แน่นอนคงไม่มีใครเชื่อ!

ถ้าก่อนพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2020/2021 เราพูดว่า เวสต์แฮม ยูไนเต็ด จะโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม และเป็นทีมแย่งชิงพื้นที่บอลยุโรปกับเหล่าทีมชั้นนำขาประจำของพรีเมียร์ลีก เพราะหากย้อนกลับไปดูผลงานของพลพรรคขุนค้อนเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา พวกเขารั้งอันดับ 16 ของตาราง เก็บได้เพียง 39 คะแนน เหนือจากโซนตกชั้นเพียง 5 คะแนนเท่านั้น

 

แต่ทว่า…ในซีซั่นนี้ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ของ เดวิด มอยส์ นั้นสามารถโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม ถึงแม้ว่าเมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา พลพรรคขุนค้อนจะเพิ่งปราชัยต่อแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่เปิดรังเฉือนไปด้วยสกอร์ 1-0 โดยที่รูปเกมดูเป็นรองทีมเจ้าบ้านอยู่พอสมควร แต่เหล่าลูกทีมของ เดวิด มอยส์ ก็สู้ได้อย่างยอดเยี่ยมตลอดทั้งเกม ซึ่งประตูที่พวกเขาเสียนั้นเกิดจากความผิดพลาดส่วนบุคคล เป็นการทำเข้าประตูตัวเองของ เคร็ก ดอว์สัน ปราการหลังของทีม

สรุปแล้วพรีเมียร์ลีกเดินทางมาถึงกลางเดือนมีนาคม 2021 เวสต์แฮมยังคงรั้งอันดับ 5 ของตารางพรีเมียร์ลีก มี 27 คะแนน จาก 14 นัดล่าสุด โดยเป็นการเจอทีมจากโซนบนของตารางถึง 7 นัดด้วยกัน เป็นอะไรที่เกินความคาดหมายอย่างยิ่ง อะไรเป็นจุดเปลี่ยนของทีมที่หนีตกชั้นเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมาสู่ทีมที่กำลังลุ้นตั๋วโควตาบอลยุโรปกันนะ !?

 

 

1. ไม่เสียแต้มง่ายๆกับทีมในระดับเดียวกัน

หนึ่งในสิ่งที่พลพรรคขุนค้อนทำได้ดีขึ้นจากฤดูกาลที่ผ่านมาก็คือการที่พวกเขาไม่พลาดท่าเสียแต้มง่ายๆ ให้กับทีมที่ไม่ใช่ทีมในระดับท๊อป 6 เหมือนซีซั่นที่ผ่านมา โดยปัจจุบันพวกเขาพึ่งแพ้ไปเพียง 8 นัด ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ หลังจากผ่านไป 28 นัด โดยทั้ง 8 นัดเป็นการแพ้ทีมที่ไม่ใช่ทีมระดับท๊อป 6 เพียงแค่ 1 นัดด้วยกัน แต่เมื่อเทียบกับซีซั่นก่อนในช่วงเวลาเดียว พวกเขาแพ้ไป 15 นัดหลังจากผ่านไป 28 นัด โดยพวกเขาแพ้ให้ทีมที่ไม่ใช่ทีมระดับท๊อป 6 ถึง 9 นัดด้วยกัน

 

เวสต์แฮม

 



 

จากผลการแข่งขันทางด้านบนที่เรายกมานั้น ระหว่าง 8 จาก 19 นัด ที่ เวสต์แฮม แพ้ ในฤดูกาล 2019/20 กับ 8 นัดที่พวกเขาแพ้ในฤดูกาล 2020/21 ซึ่งเราจะเห็นได้ว่า ในฤดูกาลนี้มีเพียง 1 จาก 8 นัด เท่านั้นที่พวกเขาแพ้ทีมที่ไม่ใช่ระดับท๊อป 6 ของลีก นั่นคือ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ที่รั้งอันดับ 17 ในปัจจุบัน แต่เมื่อมองย้อนกลับไปใน ฤดูกาล 2019/2020 พลพรรคขุนค้อนนั้น แพ้ทีมที่ไม่ใช่ท๊อป 6 ของลีก มากถึง 11 นัดตลอดทั้งฤดูกาลด้วยกัน

