ผู้จัดการทีม ทุกคนอาจประสบตวามสำเร็จจากการมีมือขวาคอยช่วยเหลือ แน่นอนว่าคนที่ได้รับคำชื่นชมเมื่อทีมทำผลงานได้ดีกลับเป็นผู้จัดการทีม หรือไม่ก็นักเตะ ซึ่งที่จริงแล้ว ผู้ช่วยผู้จัดการทีมก็มีความสำคัญไม่แพ้คนอื่นๆ ในทีม แม้ว่างานที่เขาได้รับจะเป็นงานเล็กๆ แต่ก็ถือว่าเป็นงานที่สำคัญ และคุณรู้หรือไม่? ในบางครั้งมือขวานี่แหละ ที่เป็นคนคอยช่วยให้ลูกทีมกับผู้จัดการทีมมีความเข้าใจกันมากขึ้นอีกด้วย

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดสำหรับอดีตผู้ช่วยฯ ที่ผันตัวเองขึ้นมาเป็นมือ 1 และประสบความสำเร็จอย่างน่าทึ่ง คือ The Special One หรือ The Only One โจเซ่ มูริญ่ อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ว่าผู้ช่วยผู้จัดการทีมทุกคนจะมีผลงานที่ดีเสมอไปเมื่อได้ขึ้นไปเป็นผู้จัดการทีม โชคชะตาอาจจะกำหนดมาให้พวกเขาเป็นแค่พระรอง แล้วคนเหล่านั้นมีใครบ้างล่ะ? และบทความต่อไปนี้ที่คุณจะได้อ่านก็คือ 7 สุดยอดผู้ช่วยผู้จัดการทีมไม่เหมาะสมกับการเป็นผู้จัดการทีม (เอาซะเลย)

 

สตีฟ แม็คคลาเรน

ผู้จัดการทีม
เครดิต: manutd.com

เป็นผู้ช่วยที่ : อ๊อกซ์ฟอร์ด ยูไนเต็ด, ดาร์บี้ เค้าน์ตี้, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, ทีมชาติอังกฤษ, ควีนส์ ปาร์ค แรนเจอร์ส
เป็นผู้จัดการทีมที่ : มิดเดิลสโบรห์, ทีมชาติอังกฤษ, เอฟซี ทเวนเต้, โวล์ฟบวร์ก, น๊อตติ้งแฮม ฟอร์เรสต์, ดาร์บี้ เค้าน์ตี้, นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด, ควีนส์ ปาร์ค แรนเจอร์ส

สตีฟ แม็คคลาเรน ได้สร้างชื่อให้กับตัวเองจนเป็นที่รู้จักในฐานะมือขวาของ เซอร์ อเล็ก เฟอร์กูสัน โชคร้ายที่เขาไม่ผ่านบททดสอบการเป็นผู้จัดการทีมที่นั่น และในฐานะผู้จัดการทีมเขาก็ล้มเหลวในหลายๆ ครั้งเช่นกัน

แม้ว่าผลงานจะดูเหมือนล้มเหลว แต่บนเส้นทางของเขาก็มีเรื่องดีๆ อยู่บ้าง เช่น ตอนที่ แมคคลาเรน เป็นผู้จัดการทีมครั้งแรกที่ มิดเดิลสโบรห์ เขาสามารถพาทีมเข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่า คัพ ได้อย่างน่าประทับใจ แม้ว่าในรอบชิงเขาจะพ่ายให้กับเซบีย่า ไปด้วยสกอร์ 4-0 ก็ตาม และอีกครั้งที่เอฟซี ทเวนเต้ เขาได้สร้างความทรงจำที่ดีมากมายที่นั่น รวมถึงการคว้าแชมป์ลีก เอเรดิวิซี่ ของฮอลแลนด์ มาครองได้ ซึ่งด้วยผลงานในตอนนั้นเอง ทำให้เขาเป็นที่ต้องการของหลายๆ ทีม

