เหล่าขุมกำลังต่างชาติ

เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เป็นทีมที่มีประวัติศาสตร์ยิ่งใหญ่แข็งแกร่ง และยืนระยะในไทยลีกได้อย่างยาวนานจึงเป็นทีมที่มีนักเตะต่างชาติเข้ามาค้าแข้งด้วยมากมายทั้งนักเตะซีเนียร์ที่มาเก็บโกยเงินในไทย อย่างอดีตกองหน้า ลิเวอร์พูลอย่าง ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ อดีตทีมชาติเกาหลีเหนือ ชุดฟุตบอลโลก 2010 อย่าง รี ควาง ชอน หรือจะเป็นนักเตะที่ชื่อเสียงระดับปานกลางแต่เต็มไปด้วยคุณภาพอย่าง ดาโญ่ เซียก้า มาริโอ ยูรอฟสกี้ อัตนัน บาราคัต ซูมาโฮโร่ ยาย่า ดักโน่ เซียก้า นาโออากิ อาโอยาม่า ไม่เว้นแม้แต่นักเตะต่างชาติที่เคยเล่นในไทย และถูกดึงตัวเข้ามาร่วมก๊วนทัพกิเลนผยองด้วยค่าตัวแสนแพง อย่าง เคลตัน ซิลวา จาก M-150 สระบุรี เฮเบอร์ตี้ เฟอร์นันเดส ที่ย้ายมาจาก ราชบุรี มิตรผล เอฟซี แจ็คสัน โคเอลโญ่ จากบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

ในสาระฟุตบอลดีๆ วันนี้จาก football betting ก็ไม่พลาดที่จะนำเอาข้อมูลนักเตะ ที่น่าจับตามองประจำสโมสรในชั่วโมงนี้มาวิเคราะห์วิจารณ์กัน และในฐานะผู้ที่ชื่นชอบฟุตบอลคุณสามารถเยี่ยมชม Betway88 เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวเลือกความสนุกท้าทายที่หลากหลาย

 

ไดสุเกะ ซาโตะ (โควต้าอาเซียน)

แบ็คซ้ายลูกครึ่งญี่ปุ่น-ฟิลิปปินส์ ย้ายเข้ามาในช่วงตลาดเลกสองในปี 2019 แบบฟรีเอเย่นต์ ผู้เข้ามายกระดับในตำแหน่งแบ็คซ้าย แทนที่ของ ธีราทร บุญมาทัน ที่ย้ายออกไป โยโกฮาม่า มารินอส แบบยืมตัวเมื่อปี 2019 ก่อนจะถูกดึงตัวถาวรเมื่อต้นปี 2020 ที่ผ่านมา ผลงานของแข้งรายนี้เรียกว่าสามารถทำให้ฝั่งซ้ายของสนามเป็นการเติมเกมรุกที่ยอดเยี่ยม

 

ลูคัส โรช่า (โควต้าต่างชาติ)

ปราการหลังชาวบราซิลส่วนสูง 185 เซนติเมตรเข้ามาคุมแดนหลังสดๆร้อนๆ เมื่อต้นปี 2020 ข้ามน้ำข้ามทะเลมาจาก เบาวิสต้า เอฟซี ทีมในลีกบราซิล แบบฟรีเอเย่นต์ โดยฤดูกาลล่าสุดเจ้าตัวลงเล่นไป 4 นัดในไทยลีก เก็บได้ 2 คลีนชีต เรียกว่ายังน่าจับตาอยู่สำหรับกองหลังดาวรุ่งคนนี้

 

ซาร์ดอร์ มีร์ซาเยฟ (โควต้าเอเชีย)

