ยังมิทันที่เหมันต์ฤดูจะคลายหนาว…ในถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่อีกคำรบ
เพียงแค่ชั่วข้ามเดือนเท่านั้นหลังพาทีมผงาดรั้งบัลลังก์จ่าฝูง ชื่อของ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ได้กลายเป็นอดีตนายใหญ่ เชลซี ไปเสียแล้ว ยุติการทำงานในถิ่นเก่าที่เคยสร้างชื่อในฐานะตำนานนักเตะไว้เพียง 18 เดือนเท่านั้น

 

นัดที่ 1. ชนะ ไบรท์ตัน 3-1 (เยือน)
2. แพ้ ลิเวอร์พูล 0-2 (เหย้า)
3. เสมอ เวสต์บรอมวิช 3-3 (เยือน)
4. ชนะ คริสตัล พาเลซ 4-0 (เหย้า)
5. เสมอ เซาธ์แฮมป์ตัน 3-3 (เหย้า)
6. เสมอ แมนฯ ยูไนเต็ด 0-0 (เยือน)
7. ชนะ เบิร์นลี่ย์ 3-0 (เยือน)
8. ชนะ เชฟฯ ยูไนเต็ด 4-1 (เหย้า)
9. ชนะ นิวคาสเซิ่ล 2-0 (เยือน)
10. เสมอ สเปอร์ส 0-0 (เหย้า)
11. ชนะ ลีดส์ 3-1 (เหย้า)

 

ผลงาน ชนะ 6 เสมอ 4 แพ้เพียงเกมเดียว อาจไม่ได้เลิศหรูไฉไลนัก แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้ แลมพาร์ด ก้าวขึ้นไปนั่งแท่นจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก ในคืนวันพ่อแห่งชาติ
ทว่าหลังจากนั้น ผลงานของ “สิงห์บลูส์” กลับดำดิ่งลงเรื่อยๆ

 

นัดที่ 12. แพ้ เอฟเวอร์ตัน 0-1 (เยือน)
13. แพ้ วูล์ฟแฮมป์ตัน 1-2 (เยือน)
14. ชนะ เวสต์แฮม 3-0 (เหย้า)
15. แพ้ อาร์เซน่อล 1-3 (เยือน)
16. เสมอ แอสตัน วิลล่า 1-1 (เหย้า)
17. แพ้ แมนฯ ซิตี้ 1-3 (เหย้า)
18. ชนะ ฟูแล่ม 1-0 (เยือน)
19. แพ้ เลสเตอร์ 0-2 (เยือน)

 

จากตำแหน่งจ่าฝูงเมื่อต้นธันวา ศกที่แล้ว กลับประสบชัยในลีกเพียง 2 เกมจาก 8 นัดต่อมา และเป็นการพ่ายแพ้มากกว่าครึ่ง ร่วงหล่นลงมาสู่กลางตารางอย่างมิอาจหลีกเลี่ยง




การประกาศแยกทางของ แลมพาร์ด กับ เชลซี เป็นที่เห็นต่างของเพื่อนร่วมอาชีพหลายราย เพราะหลายเสียงลงความเห็นว่าควรให้เวลากับอดีตมิดฟิลด์ทีมชาติอังกฤษมากกว่านี้

 

แต่ในเชิงลึก เชื่อกันว่าสาเหตุหลักของรอยร้าวครั้งนี้คือจากกรณีที่ แลมพาร์ด คุมห้องแต่งตัวไว้ไม่อยู่ โดยเชื่อกันว่า อันโตนิโอ รือดิเกอร์ กองหลังทีมชาติเยอรมัน คือหัวโจกในการนำเลื่อยขาเก้าอี้เจ้านาย

 

