เรื่องราวในวัยเด็กของ โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ จากคำบอกเล่าของเหล่าคุณครูและเฮ้ดโค้ชที่บราซิล

นี่คือเรื่องราวจากคำบอกเล่าของอดีตเพื่อนร่วมทีม, โค้ช และครู ที่จะพาคุณย้อนกลับไปทำความรู้จักกับ โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ ในสมัยเด็ก ก่อนที่เขาจะกลายเป็น “ดาวเตะฝีเท้าฉกาจ” สังกัด หงส์แดง ลิเวอร์พูล ที่กำลังยึดครองยุทธจักรวงการฟุตบอลอยู่ในปัจจุบัน

 

ในวันจันทร์วันหนึ่ง อีกวันที่สุดแสนจะธรรมดาของปี 2001 อาเดรียน่า ไลท์ กำลังสอนหนังสืออยู่ในห้องเรียนในเมืองมาเซโอ เมืองเล็กๆ ที่อยู่ริมชายฝั่งทะเลของประเทศบราซิล เขาสอนหนังสือตามปกติ จนกระทั่งเธอได้เรียกเด็กนักเรียนคนหนึ่งที่นั่งอยู่ใกล้ๆ เธอ แล้วเธอก็ถามไถ่เด็กคนนั้นตามประสาครูนักเรียนว่า ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นยังไงบ้าง แล้วเด็กชายคนนั้นก็ตอบว่า ไฟฟ้าบ้านของเขาดับตลอดในช่วงสุดสัปดาห์ คำตอบนั้นทำให้ อาเดรียน่า เป็นห่วงเด็กชายวัย 10 ขวบคนนั้นอย่างมาก แล้วจึงถามเด็กชายคนนั้นต่อไปว่า แล้วครอบครัวเธอมีอะไรกินไหม?

เด็กชายคนนั้นยิ้มเหมือนมันเป็นเรื่องปกติ แล้วตอบว่า ไม่ต้องห่วงครับครู ผมไม่มีอะไรในตู้เย็นอยู่แล้ว… ตอนที่เขาพูดว่า “ไม่ต้องห่วงครับครู ผมไม่มีอะไรในตู้เย็นอยู่แล้ว มันทำให้ฉันรู้สึกเศร้ามาก” ไลท์ กล่าวย้อนอดีต “ในตอนนั้นเขายังเด็กมาก เป็นเด็กขี้อาย และมักจะตอบคำตอบที่ฉันคาดไม่ถึงเสมอ ฉันไม่รู้ว่าเขาหมายความว่าอะไรที่บอกว่าไม่มีอะไรในตู้เย็น ฉันยังจำเด็กคนที่ชื่อ โรเบอร์โต้ คนนั้นได้ดีเสมอ เขาเป็นเด็กตัวเล็ก และผอมกว่าคนอื่นๆ เขาคือเด็กคนที่นั่งใกล้กับโต๊ะของฉัน และชอบพูดเกี่ยวกับเรื่องฟุตบอลเสมอ”

โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่

ไลท์ ยังคงเป็นคุณครูในโรงเรียนแห่งนั้น เธอไม่มีทางรู้อย่างแน่นอนว่าจะมีโอกาสได้เล่าเรื่องราวของ โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ ในเกือบ 20 ปีต่อมา แต่ในปีนี้งานประจำของเธออีกอย่างก็คือการเล่าเรื่องของเด็กชายขี้อายคนนั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับฟุตบอล หรือเรื่องการเรียน โดยในตอนนั้นเธอมักจะบอกกับ เฟอร์มิโน่ ว่าให้โฟกัสเรื่องการเรียนอยู่เสมอ แต่บางครั้งเด็กคนนั้นก็ไม่เชื่อฟัง และหนีไปเตะฟุตบอลบนสนามที่เป็นดินเปล่าๆแถวบ้านของเขาเอง