แนวรุกสารพัดตำแหน่งชาวอุซเบกิสถาน วัย 28 ปี เรียกว่าเป็นผู้เล่นแนวรุกที่ดีที่สุดรองจาก วิลเลี่ยน พอพพ์ และเดอร์เลย์ ในขุมกำลังที่เหลือในฤดูกาลนี้ของเอสซีจีเมืองทอง ยูไนเต็ด โดยตัว มีร์ซาเยฟ ต้องแบกรับความกดดันเป็นอย่างแรกด้วยการได้รับเสื้อเบอร์ 10 ที่เปรียบเสมือนตำนานกองหน้าของกิเลนผยองอย่าง ธีรศิลป์ แดงดา ที่ตอนนี้โยกย้ายตัวเองไปทีมในดินแดนปลาดิบ อย่างชิมิสุ เอส พัลส์ แบบถาวร

 

วิลเลี่ยน พอพพ์

แนวรุกชาวบราซิลอีกหนึ่งคนของทัพกิเลนผยองวัยชาวบราซิล ย้ายมาจาก ซิเอร่า ลีกสูงสุดในบราซิล ผนึกกำลังกับ เดอร์เลย์ กองหน้าเพื่อนร่วมชาติบราซิล แฟนๆ ฝากความหวังสูงมากกับหัวหอกคนนี้เนื่องจากมีโปรไฟล์การค้าแข้งที่ยอดเยี่ยม พอพพ์ เป็นหนึ่งในขุมกำลังที่แข็งแกร่งไม่แพ้เดอร์เลย์ กองหน้าต่างชาติที่กำลังแบกทีมอยู่

 

แดร์เลย์

ศูนย์หน้าวัยเก๋าชาวบราซิลอดีตกองหน้าเบนฟิก้า ย้ายมากจาก อาเวส ทีมในโปรตุเกส แบบไร้ค่าตัวในตลาดซื้อขายเลกสองเมื่อปี 2019 เดอร์เลย์ เข้ามาในฐานะกองหน้าตัวเป้า เล่นคู่กับ เฮเบอร์ตี้ เฟอร์นันเดช ปีกชาวบราซิลที่ตอนนี้ย้ายไปอยู่กับ มาดามแป้ง ที่การท่าเรือ เอฟซี ด้วยสัญญายืมตัวพ่วงออฟชั่นซื้อขาด โดยฤดูกาลแรกที่ย้ายเข้ามา เดอร์เลย์ แทบไม่ต้องใช้เวลาปรับตัวกับฟุตบอลที่นี้เลย

 

และนี้ก็เป็นรายชื่อขุมกำลังของเมืองทอง ยูไนเต็ด ที่น่าจับตามอง ในทีมชุดใหญ่ ที่เราคัดสรรมา แต่ทีมฟุตบอลทุกทีมจำเป็นต้องมีระบบเยาวชนเพื่อพัฒนาดาวรุ่งมาประดับสโมสร ต่อยอดความแข็งแกร่งของทีมในระยะยาว หรือเฟ้นหาช้างเผือกเพื่อมาปลุกปั้น ลองไปส่องขุมกำลังเจ้าหนูดางรุ่งของเมืองทองกัน!

 

เหล่าดาวรุ่งอนาคตไกล

แน่นอนว่าบิ๊กทีมอย่างเอสซีจี เมืองทองยูไนเต็ดไม่ได้เป็นแค่ทีมยักษ์ใหญ่จอมใช้เงิน แต่ยังเป็นทีมที่มีระบบเยาวชนเป็นของตัวเอง โดยใช้ชื่อในนาม โรงเรียนโพธินิมิต ที่เราเห็นได้บ่อยๆในรายการฟุตบอล 7 สี ที่เมืองทองชุดเยาวชนคว้าแชมป์ไปในปี 2016 โดยดาวซัลโวและผู้เล่นยอดเยี่ยมปีนั้นตกเป็นของ ปรเมศย์ อาจวิไล กองหน้าของเอสซีจี เมืองทอง ชุดใหญ่ในปัจจุบัน รวมถึงรายการโค้กคัพ ที่เมืองทองเข้าชิงฟาดฟันกับบุรีรัมย์แทบทุกปี แต่ปี 2019-2020 ดันพลาดท่าให้กับชลบุรีเป็นผู้เข้าชิงแทนก่อนบุรีรัมย์จะคว้าแชมป์ไป ซึ่งในปีนี้เมืองทองก็มีดาวรุ่งมากมายที่ถูกดนขึ้นชุดใหญ่อย่างเต็มตัว รวมถึงดาวรุ่งที่กลับมาจากการเพาะแข้งด้วยการยืมตัว นักเตะเหล่านี้อาจสร้างแรงบันดาลใจให้คุณ ลองเข้าไปที่เว็บไซต์ Betway88 เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวเลือกเพื่อความน่าตื่นเต้นทางออนไลน์