ผู้จัดการทีม
เครดิต: whoateallthepies.tv

ส่วนในทีมชาติอังกฤษ แม็คคลาเรน ถูกจดจำมากที่สุดในฐานะ “ไอโง่ที่ถือร่มอยู่ข้างสนาม” หรือ “Wally with a Brolly” นั่นคือฉายาที่เขาถูกนำมาล้อ จากผลงานในค่ำคืนสุดเศร้าที่มีฝนโปรยลงมา เป็นคืนที่เขาพาทัพสิงโตคำรามตกรอบคัดเลือกในยูโร 2008 (ซึ่งก่อนหน้านั้นที่อังกฤษไม่ได้ไปแข่งรอบสุดท้ายต้องย้อนไปถึงปี 1994) โดยเหตุการณ์ที่ทำให้เขาได้ฉายานั้น ก็คือเกมที่เขาพาอังกฤษพ่ายแพ้ให้กับโครเอเชียที่เวมบรี้ รังเหย้าของตนเอง ซึ่งความพ่ายแพ้ในเกมนี้ ทำให้อังกฤษตกรอบคัดเลือกอย่างเป็นทางการ และคนที่ตั้งฉายาว่า “ไอโง่ถือร่ม” ให้เขาอย่างเป็นทางการก็ไม่ใช่ใครที่ไหน นั่นก็คือหนังสือพิมพ์เดลี่ เมล์ นั่นเอง ที่ได้ทำการพาดหัวข่าวตัวโตในวันถัดไปหลังจากจบเกมนั้น แต่ในอีก 10 ปีต่อมา พวกเขาก็ได้เปิดเผยความจริงแล้ว วลีนั้นมาจากภรรยาของ แอนดี้ ทาวน์เซ่น ดาวเตะทีมชาติไอร์แลนด์ นั่นเอง

“ผมได้ดูเกมนั้น และผมไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ผมเห็นเลยจริงๆ” แอนดี้ ทาวน์เซ่น กล่าวในปี 2018

“ภรรยาผมอยู่ในครัว ผมตะโกนเรียกเขา ‘แจ็คกี้มานี่ มาดูนี่ดิ’ เธอเดินมาที่ห้อง และพูดว่า ‘เขาดูเหมือนไอโง่ที่ยืนถือร่มเลย’ ผมหัวเราะ และพูดตอบกลับว่า ‘ผมรู้เลยว่าใครต้องการเอาประโยคนี้ไปใช้’ หลังจากนั้นผมก็โทรหา ลี เคลย์ตัน เพื่อนของผมที่เป็นหัวหน้าแผนกข่าวกีฬาของ เดลี่ย์ เมล์”

หลังจากนั้น แม็คคลาเรน ยังคงล้มเหลวในการสร้างความประทับใจที่โวล์ฟบวร์ก, น๊อตติ้งแฮม ฟอเรสต์, ดาร์บี้ เค้าท์ตี้ และนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ส่วนที่ ควีนส์ ปาร์ค แรนเจอร์ส ทีมล่าสุดที่เขาคุม เขาเพิ่งโดนไล่ออกเมื่อต้นเดือนเมษายน ของปี 2019 นี้เอง ด้วยสถิติชนะแค่ 3 เกม จาก 19 เกมล่าสุด

 



 

โรเบอร์โต้ ดิ มัตเตโอ

ผู้จัดการทีม
เครดิต: pinimg.com

เป็นผู้ช่วยที่ : เชลซี
เป็นผู้จัดการทีมที่ : เอ็มเค ดอนส์, เวส บรอมวิช อัลเบี้ยน, เชลซี, ชาลเก้, แอสตัน วิลล่า

ใช่แล้ว โรเบอร์โต้ ดิ มัตเตโอ ผู้พาทีมคว้าถ้วยแชมเปี้ยนส์ลีก และเอฟเอ คัพ นี่แหละ อดีตดาวเตะชาวอิตาลีรายนี้พยายามอย่างมากที่จะขึ้นเป็นผู้จัดการทีมชุดใหญ่ให้ได้สักวันหนึ่ง

ซึ่งอดีตกองกลางของเชลซีรายนี้ก็ได้เริ่มต้นอาชีพผู้จัดการทีมอย่างเต็มตัวที่ เอ็มเค ดอนส์ และที่นั่นเขาพาทีมขึ้นไปเล่นในลีกวันได้ภายในเพียงฤดูกาลเดียว ด้วยการเพลย์ออฟ และด้วยผลงานนี้ทำให้เขาถูกเวสต์ บรอมวิช อัลเบี้ยน จ้างไปคุมทีมทันที

ผู้จัดการทีม
เครดิต: zimbio.com

ที่เดอะ ฮาวน์ธอนส์ ดิ มัตเตโอ พา เวสต์ บรอมฯ ขึ้นไปเล่นในพรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ แต่ผลงานในพรีเมียร์ลีกของเขาก็ไม่ค่อยดีนัก เขาไม่สามารถพาสโมสรพ้นโซนอันตรายได้ จึงถูกไล่ออกในฤดูกาลที่ 2