ใช่แล้ว ในตอนเด็ก โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ เป็นเด็กเกเรที่ไม่เชื่อฟังคำสอนของครูเท่าไหร่นัก พอตอนอายุ 13 ปี เขาได้เข้าร่วมทีมเยาวชนแห่งหนึ่งในเมืองที่เขาอยู่ คือ คลับ เดอ เรกาตาส บราซิล ที่กำลังเล่นในดิวิชั่น 2 ของลีกบราซิลตอนนี้ และที่นั่นคือสโมสรแรกของเขาในชีวิตนักฟุตบอล เบอร์ 5 คือเสื้อตัวแรกที่เขาใส่ในสโมสรแห่งนั้น ซึ่งส่วนใหญ่ เฟอร์มิโน่ เป็นแค่ตัวสำรองในตำแหน่งกองกลางตัวรับ หรือถ้าจำเป็นจริงๆ เขามักจะถูกส่งลงเล่นในตำแหน่งกองหลัง (ถึงว่าล่ะ ฟีร์โน่ ของเราแย่งบอลเก่งมาก…)

 

โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ โดดเด่นเสมอตอนที่มีบอลอยู่กับตัว แต่เขาเป็นคนที่เงียบมากๆ และแทบจะไม่ค่อยคบค้าสมาคมกับเพื่อนร่วมทีมเท่าไหร่นัก “เฟอร์มิโน่ เป็นเด็กที่มีพรสวรรค์สูง แต่กลับเป็นคนที่หน่อมแน้มเกินไป” กิเลอร์เม่ ฟาเรียส อดีตโค้ชของ เฟอร์มิโน่ กล่าว “ทันทีที่ผมเห็นเขาเล่น ผมตัดสินใจเซ็นสัญญาเขามาร่วมทีมในทันทีเลย เพราะผมรู้ว่าเขาจะกลายเป็นที่พึ่งของพวกเราได้ในอนาคต เขาเป็นคนที่ทุ่มเทมาก เขาฟังคำแนะนำทุกอย่าง ทุกคนชอบเขา ในตอนนั้นพวกเรารู้ว่าที่บ้านของเขาค่อนข้างยากจน พวกเราทุกคนพยายามจะช่วยดึงเขาขึ้นมา โดยการช่วยเขาในเรื่องการซ้อม และพาเขาเที่ยวกับเพื่อนๆ ในทีม”

 

เฟอร์มิโน่ ในวัยเด็กได้ผจญภัยไปทั่วภาคเหนือของบราซิล และคว้าแชมป์การแข่งขันระหว่างรัฐได้อย่างมากมาย จนในที่สุดเขาก็ได้เข้าไปแข่งในทัวร์นาเม้นต์ที่เมืองเซา เปาโล ทัวร์นาเม้นต์ที่สำคัญระดับประเทศ และการเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนั้นก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องเล่าที่ ฟาเรียส ภูมิใจนำเสนอ นั่นก็เพราะความไร้เดียงสาของเด็กชายคนนี้ยังคงตราตรึง โดยในขณะที่ทีมกำลังเล่นเดาะบอลกันไปมาอยู่ในโรงแรม แล้วจู่ๆ เฟอร์มิโน่ ก็เผลอเตะพลาดไปทำกระจกของโรงแรมแตก แต่แทนที่พวกเราจะช๊อคกับสิ่งเกิดขึ้น พวกเรากลับช๊อคในสิ่งที่เขาพูดมากกว่า ซึ่งเขาได้พูดว่า “เดี๋ยวผมจะไปซื้อหน้าต่างอันใหม่มาให้ แล้วจะเอามาใส่ให้นะครับ” เชื่อสิ คุณต้องชอบหมอนี่แน่ๆ แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่ถูกต้องเมื่อคุณทำอะไรผิดพลาด แล้วในภายหลังเขาก็ทำอย่างที่เขาพูดแบบนั้นจริงๆ

 