 

วัฒนากรณ์ สวัสดิ์ละคร

แบ็กซ้ายเด็กปั้นสโมสรเจ้าของเบอร์ 30 ในฤดูกาลนี้เซ็นสัญญาอาชีพกับทีมชุดใหญ่เมื่อปี 2017 ก่อนจะถูกปล่อยยืมตัวให้กับ บางกอก เอฟซี สโมสรคู่บุญในลีกล่างของไทยลีก 3 เป็นเวลา 2 ปีก่อนจะกลับมาในฤดูกาล 2018/19 นักเตะคนนี้เป็นหนึ่งในชุดแชมป์มหาวิทยาลัยโลกเมื่อปี 2018 เมื่อมาถึงปี 2020 ธีราทร บุญมาทัน ย้ายขาดจากเมืองทอง และไดสุเกะ ซาโตะ ก็ดันมาเจ็บ ทำให้เจ้าอาร์ต ได้ลงเล่น 4 นัดจาก 5 นัดโดยออกสตาร์ทเป็นตัวจริงทั้งหมด เจ้าอาร์ตเด่นในเรื่องของการครอสบอลริมเส้นในชุดเยาวชน เขาทำแอสซิสต์สวยๆ ได้หลายครั้ง

 

ชาติชาย แสงดาว

ตองหนึ่ง ชาติชาย แสงดาว เซ็นเตอร์แบ็ค เซ็นสัญญาอาชีพเมื่อปี 2017 ก่อนถูกปล่อยให้ อุดรธานี เอฟซี ทีมใน T2 ยืม โดยผลงานของเจ้าตัวที่อุดรธานี ทำให้ได้ติดทีมชาติชุดยู 23 แทบทุกครั้งในยุคของ นิชิโนะ ถึงจะไม่ได้ลงตัวจริงบ้างเลยก็ตาม ในฤดูกาลนี้พร้อมกับมาแข่งขันแย่งตัวจริงจากทีมที่ปลุกปั้นเขาอีกครั้ง จะทำได้ดีแค่ไหน ต้องรอดูแข้งรายนี้กันต่อไป

 

มาร์โก้ บัลลินี่

ปราการหลังลูกครึ่งไทย-อิตาลี ส่วนสูง 2 เมตร เรียกว่าไม่ธรรมดาเลยทีเดียวสำหรับแข้งรายนี้ ได้รับการดึงตัวมาจาก ชัยนาท ทีมที่รอดตกชั้นอย่างหวุดหวิดในปี 2018 ก่อนอาการบาดเจ็บยังตามเรื้อรังอยู่บ่อยครั้งในปี 2019-20 จึงทำให้ความฟิตไม่สามารถพร้อมลงแข่งในช่วงต้นฤดูกาลได้ โดยโอกาสของ บัลลินี่ ในถิ่นกิเลนผยองยังไม่โดดเด่นมากนักแต่เรียกว่าประสบการณ์ต่างๆ ที่สะสมมาน่าจะถึงคราวต้องใช้งานจริงๆ ซะแล้ว

 

พัชรพล อินทนี

ดาวรุ่งสารพัดตำแหน่ง เจ้าอิน สามารถทำผลงานได้ดีในศึกเอเอฟซี ยู-23 ที่เป็นลูกทีมของ นิชิโนะ ในตำแหน่งกลางรับ และยังเคยยืนแบ็คขวา เคยถูกเรียกติดทีมชาติชุดใหญ่มาแล้วเรียกว่าแจ้งเกิดไปแล้ว และยังมีเวลาให้สร้างประวัติศาสตร์ลูกหนังอีกมากมายสำหรับผู้ชายคนนี้