จากนั้น เขาก็มาได้งานเป็นผู้ช่วยของ อังเดร วิลลาส-โบอาส ที่เชลซี และเมื่อกุนซือชาวโปรตุกีสรายนี้ถูกไล่ออก เขาก็ได้ขึ้นเป็นผู้นำทัพสิงห์บลู จนได้คว้าถ้วยแชมเปี้ยนส์ลีก และเอฟเอ คัพ ได้ในที่สุด

แต่จุดพีคของเขาในฐานะผู้จัดการทีมก็ได้หยุดอยู่แค่ในวันที่ 19 พฤษภาคม 2012 ดิ มัตเตโอ ที่เพิ่งได้รับตำแหน่งมาไม่นานก็โดนปลดในเดือนพฤศจิกายน 2012 และหลังจากนั้นเขายังคงประสบล้มเหลวที่ชาลเก้ และแอสตัน วิลล่า จนกระทั่งสิ้นสุดอาชีพผู้จัดการทีมในปี 2016

 

แกรี่ เนวิลล์

ผู้จัดการทีม
เครดิต: newsweek.com

เป็นผู้ช่วยที่ : ทีมชาติอังกฤษ
เป็นผู้จัดการทีมที่ : บาเลนเซีย

แกรี่ เนวิลล์ อาจไม่ได้เป็นคนที่ดูล้มเหลวในฐานะผู้ช่วยผู้จัดการทีมไปซะทีเดียว เนื่องจากคนส่วนใหญ่มองว่าเขาเป็นนักวิจารณ์ซะมากกว่า จนบางคนก็ไม่รู้ว่าเคยเป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีม

แต่อดีตกองหลัง แมนเชสเตอร์ ยูไนเด็ด รายนี้ใช้เวลาถึง 3 ปีในการเป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีมให้กับ รอย ฮอดจ์สัน อดีตผู้จัดการทีมชาติอังกฤษ

หลังจากสิ้นสุดงานผู้ช่วยผู้จัดการทีมชาติอังกฤษ เนวิลล์ ก็ได้ทดสอบตัวเองที่สเปน กับบาเลนเซีย แต่ผลการทดสอบก็คือ เขาแพ้ไปถึง 11 เกม จาก 33 เกม ซึ่งนั่นทำให้ถูกไล่ออกหลังจากเป็นผู้จัดการทีมอย่างเต็มตัวได้เพียง 119 วันเท่านั้น และ เนวิลล์ ก็ไม่ได้รับงานเป็นผู้จัดการทีมอีกเลย ตั้งแต่หลังจบงานเป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีมชาติอังกฤษ ในศึกยูโร 2016 โดยเขาหันมาทำงานด้านสื่ออย่างเต็มตัว และเป็นเจ้าของทีม ซัลฟอร์ด ซิตี้ อยู่จนถึงปัจจุบัน

 

จอห์น คาร์เวอร์

ผู้จัดการทีม
เครดิต: footballtransfertavern.com

เป็นผู้ช่วยที่ : นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด, ลีดส์ ยูไนเต็ด, ลูตัน ทาวน์, พลีมัธ อาร์ไกล์, เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด, เวส บรอมวิช อัลเบี้ยน, สก๊อตแลนด์
เป็นผู้จัดการทีมที่ : นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด, ลีดส์ ยูไนเต็ด, โตรอนโต้ เอฟซี, เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด, โอโมเนีย นิโคเซีย

ในฐานะผู้ช่วยผุ้จัดการทีม จอห์น คาร์เวอร์ ถือว่าเป็นหนึ่งในผู้ชำนวญงานด้านนี้ที่สุดคนหนึ่งในวงการฟุตบอลอังกฤษ

คาร์เวอร์ เริ่มต้นด้วยการเป็นมือขวาของ บ๊อบบี้ ร๊อบสัน ที่นิวคาสเซิล และที่นั่นเขาเคยได้รับหน้าที่แทน บ๊อบบี้ เกมนึงด้วย เหมือนที่เคยเกิดขึ้นกับ เควิน แบล็คเวลล์ ของลีดส์ ยูไนเต็ด