ปราการหลังผิวสีเป็นหนึ่งในลิสต์ที่จะโดนเขี่ยทิ้งตั้งแต่ช่วงก่อนเปิดซีซั่น และตกเป็นสำรองดองยาวในตัวเลือกลำดับที่ 5 ของตำแหน่งเซ็นเตอร์ ซ้ำยังมีปัญหากับ เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า กัปตันทีมผู้เงียบขรึม

 

นอกจากนี้ ในทีม เชลซี ยังมีปัญหากับการปรับตัวของสองนักเตะใหม่เลือดอินทรีเหล็ก อย่าง ติโม แวร์เนอร์ และ ไค ฮาแวร์ตซ์ ที่ต่างยังเรียกฟอร์มเก่งจากสมัยโลดแล่นในบุนเดสลีกา ไม่ได้สักที

 

แวร์เนอร์ ย้ายมาจาก แอร์เบ ไลป์ซิก ด้วยค่าตัว 47.5 ล้านปอนด์ พร้อมกับผลงานกระหน่ำไป 78 ประตูในบุนเดสลีกา 4 ฤดูกาลหลัง แต่กับภายใต้ยูนิฟอร์มสีน้ำเงินเพิ่งยิงในลีกได้เพียง 4 ลูกเท่านั้น

 

ส่วน ฮาแวร์ตซ์ แนวรุกดาวรุ่งที่ย้ายมาจาก เลเวอร์คูเซ่น ด้วยสนนราคา 62 ล้านปอนด์ ยิ่งแล้วใหญ่ เพิ่งทำไปได้ 1 ประตูเท่านั้นในเกมลีก

 

กุนซือชาวเยอรมัน คือลิสต์ที่บอร์ดบริหาร เชลซี พิจารณาเป็นพิเศษ เพื่อหวังว่าจะเข้ามาโมดิฟายสินค้า เมด อิน เยอรมนี ให้กลับสู่ฟอร์มเก่งได้ เพียงแต่สุดท้ายแล้ว หวยไม่ได้ออกที่ ยูเลี่ยน นาเกลส์มันน์ เทรนเนอร์หนุ่มไฟแรงเฟร่อจาก แอร์เบ ไลป์ซิก ดังที่แม่ค้าปากตลาดย่านลอนดอนร่ำลือกัน แต่กลับเป็น โธมัส ทูเคิ่ล ที่เพิ่งแยกทางกับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมงต์ ทีมยักษ์ใหญ่แห่งลีก เอิง ฝรั่งเศส

 

สำหรับ โธมัส ทูเคิ่ล ที่เดินตามรอยเท้า เจอร์เก้น คล็อปป์ ทั้งการคุมทีม ไมนซ์ 05 และ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ได้รับสัญญาจาก โรมัน อับราโมวิช เป็นเวลา 18 เดือนด้วยกันในการพิสูจน์ฝีมือบนลีกยอดนิยมอย่าง พรีเมียร์ลีก

 

โดยบอร์ดบริหารตั้งเป้าหวังให้ “ทีที” เข้ามาปลุกฟอร์มเก่งของสองดาราค่าตัวแพงสัญชาติอินทรีเหล็กอย่าง แวร์เนอร์ และ ฮาแวร์ตซ์ ให้จงได้ อีกทั้งยังมีงานละลายพฤติกรรม รือดิเกอร์ ให้อยู่ในกรอบ

 

โธมัส ทูเคิ่ล

 

ที่นี่ ผู้จัดการทีมป้ายแดงวัย 47 กะรัต ยังจะได้ร่วมงานกับลูกน้องเก่าอย่าง คริสเตียน พูลิซิช (ดอร์ทมุนด์) และ ติอาโก้ ซิลวา (เปแอสเช) ที่น่าจะช่วยให้บรรยากาศภายในห้องแต่งตัวอบอุ่นโดยง่ายขึ้น




เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา โธมัส ทูเคิ่ล ได้ลงประเดิมการคุมทัพ “สิงโตน้ำเงินคราม” นัดแรกไปแล้วเรียบร้อย แม้ว่าจะทำได้เพียงเปิดบ้านเจ๊ากับ วูล์ฟส์ ไปแบบโนสกอร์ แต่กุนซือป้ายแดงก็แฮปปี้กับผลงานของลูกทีม