 

สรวิทย์ พานทอง

กองกลางตัวรุกและกองหน้า เริ่มต้นแข้งอาชีพกับเมืองทองเมื่อปี 2016 ได้ลงเล่นในไทยลีก 1 นัดในชุดแชมป์ 2016 ที่ยังมี ชนาธิป สรงกระสินธ์ ร่วมทีม ในปี 2017 สรวิทย์ ไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่ศรีสะเกษ ลงเล่นไป 8 นัดทำไป 1 แอสซิสต์ ในไทยลีก และได้ลงเล่น 12 นัดกับทีมชุดใหญ่ในปี 2018 เรียกว่าเป็นสัญญาณที่ดีมากแต่ในปี 2019 พื้นที่ในแดนกลางยังแน่นหนาไม่มีที่สอดแทรก สรวิทย์จึงลงไปเล่นให้กับ โปลิศ เทโร ในปี 2019 ก่อนจะโชว์ผลงานได้โดดเด่น จนติดทีมชาติไทยยู-23 ชุดเอเอฟซี 2020 ก่อนจะถูกดึงกลับมาช่วยต้นสังกัดในฤดูกาล 2019/20 สรวิทย์ ได้รับความหวังอย่างมากว่าจะมาแทนที่ของเจ้าตัง สารัช อยู่เย็น อดีตกัปตันทีมที่ย้ายไปร่วมทัพบีจีด้วยค่าตัว 30 ล้านบาท จะทำให้แฟนบอลประทับใจได้แค่ไหนนั้นต้องติดตามชม

 

วีระเทพ ป้อมพันธ์

อดีตเทพฟุตซอลที่เคยเล่นกับปทุมคงคาในโต๊ะเล็ก ก่อนจะเลือกผันตัวมาเล่นฟุตบอลกับจามจุรี ยูไนเต็ดลงเล่น 64 นัด ยิง 3 แอสซิสต์ 13 เป็นตัวหลักให้กับจามจุรี และยังพาจุฬาลงกรณ์คว้าแชมป์ลีกมหาลัยในปี 2018 มาครอง โดยเซ็นสัญญากับ เมืองทอง เมื่อปี 2019 จับตาดูยาวๆ สำหรับอดีตดาวรุ่งโต๊ะเล็กคนนี้

 

ปรเมศย์ อาจวิไล

ฟร้องค์ ปรเมศย์ อาจวิไล กองหน้าอดีตนักเตะยอดเยี่ยมฟุตบอล 7 สีเมื่อปี 2016 และยังเป็นแชมป์เดาะบอลเยาวชนเมื่อสมัยก่อน โดยทำประตูแรกในสีเสื้อเมืองทองได้เมื่อปี 2018 ในนัดที่ชนะโปลิศ เทโร 3-2 ยิงไป 1 ประตู ก่อนจะมีโอกาสสอดแทรกให้กับทีมชุดใหญ่เรื่อยๆ 

 

กรวิชญ์ ทะสา

แนวรุกเด็กปั้นของสโมสรขึ้นชุดใหญ่เมื่อปี 2018 ก่อนจะถูกปล่อยตัวให้กับ บางกอก เอฟซี และในปี 2018 ในศึกไทยลีกเลกสองเรียกว่าเป็นปีแจ้งเกิดของเขาเลยทีเดียวกับการลงเล่นให้กับ อุบล ยูเอ็มที ไป 8 นัดยิงไป 4 ประตู 1 แอสซิสต์ ก่อนเมืองทองจะได้ตัวกลับมาในฤดูกาล 2019 กรวิชญ์ ก็ยังทำผลงานได้เข้าตา ยิงไป 1 ประตูจากการลงเล่น 14 นัดรวมตัวจริงและสำรอง ถึงคราวที่เจ้าซันต้องเฉิดฉายรัศมีแทนรุ่นพี่ซะแล้ว

แสดงความคิดเห็น