และในที่สุดผู้เชี่ยวชาญด้านมือขวารายนี้ก็ได้โอกาสการเป็นผู้จัดการทีมอย่างเต็มตัวที่ เมเจอร์ ลีก ซอคเกอร์ โดยทีมที่จ้างเขาคือ โตรอนโต้ เอฟซี แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับไม่เป็นดั่งหวัง คาร์เวอร์ ชนะเพียง 12 เกม จาก 40 เกม ก่อนจะถูกไล่ออกในที่สุด

หลังจากนั้นเขาก็กลับไปเป็นผู้ช่วยอีกครั้งที่พลีมัธ, เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด และนิวคาสเซิล ก่อนที่ คาร์เวอร์ จะมีโอกาสได้เป็นผู้จัดการทีมอีกครั้ง กับนิวคาสเซิล แต่ด้วยผลงานที่ชนะเพียงแค่ 3 เกม จาก 20 เกม ทำให้ คาร์เวอร์ ถูกไล่ออกอย่างรวดเร็ว ถึงกระนั้น เขาก็ยังมีความสำเร็จเล็กๆ น้อยๆ ที่ไซปรัส ก่อนที่จะกลับมาเป็นมือขวาอีกครั้งที่เวสต์ บรอมวิช อัลเบี้ยน และก้าวขึ้นไปเป็นมือขวาในทีมชาติสก๊อตแลนด์ครั้งแรก ในฐานะผู้ช่วยผู้จัดการทีมของ สตีฟ คล้าร์ก

 

แซมมี่ ลี

ผู้จัดการทีม
เครดิต: eurosport.com

เป็นผู้ช่วยที่ : โบลตัน, ลิเวอร์พูล, เซาท์แธมตัน, ทีมชาติอังกฤษ, คริสตัล พาเลส, เอฟเวอร์ตัน
เป็นผู้จัดการทีมที่ : โบลตัน

แซมมี่ ลี ครั้งหนึ่งเขาเคยเป็นมือขวาของ แซม อัลลาไดซ์ หนึ่งในผู้จัดการทีมที่มีโอกาสคุมทีมในเกาะอังกฤษมากที่สุด โดย ลี ติดตามตาม อัลลาไดซ์ ตั้งแต่โบลตัน มาจนถึงเอฟเวอร์ตัน แถมยังมีโอกาสได้ตามไปช่วยที่ทีมชาติอังกฤษ และคริสตัล พาเลส อีกด้วย

นอกจากนี้ ลี ยังเคยรับงานเป็นมือขวาในช่วงเวลาสั้นๆ ที่ลิเวอร์พูล และเซาแธมป์ตัน ก่อนที่จะมีโอกาสรับงานผู้จัดการทีมอย่างเต็มตัวเป็นครั้งแรก ที่โบลตัน ในปี 2007 เขาได้รับโอกาสเป็นผู้จัดการทีม แทนที่ของ แซม อัลลาไดซ์ ซึ่งลีได้รับโอกาสไปทั้งหมด 14 เกมถ้วน แต่ำาทีมคว้าชัยชนะได้เพียงแค่ 3 เกมเท่านั้น โดยเป็นการชนะในพรีเมียร์ลีก แค่เกมเดียวเท่านั้น

 



 

โทนี่ อดัมส์

ผู้จัดการทีม
เครดิต: as.com

เป็นผู้ช่วยที่ : พอร์ทสมัธ
เป็นผู้จัดการทีมที่ : วีคอมบ์ วันเดอเรอร์ส, พอร์ทสมัธ, เอฟเค คาบาลา, กรานาด้า

โทนี่ อดัมส์ ผู้ยิ่งใหญ่แห่งอาร์เซน่อล ได้เริ่มต้นงานเป็นผู้จัดการทีมฟุตบอลครั้งแรกที่วีคอมบ์ วันเดอเรอร์ส โดยสถิติคือ ชนะเพียง 10 ครั้งจาก 48 เกม และงานของเขาก็จบลงหลังจากที่รับงานมาแค่ 1 ปีเท่านั้น

หลังจากนั้น เขาได้รับโอกาสเป็นผู้ฝึกสอนในอะคาเดมี่ของเฟเยนูร์ด และเป็นเมวมองที่ อาร์เซน่อล ก่อนที่จะก้าวขึ้นมาเป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีมที่ พอร์ทสมัธ ภายใต้เจ้านายอย่าง แฮร์รี่ เรดแนปป์ และช่วยให้ทีมก้าวขึ้นไปคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ ปี 2008