 

2. แนวรุกที่น่ากลัว-เกมรับที่ไว้ใจได้

28 นัด ยิงได้ 42 ประตู เสีย 32 ประตู เป็นตัวเลขที่ไม่แย่เลยเมื่อเทียบกับทีมระดับชั้นนำของพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ เวสต์แฮมยิงประตูมากเป็นอันดับ 8 ของลีก โดยพวกเขาสามารถยิงประตูได้มากกว่า อาร์เซน่อล ทีมร่วมกรุงลอนดอน และเมื่อพูดถึงเกมรับ พวกเขาเสียประตูน้อยสุดเป็นอันดับ 6 ของลีก ร่วมกับ เลสเตอร์ ซิตี้ และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

 

สถิติการเปรียบเทียบ เกมรุก-เกมรับ ของ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ในฤดูกาล 2019/2020 และ 2020/2021

เวสต์แฮม

เวสต์แฮม
credit: https://www.premierleague.com

 

เกมรุก

เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมาทีม ขุนค้อนมีโอกาสส่องประตูไปทั้งหมด 417 ครั้ง เข้ากรอบ 163 ครั้ง สามารถเปลี่ยนเป็นประตู ไป 49 ลูก ตลอดทั้งฤดูกาล โดยมีถึง 4 ลูกมาจากลูกจุดโทษ

แต่ในฤดูกาลนี้ พวกเขามีโอกาสส่องประตูไปทั้งหมด 332 ครั้ง เข้ากรอบ 119 ครั้ง สามารถเปลี่ยนเป็นประตู ไป 42 ลูก มาจากลูกจุดโทษเพียงแค่ 1 ลูกเท่านั้น และยังเหลือการเล่นในมืออยู่ถึง 10 นัดด้วยกัน เมื่อเปรียบเทียบกันแล้วเราจะเห็นได้ว่า ทีมขุนค้อนในฤดูกาลนี้มีการจบสกอร์ที่เฉียบคมและแม่นยำมากกว่าฤดูกาลที่แล้วอย่างเห็นได้ชัด

เกมรับ

เมื่อมองไปที่เกมรับของทีมนั้น ในฤดูกาลนี้พวกเขาเสียประตูไปเพียง 32 ประตู น้อยกว่าฤดูกาลที่แล้วถึงเกือบ 2 เท่า ที่ 62 ประตู และสามารถเก็บคลีนชีตได้มากกว่าถึง 3 นัด ทั้งที่ยังเหลือเกมในมืออีก 10 นัดด้วยกัน ถือว่าสามารถพัฒนาเกมรับให้เหนียวแน่นจากเดิมได้ดีมากในฤดูกาลนี้

 

3. นักเตะที่ย้ายมาใหม่โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม

โดยช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาเวสต์แฮมเซ็นสัญญาถาวรกับ โทมัส ซูเช็ค ที่พวกเขายืมตัวมาจาก สลาเวีย ปราก เมื่อซีซั่นก่อน มาร่วมทีมด้วยค่าตัว 19 ล้านปอนด์ โดยกองกลางร่างยักษ์เจ้าของส่วนสูง 192 เซนติเมตรโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมโดยเขาลงสนามไป 28 นัดในลีก ซัดไป 8 ประตู เป็นดาวซัลโวของทีมในตอนนี้

อีกหนึ่งนักเตะที่สามารถโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม นั่นก็คือ เจสซี่ ลินการ์ด มิดฟิลด์จากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่พึ่งย้ายเข้ามาในตลาดหน้าหนาวที่ผ่านมาด้วยสัญญายืมตัวจนจบฤดูกาล โดยเขาโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมตั้งแต่นัดแรกที่ได้ลงสนาม ด้วยการซัด 2 ประตูพาทีมชนะแอสตันวิลล่าไปได้ 3-1 โดยในปัจจุบันเจ้าตัว ทำไปแล้ว 4 ประตู กับอีก 1 แอสซิสต์ จากการลงเล่นให้ขุนค้อนเพียง 6 นัดในพรีเมียร์ลีกเท่านั้น