แต่แล้วจุดเปลี่ยนในชีวิตครั้งแรกของ โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ ก็เกิดขึ้น เมื่อ โตนินโญ่ อัลเมย์ด้า หนึ่งในผู้ฝึกสอนทีมเยาวชนของสโมสรได้ติดต่อหาเพื่อนที่เป็นนักฟุตบอลทีม แอตเลติโก มิเนโร่ ว่า “นายดูนี่สิ เด็กคนนี้เจ๋งมาก” แล้ว โตนินโญ่ ก็ได้ส่ง DVD ที่มีคลิปของ เฟอร์มิโน่ ไปให้ บิลูว เพื่อนของเขา และทันทีที่ บิลูว ดูจบเขาก็ได้ติดต่อไปยังสโมสรเซา เปาโล แชมป์ลีกสูงสุดในเวลานั้นทันที เพื่อให้เด็กคนนี้ได้ไปทดสอบฝีเท้า

โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่

แต่ในท้ายที่สุด เฟอร์มิโน่ ก็ไม่ผ่านการทดสอบฝีเท้าที่เซา เปาโล แต่อย่างน้อยเขาก็ได้มีเพื่อนใหม่ที่ชื่อ บิลูว คนที่ในภายหลังได้เป็นผู้จัดการเรื่องการพาไปทดสอบฝีเท้าในสโมสรต่างๆ จนในที่สุดฝีเท้าของ เฟอร์มิโน่ ก็ได้ไปเข้าตาสโมสรฟิกูเรนเซ่ และนั่นก็เป็นครั้งแรกที่ความสามารถของพรสวรรค์ของเขาได้รับการยอมรับ “เขาถูกหมางเมินอย่างมากจากเซา เปาโล” บิลูว กล่าว “เขาได้รับโอกาสให้เล่นกับลูกบอลน้อยมาก และนั่นทำให้เขาไม่ผ่านในการทดสอบฝีเท้า แต่ก็ยังดีที่อย่างน้อยผมช่วยให้เขาย้ายไปอยู่ฟิกูเรนเซ่ได้ ผมเคยเล่นที่นั่น ผมรู้จักคนในนั้น และนั่นก็ช่วยให้ผมมอบโอกาสใหม่ให้กับเขาได้ ในสโมสรนั้นเขาจะได้เฉิดฉายอย่างเต็มที่ เขาเป็นคนที่มีพรสวรรค์สูงอยู่แล้ว แต่ยังขาดประสบการณ์ ซึ่งการที่เขาได้เล่นให้กับทีมในลีกซีรี่ย์ บี ก็ถือว่าเหมาะสมกับเขาแล้ว”

 

บิลูว ได้อยู่กับ เฟอร์มิโน่ ด้วยในวันที่เขาได้เซ็นสัญญาเป็นนักเตะอาชีพครั้งแรกที่ฟิกูเรนเซ่ แล้วเขาก็ได้เล่นด้วยกันในสโมสรแห่งนี้ หลังจากที่ บิลูว ได้ย้ายมาร่วมทีมในปี 2010 และถึงแม้ เฟอร์มิโน่ จะออกจากสโมสรไปในปี 2011 แต่ทั้งคู่ยังคงเป็นเพื่อนกันจนถึงทุกวันนี้

“ผมเป็นคนที่ช่วยเลี้ยงเหล่าบรรดาลูกสาวของเขา ผมคือเพื่อนเจ้าบ่าวที่สนิทกับเจ้าบ่าวที่สุดในงานแต่งงานของเขา พวกเราพูดคุยกันเรื่องการฝึกซ้อมเป็นประจำ เขายังคงเป็นคนเงียบขรึม แต่ก็เริ่มจะมีมนุษยสัมพันธ์กับเพื่อนๆ มากขึ้นแล้ว เขาเป็นคนที่นิสัยดีมากๆ และมีพัฒนาการที่ดีมากๆ เขาเริ่มต้นเล่นฟุตบอลในฐานะกองกลางตัวรับ และกองหลัง แล้วก็มาเปลี่ยนเป็นตัวรุกตอนที่เล่นกับผม จนในตอนนี้ เขากลายเป็นกองหน้า เขาเป็นคนที่ฉลาดมากๆ ผมคิดว่าเขาคือคนที่น่าจับตามองมากที่สุดในเหล่าบรรดานักเตะทั้งหมดของลิเวอร์พูล” ในปัจจุบัน บิลูว ได้แขวนสตั๊ด และได้ผันตัวมาเป็นโค้ชฟุตบอลแทน