และที่พอร์ทสมัธนั่นเอง ด้วยผลงานของ โทนี่ ที่เตะตาบอร์ดบริหาร เขาจึงได้รับโอกาสขึ้นแท่นเป็นผู้จัดการทีมแทน แฮร์รี่ เรดแนปป์ ในเดือนตุลาคม ปี 2008 แต่เขาก็ได้รับโอกาสเพียง 21 เกมเท่านั้น เนื่องจากพาทีมชนะแค่ 4 เกม ผิดฟอร์ม! เหมือนกับไม่ใช่ทีมที่เพิ่งคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ มาเลยแม้แต่น้อย หลังจากนั้นชีวิตเขาก็ยังมืดมนกับการคุมทีมที่อาเซอร์ไบจาน อย่างเอฟเค คาบาลา เป็นเวลาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2010 จนถึงพฤศจิกายน 2011 ก่อนที่จะมารับงานสุดท้ายในฐานะผู้จัดการทีมที่กรานาด้า ซึ่งที่นั่น เขาคุมไป 7 เกม และแพ้รวดทั้ง 7 เกม

 

ไมค์ ฟีแลน

ผู้จัดการทีม
เครดิต: eurosport.com

เป็นผู้ช่วยที่ : นอริช ซิตี้, แบล็คพูล, สต๊อคพอร์ท เค้าน์ตี้, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, นอริช ซิตี้, ฮัลล์ ซิตี้, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
เป็นผู้จัดการทีมที่ : ฮัลล์ ซิตี้

ไมค์ ฟีแลน ถือว่าเป็นผู้ช่วยที่ยอดเยี่ยมที่สุดคนหนึ่ง ซึ่งอาจดีที่สุดในวงการฟุตบอลเลยก็ว่าได้ ตอนที่เขาเป็นมือขวาของ เซอร์ อเล็ก ที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เขาช่วยให้ผู้จัดการทีมชาวสก๊อตรายนี้ประสบความสำเร็จตลอดระยะเวลา 5 ปี ที่ทำงานด้วยกัน โดยในช่วงเวลานั้น ปีศาจแดงได้กลายเป็นสโมสรที่มีความสำเร็จมากที่สุดในประเทศ โดยการคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของประเทศได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์

ไมค์ ออกจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พร้อมกับตอนที่ เซอร์ อเล็ก ได้วางมือ และย้ายไปเป็นผู้ช่วยให้กับนอริช ซิตี้ และฮัลล์ ซิตี้ จนกระทั่งได้รับโอกาสเป็นผู้จัดการทีมเต็มตัวครั้งแรกในชีวิตในปี 2016

เขาเริ่มต้นได้ดีกับฮัลล์ ซิตี้ ด้วยสถิติ ชนะ 2 เกมจาก 3 เกมแรก ในฤดูกาล 2016/17 และด้วยผลงานนั้นเองทำให้เขาได้รับรางวัลผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมประจำเดือน แต่ก็ไม่ได้มีผลงานอื่นที่ดีไปกว่านั้น จึงทำให้เขาถูกปลดไปในเดือนมกราคม 2017 เพราะฮัลล์ มีปัญหาเรื่องการหนีจากโซนตกชั้นอย่างมาก

ผู้จัดการทีม
เครดิต: 90min.com

และปัจจุบัน ฟีแลน ได้กลับมารับงานที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อีกครั้ง ภายใต้การคุมทัพของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ กุนซือชาวนอร์เวย์ ที่กำลังทำงานอย่างหนัก

 

CREDIT: https://www.squawka.com/en/assistant-coaches-couldnt-cut-it-managers

 


iReallyLikeFootball.com เว็บไซต์ คอลัมน์ฟุตบอล บทความฟุตบอล ข่าวฟุตบอล สร้างสรรค์ผลงานจากความตั้งใจ โดยกลุ่มคนที่รักและชอบฟุตบอลเป็นชีวิตจิตใจ

“Football can make a friend, can make a life”

::::: ต้องการติดต่อสอบถามหรือขอลงโฆษณา :::::

แอด LINE : @803toskz หรือคลิกลิงค์นี้ http://nav.cx/omAqg0Q
Facebook : http://www.facebook.com/ireallylikefootball
Email : ireallylikefootball@gmail.com
หรือติดต่อเราได้ที่ http://www.ireallylikefootball.com/contact

แสดงความคิดเห็น