 

ในเกมดังกล่าว เชลซี ผ่านบอลสำเร็จถึง 433 ครั้งภายในครึ่งแรกแค่ 45 นาที ก้าวขึ้นมาเป็นทีมที่ผ่านบอลสำเร็จมากที่สุดนับตั้งแต่ฤดูกาล 2003/04 นอกจากนี้ ตัวเลขดังกล่าวทำให้ “สิงห์บลูส์” เป็นทีมที่ผ่านบอลสำเร็จมากที่สุดในเกมระดับลีกสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2016 ที่ ดอร์ทมุนด์ ทำไว้ 503 ครั้งในเกมกับ โคโลญจน์

 

นอกจากนี้ รือดิเกอร์ ที่ห่างหายจากไลน์อัพ 11 คนแรกไปนาน ก็ได้กลับมาออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในแนวรับอีกครั้ง ร่วมกับ อัซปิลิกวยต้า นับเป็นการสยบข่าวลือแตกแยกไปได้ระดับหนึ่ง

 

สถานการณ์ปัจจุบันของ เชลซี อยู่อันดับ 8 ของตารางพรีเมียร์ลีก มี 30 คะแนน จาก 20 นัด ตามหลัง แมนฯ ซิตี้ ทีมจ่าฝูงอยู่ 11 แต้ม และอยู่ห่างจากพื้นที่ท็อปโฟร์ 7 คะแนน ซึ่งถือว่าไม่ไกลมากนัก

 

ขณะที่ฟุตบอลถ้วยยุโรปอย่าง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ก็ยังอยู่ในเส้นทาง โดยรอบ 16 ทีมสุดท้าย มีคิวตัดกับ แอตเลติโก มาดริด จากสเปน ส่วนเอฟเอคัพ รอบ 5 มีคิวออกไปเยือนทีมรองบ่อนอย่าง บาร์นสลี่ย์ เรียกได้ว่า โธมัส ทูเคิ่ล ก็ยังมีโอกาสทำผลงานประดับบารมีได้

 

เหนือสิ่งอื่นใด ถ้า เชลซี ทำผลงานได้ดีขึ้น และแข้งเยอรมันค่าตัวแพงที่ย้ายมาใหม่ในซัมเมอร์ ทำผลงานได้น่าประทับใจ นั่นก็พอจะช่วยให้ โธมัส ทูเคิ่ล มีศักดิ์และสิทธิ์ในการทำงาน ณ สแตมฟอร์ด บริดจ์ อีกมากโข

 

ทว่าหากยุทธการปลุกเยอรมันด้วยเบียร์ไม่สัมฤทธิ์ผล ชื่อของ โธมัส ทูเคิ่ล ก็คงไม่รอดที่จะกลายเป็นแพะให้ชายชื่อ โรมัน อบราโมวิช เชือดสังเวยไปเป็นคนที่ 10 จาก 11 คนหลังสุด

โธมัส ทูเคิ่ล

 


iReallyLikeFootball.com เว็บไซต์ คอลัมน์ฟุตบอล บทความฟุตบอล ข่าวฟุตบอล สร้างสรรค์ผลงานจากความตั้งใจ โดยกลุ่มคนที่รักและชอบฟุตบอลเป็นชีวิตจิตใจ

“Football can make a friend, can make a life”

::::: ต้องการติดต่อสอบถามหรือขอลงโฆษณา :::::

แอด LINE : @803toskz หรือคลิกลิงค์นี้ http://nav.cx/omAqg0Q
Facebook : http://www.facebook.com/ireallylikefootball
Email : ireallylikefootball@gmail.com
หรือติดต่อเราได้ที่ http://www.ireallylikefootball.com/contact

แสดงความคิดเห็น