 

โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ ทำได้ดีหลังจากย้ายลงไปเล่นทางใต้ของบราซิลกับฟิกูเรนเซ่ สโมสรแห่งนี้ตั้งอยู่ในเมืองฟลอเรียนนาโปลิส ที่อยู่ในภาคตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ เขากลายเป็นที่จับตามองของเหล่าแมวมองและเอเย่นมากกว่าตอนที่อยู่ในบ้านเกิด หลังจากที่เขาช่วยให้ฟิกูเรนเซ่ขึ้นสู่ลีกสูงสุดของประเทศ เฟอร์มิโน่ ก็ได้มีโอกาสย้ายไปสร้างชื่อเสียงในยุโรปกับสโมสรฮอฟเฟ่นไฮม์ แล้วเขาก็กลายเป็นดาวเด่นแห่งวงการฟุตบอลนับตั้งแต่นั้นมา

โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่

เขาได้ถ้วยแรกในฐานะนักฟุตบอลอาชีพในปี 2019 จากการคว้าแชมป์ยุโรปกับลิเวอร์พูล และแชมป์ทวีปอเมริกาใต้กับบราซิลในปีเดียวกัน และยังเป็นนักเตะบราซิลที่ยิงได้เยอะที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก ลงเล่นให้ทีมชาติไปแล้วกว่า 44 เกม แต่กว่าที่ครูไลท์จะได้เห็นว่าเขาประสบความสำเร็จก็เป็นเวลานานเช่นกัน เธอไม่เคยรู้เลยว่าคนที่ใส่เสื้อทีมชาติบราซิลลายเหลืองเขียวที่มีใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มตลอดเวลาที่ออกทีวีอยู่บ่อยๆ คนนั้นคือ เด็กชายโรแบร์โต้ คนที่เคยเรียนที่โรงเรียนมาเรีย ริต้า ไลรา เดอ อัลเมย์ด้า เมื่อเกือบ 2 ทศวรรษก่อน มีอยู่ครั้งหนึ่ง เฟอร์มิโน่ ได้พบกับครูไลท์ที่สนามบินมาเซโอด้วยความบังเอิญ เฟอร์มิโน่ ได้ถ่ายรูปกับครูไลท์ และลูกๆ ของเธอตามปกติในฐานะนักฟุตบอลขวัญใจของชาวบราซิล ซึ่งครูไลท์ในตอนนั้นก็จำไม่ได้เลยว่านักฟุตบอลคนนั้นเป็นศิษย์เก่าของเธอ

เธอไม่เคยเอะใจมาก่อน จนกระทั่งครูใหญ่ของโรงเรียนได้โทรมาหาเธอในช่วงก่อนที่จะเริ่มแข่งฟุตบอลโลกที่รัสเซีย โดยกล่าวถึง โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ นักฟุตบอลที่เป็นศิษย์เก่าของเธอว่า “เราได้สืบค้นข้อมูลมา แล้วพบว่านักฟุตบอลคนนั้นคือ โรแบร์โต้ ที่เคยเป็นนักเรียนของโรงเรียนเรา” ครูไลท์กล่าวถึงสิ่งที่ครูใหญ่โทรมาในตอนนั้น “ลูกๆ ของฉันไม่มีใครเชื่อว่านักฟุตบอลคนนั้นเป็นศิษย์เก่าของฉัน คนอื่นๆ ก็เช่นกัน แต่พอฉันรู้เช่นนั้น ฉันก็เริ่มนึกย้อนความหลังถึงเด็กชายขี้อายคนนั้น เด็กน้อยที่เอาแต่พูดถึงเรื่องฟุตบอล และมันทำให้ฉันมีความสุขมาก เพราะศิษย์เก่าคนนั้นของฉันได้ต่อสู้กับโลกของความเป็นจริงที่โหดร้าย แล้วได้ก้าวขึ้นไปอยู่จุดสูงสุดบนเส้นทางสายกีฬาที่ยากลำบากตามที่ตัวเองต้องการจนได้”

โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่

หลังจากที่ครูไลท์รู้ว่า เขาคนนั้นคือ โรแบร์โต้ ศิษย์เก่า เธอก็อยากที่จะพบกับเขาอีกครั้ง แล้วมาวันหนึ่งเหล่าเพื่อนๆ ของลูกคนโตของเธอพบว่า โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ ได้กลับมาพบปะกับเพื่อนเก่าในเมืองมาเซโอ จึงได้รีบมาเรียกคุณครูไลท์ไปหา เฟอร์มิโน่ ทันที

“พวกเรารีบไปที่นั่นกันอย่างรวดเร็ว พอไปถึงฉันก็พบว่าไม่มีใครเปิดทางให้ฉันได้คุยกับ โรแบร์โต้ เลย” เธอกล่าวย้อนอดีต “แต่ลูกชายคนเล็กของฉันอยากจะพบเขามากๆ จึงวิ่งเข้าไปหา แล้วเขาก็อุ้มลูกชายของฉันขึ้น และพาลูกของฉันเข้าไปในบ้าน ลูกชายคนเล็กของฉันมองหน้า โรแบร์โต้ แล้วทำท่าเหมือนจะร้องไห้ โรแบร์โต้ เลยพยายามปลอบลูกของฉัน และเล่นตลกให้ดูเพื่อให้ลูกของฉันไม่ร้องไห้ หลังจากนั้น โรแบร์โต้  ก็ได้เดินออกมา แล้วพาพวกเราไปถ่ายรูปด้วยกัน เขาทำให้วันนั้นเป็นวันที่ดีของพวกเรา”

มาในส่วนของ กิเลอร์เม่ ฟาเรียส คนที่ทำให้ โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ ได้เข้าร่วมสโมสรคลับ เดอ เรกาตาส บราซิล เขาปรารถนาที่จะพบกับ เฟอร์มิโน่ อีกครั้งเช่นเดียวกับคุณครูไลท์ แต่จนบัดนี้ก็ยังไม่ได้พบ ฟาเรียส อยู่ในวงการฟุตบอลมายาวนานกว่า 30 ปี เขารู้สึกภูมิใจอย่างมากที่ครั้งหนึ่งเขาได้เคยเป็นโค้ชให้กับนักเตะที่ได้รับการยกย่องมากที่สุดคนหนึ่งในรัฐอาลาโกอัส เฉกเช่นเดียวกับ เปเป้ อดีตนักเตะของ เรอัล มาดริด และ วิลเลี่ยม โจเซ่ กองหน้าของ เรอัล โซเซียดัด แต่ถึงอย่างไร การที่เขาไม่ได้พบกับอดีตลูกทีมคนนั้นอีกเลยก็เป็นเรื่องน่าเสียใจอยู่ดี “ผมดีใจกับความสำเร็จของ โรแบร์โต้ เพราะว่าเขาเคยมาอยู่กับเราที่นี่” ฟาเรียสกล่าว “ผมขอบคุณพระเจ้า เมื่อลูกศิษย์ของผมได้ดิบได้ดี เขาได้รับในสิ่งที่สมควรจะได้รับ ผมอยากจะพบเขาอีกครั้ง เพื่อคุยเล็กน้อย แต่สำหรับที่นี่มันเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก”

 

โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่

โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่

 

โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่

โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่

source original : https://www.theguardian.com/football

 


iReallyLikeFootball.com เว็บไซต์ คอลัมน์ฟุตบอล บทความฟุตบอล ข่าวฟุตบอล สร้างสรรค์ผลงานจากความตั้งใจ โดยกลุ่มคนที่รักและชอบฟุตบอลเป็นชีวิตจิตใจ

“Football can make a friend, can make a life”

::::: ต้องการติดต่อสอบถามหรือขอลงโฆษณา :::::

แอด LINE : @803toskz หรือคลิกลิงค์นี้ http://nav.cx/omAqg0Q
Facebook : http://www.facebook.com/ireallylikefootball
Email : ireallylikefootball@gmail.com
หรือติดต่อเราได้ที่ http://www.ireallylikefootball.com/contact

แสดงความคิดเห็น