทีมได้ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ รอบ 8 ทีมสุดท้าย ที่ชนะแอตเลติโก มาดริด ไปได้ 2-1 ช่วยให้ไลป์ซิกสามารถผ่านเข้ารอบไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ รอบ 4 ทีมสุดท้าย ครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร

โดยในฤดูกาลนี้ ไทเลอร์ อดัมส์ นั้นลงเล่นให้ต้นสังกัดไป 32 นัด ยิง 1 ประตู กับ อีก 1 แอสซิสต์ ช่วยให้ ไลป์ซิก รั้งอันดับที่ 2 ตามรั้งจ่าฝูงอย่าง บาเยิร์น มิวนิค อยู่เพียงแค่ 4 คะแนน เท่านั้น

 

จิโอวานนี่ เรน่า (โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์)

ทีมชาติสหรัฐอเมริกา


เจ้าหนูวัย 18 ปี อดีตเด็กปั้นของสโมสร นิวยอร์ค ซิตี้ ก่อนที่นักเตะชาวอเมริกันดาวรุ่งรายนี้จะได้โอกาสย้ายข้ามทวีปมาเล่นให้กับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์

ในฤดูกาลนี้เจ้าตัวได้โอกาส ลงเล่นไปแล้ว 34 นัดในซีซั่นนี้ ยิงไปได้ถึง 4 ประตู กับอีก 6 แอสซิสต์ ช่วยให้ทัพเสือเหลืองรั้งอันดับ 6 ในลีกฤดูกาลนี้ รวมถึงช่วยให้ทีมชนะ เซบียา ทีมดังจากสเปนไปด้วยสกอร์รวม 5-4 ในของศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ รอบ 16 ทีมสุดท้าย เข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย ไปเจอกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ จ่าฝูงของพรีเมียร์ลีกอังกฤษในเวลานี้

โดย จิโอวานนี่ เรน่า ถูกยกย่องว่าเป็น 1 ในดาวรุ่งที่จะขึ้นมาเป็นนักเตะระดับโลกในอนาคต ร่วมกับเพื่อนทีมอย่าง เออร์ลิง ฮาแลนด์ ที่โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมร่วมกันที่ ดอร์ทมุนด์

ในนามที่ชาติ จิโอวานนี่ เรน่า ได้โอกาสลงเล่นให้ทีมชาติสหรัฐอเมริกา ไป 2 นัด ยิงไป 1 ประตู

 

เซอร์จิโอ เดสต์ (บาร์เซโลน่า)

ทีมชาติสหรัฐอเมริกา

เดสต์ นั้นเป็นเด็กเยาวชนของ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม เป็นเวลานานถึง 7 ปี ก่อนจะได้รับโอกาสขึ้นมาเล่นกับทีมชุดใหญ่เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา ซึ่งเพียงแค่ฤดูกาลแรกเท่านั้น เจ้าตัวก็สามารถยึดตำแหน่งแบ็คขวาตัวหลักของทีม และโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่น ก่อนจะเป็นยักษ์ใหญ่จากลาลีกา สเปนที่คว้าไปร่วมทีมในฤดูกาลต่อมา กลายเป็นนักเตะใหม่คนแรกที่ในยุคของโรนัลด์ คูมัน กุนซือคนปัจจุบันของทีม

ซึ่งเจ้าหนูวัย 20 ปีเป็นนักเตะที่โรนัลด์ คูมันไว้เนื้อเชื่อใจเป็นอย่างมาก โดยเจ้าตัวได้รับโอกาสลงเล่นไป 35 นัด ยิงไป 3 ประตู กับอีก 1 แอสซิสต์รวมทุกรายการ ช่วยให้ บาร์เซโลน่า รั้งอันดับ 2 ของตารางตามหลัง แอตเลติโก มาดริด จ่าฝูงอยู่ 4 คะแนน

 

คริส ริชาร์ด (บาเยิร์น มิวนิค)

ทีมชาติสหรัฐอเมริกา

หลังจากมีโอกาสลงเล่นในฐานะตัวสำรองเมื่อช่วงท้ายฤดูกาลที่ผ่านมา ในที่สุดเจ้าหนูวัย 20 ปีก็ได้รับโอกาสลงเล่นเป็นตัวจริงให้บาเยิร์น มิวนิค โดยสามารถทำได้ 1 แอสซิสต์ได้ในนัดแรกที่ลงเล่นให้กับทีมในนัดที่พบกับ แฮร์ธ่า เบอร์ลิน เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา
จากนั้นเป็นต้นมาดาวรุ่งชาวมะกัน ต้องเผชิญกับงานที่ยากลำบากในการสอดแทรกขึ้นไปเล่นในทีมชุดใหญ่ของบาเยิร์น ซึ่งเจ้าตัวมักจะได้ลงเล่นกับทีมสำรองของทีมเป็นส่วนใหญ่ ก่อนที่เจ้าตัวจะหาโอกาสในลงเล่นมากขึ้นด้วยการย้ายไปร่วมทีม ฮอฟเฟ่นไฮม์ ด้วยสัญญายืมตัวจนจบฤดูกาล

 

 


iReallyLikeFootball.com เว็บไซต์ คอลัมน์ฟุตบอล บทความฟุตบอล ข่าวฟุตบอล สร้างสรรค์ผลงานจากความตั้งใจ โดยกลุ่มคนที่รักและชอบฟุตบอลเป็นชีวิตจิตใจ

“Football can make a friend, can make a life”

::::: ต้องการติดต่อสอบถามหรือขอลงโฆษณา :::::

แอด LINE : @803toskz หรือคลิกลิงค์นี้ http://nav.cx/omAqg0Q

แสดงความคิดเห็น