 



 

4. การเล่นแบบไร้แฟนบอล

หลายทีมอาจโหยหาบรรยากาศแฟนบอลเข้ามาเชียร์ทีมรักในรังเหย้าอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง แต่สำหรับเวสต์แฮมนั้นต่างออกไป เพราะบรรยากาศกองเชียร์ในรังเหย้าเป็นอะไรที่น่าอึดอัดมาหลายปีแล้วระหว่างเหล่าผู้บริหารและแฟนบอล เหล่าเดอะแฮมเมอร์ มักจะประท้วงต่อต้านเหล่าผู้บริหารของทีมอย่าง เดวิด โกลด์, เดวิด ซัลลิแวน และคาร์เรน เบรดี้ อยู่ตลอดเกี่ยวกับผลงานที่ย่ำแย่ของทีม

เวสต์แฮม
credit: https://www.thetelegraph.com/sports

เดอะแฮมเมอร์แสดงความไม่ไว้วางใจต่อคณะกรรมการและผู้บริหารอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แม้แต่ผู้ที่เป็นทั้งแฟนของเวสต์แฮมและนักข่าว talkSPORT เอียน อับราฮัม ก็เห็นด้วยกับเรื่องนี้

“ผมคิดว่าหนึ่งในปัจจัยที่สำคัญที่สุดในความสำเร็จของเวสต์แฮม ในฤดูกาลนี้คือความจริงที่ว่าไม่มีใครอยู่ที่นั่นคอยดูพวกเขา” อับราฮัม กล่าวในรายการ talkSPORT Breakfast

“แฟนบอลเวสต์แฮมนั้นเป็นหนึ่งในพวกที่ทุ่มเทและดุเดือดที่สุดเมื่อพูดถึงเรื่องการสนับสนุนทีม แล้วผมเชื่ออย่างแท้จริงเลยว่าเวสต์แฮมได้รับประโยชน์ในปีนี้จากการเล่นแบบไม่มีแฟนบอลในสนามและไม่ได้เล่นในบรรยากาศที่เป็นลบ”

 

ถ้าเกิดว่าเวสต์แฮม ยูไนเต็ด จะสร้างปาฏิหาริย์จากทีมหนีตกชั้นสู่ทีมแชมป์พรีเมียร์ลีกแบบเลสเตอร์ ซิตี้ ในฤดูกาล 2015/16 มันคงแทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะเกิดขึ้น แต่การรั้งอันดับ 5 ในปัจจุบันท่ามกลางทีมระดับชั้นนำของลีก และยังแข่งแย่งชิงพื้นที่บอลยุโรปในซีซั่นหน้าได้อย่างสูสีในตอนนี้ ก็เป็นสิ่งที่เกินความคาดหมายของเหล่าพลพรรคขุนค้อนมากแล้วในฤดูกาลนี้

 

 


iReallyLikeFootball.com เว็บไซต์ คอลัมน์ฟุตบอล บทความฟุตบอล ข่าวฟุตบอล สร้างสรรค์ผลงานจากความตั้งใจ โดยกลุ่มคนที่รักและชอบฟุตบอลเป็นชีวิตจิตใจ

“Football can make a friend, can make a life”

::::: ต้องการติดต่อสอบถามหรือขอลงโฆษณา :::::

แอด LINE : @803toskz หรือคลิกลิงค์นี้ http://nav.cx/omAqg0Q
Facebook : http://www.facebook.com/ireallylikefootball
Email : ireallylikefootball@gmail.com
หรือติดต่อเราได้ที่ http://www.ireallylikefootball.com/contact

แสดงความคิดเห็น