หลังจากการประกาศให้บุนเดสลีกากลับมาแข่งขันในวันที่ 16 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ทำให้ได้รับความนิยมจากแฟนบอลกลุ่มต่างๆ มากมายเนื่องจากเป็นลีกระดับโลกลีกเดียวที่กลับมาทำการแข่งขัน หลังจากการหยุดแข่งขันเนื่องด้วยสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19

 

บุนเดสลีกา ในยุคปัจจุบันนี้ส่วนใหญ่ทีมที่จะสามารถคว้าตำแหน่งแชมป์ลีกคงหนีไม่พ้นเสือใต้ บาเยิร์น มิวนิค ที่กวาดบัลลังก์แชมป์ลีก 7 สมัยซ้อน ตั้งแต่ปี 2012-2019 โดยมีผู้ท้าชิงขาประจำอย่างเสือเหลือง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนต์ ที่สามารถคว้าตำแหน่งอันดับ 2 ไปได้ถึง 4 ครั้ง จาก 7 ครั้งที่บาเยิร์น มิวนิคทำสถิติคว้าแชมป์ติดต่อกัน โดยฤดูกาลนี้การแข่งขันผ่านมา 26 นัด ซึ่งนั่นหมายความว่าลีกสูงสุดของเยอรมันใกล้จบฤดูกาลเข้ามาทุกทีแล้ว

 

การลุ้นแชมป์ลีกที่เข้มข้นของเหล่าบิ๊กทีม

แชมป์เจ้าประจำ เสือใต้ บาเยิร์น มิวนิคที่นำทัพโดยกุนซือใหญ่ ฮันซี ฟลิค อดีตผู้ช่วย โยคิม เลิฟ ในศึกฟุตบอลโลก 2014 ที่ประเทศบราซิล และเป็นปีที่อินทรีเหล็กเยอรมันคว้าแชมป์ไปได้

บุนเดสลีกาขณะนี้บาเยิร์น มิวนิคเต็มไปด้วยนักเตะระดับโลกมากมายอย่าง ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้, มานูเอล นอยเออร์, เซ็บส์ กานาบรี่, คิมมิช, แบ็งฌาแม็ง ปาวาร์, ดาวิด อลาบา เป็นต้น แล้วการคุมทีมของกุนซือใหญ่ ฮันซี ฟลิค ยังสามารถทำให้ โทมัส มุลเลอร์ หัวหอกชาวเยอรมันวัย 30 ปี เรียกฟอร์มเก่งของตัวเองกลับมาได้อย่างยอดเยี่ยม โดยตอนนี้แอสซิสต์สูงที่สุดในลีกบุนเดสลีกาซีซั่นนี้ และถึงตอนนี้ทีมเสือใต้ยังสามารถรักษาอันดับ 1 ไว้ได้

 

ด้านขาประจำรองแชมป์อย่างเสือเหลือง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ที่นำทัพโดย ลูเซียน ฟาฟร์ กุนซือวัยเก๋าชาวสวิส และในฤดูกาลนี้การได้ตัว เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์ ด้วยค่าตัวเพียง 19 ล้านปอนด์ ถือว่าคุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์ และเค้าก็เป็นจิ๊กซอว์สำคัญอีกหนึ่งตัวในการขับเคลื่อนให้เสือเหลืองพุ่งทะยานสู่หัวตาราง เมื่อดอร์ทมุนด์มีขุมกำลังหลักๆ อย่างมาร์โก้ รอยส์, ยูเลี่ยน บรันท์, จาร์ดอน ซานโช่, ลูคัส พิสซ์เซ็ค และนักเตะพลังหนุ่มที่มีคุณภาพอีกมากมายที่มีส่วนสำคัญในการลุ้นแชมป์ฤดูกาลนี้ จึงทำให้ดอร์ทมุนด์เป็นทีมที่น่าจับตามองมากที่สุดทีมหนึ่งในปีนี้

[อ่านบทความที่เกี่ยวกับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ : “เสือเหลืองเสริมโหด หวังโค่นเสือใต้ !!!” – คลิก]

 

ตามมาติดๆ คือ อาร์บี ไลป์ซิก ทีมที่ได้รับการจับตามองจากสื่อพอๆ กับโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เนื่องจากการเข้ามาคุมของกุนซือหนุ่ม ยูเลี่ยน นาเกลส์มันน์ วัย 32 ปี ซึ่งเคยสร้างชื่อทิ้งไว้กับฮอฟเฟ่นไฮม์ด้วยการพาฮอฟเฟ่นไฮม์ได้ตั๋วไปเล่นยูฟ่า แชมป์เปี้ยนลีก เมื่อปีที่ผ่านมา และกุนซือหนุ่มคนนี้ได้รับคำชมจากสื่อและเครดิตจากนักเตะมากมาย ติมอร์ แวร์เนอร์ หัวหอกอันดับหนึ่งของทีมได้เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า การเข้ามาทำงานของ ยูเลี่ยน นาเกลส์มันน์ และการปรับเปลี่ยนตำแหน่งของเขาเล็กน้อย ทำให้เขาสามารถมีอิสระในการเล่นที่เพิ่มขึ้น

บุนเดสลีกา

โดยอาร์บี ไลป์ซิกยังดำเนินอยู่ในเส้นทางเวทียุโรปหลังจากสามารถโค่น สเปอร์ ยักษ์ใหญ่ของอังกฤษทั้งไปและกลับอย่างไม่เป็นท่า ซึ่งฤดูกาลนี้ขุมกำลังของไลป์ซิกเต็มไปด้วยแข้งอายุน้อย แต่เต็มไปด้วยคุณภาพอย่าง ติมอร์ แวร์เนอร์, มาร์เซล ซาบิทเซอร์, วิลลี ออร์บัน, ปาทริค ชิค, เอมิล ฟอร์สเบิร์ก, อูปาเมกาโน่, นอร์ดี้ มูเกเลเล่ และยังมีแข้งเก๋าประสบการณ์อย่าง เควิน คัมเพิ่ล คอยบัญชาการเกมแดนกลาง อาร์บี ไลป์ซิกมีสถิติการเสียประตูในฤดูกาลนี้เป็นที่ 2 รองจาก บาเยิร์น มิวนิค ซึ่งดูดีเลยทีเดียวสำหรับบุนเดสลีก

 

ในอาณาเขตท๊อปไฟว์ของตารางที่ละสายตาไม่ได้ยังมี สิงห์หนุ่ม มึนเชนกลัดบัค ที่ฤดูกาลนี้พวกเขาอุดมไปด้วยนักเตะที่มีคุณภาพมากมาย อย่าง พาทริค เฮอร์มันน์, บรีล เอ็มโบโล่ มาร์คัส ตูราม, รัฟฟาเอล, มัทธีอัส กินเตอร์, นิโค เอลเวดี้ และผู้รักษาประตูอย่าง ยอน ซัมเมอร์ ที่ตอนนี้ครองอันดับการเซฟลูกอันดับ 1 อยู่ที่ 100 ลูก ซึ่งด้วยผลงานที่ยอดเยี่ยมนี้ ส่วนนึงต้องยกเครดิตให้ อลาสซาน เปอา หัวหอกวัย 27 ชาวฝรั่งเศสได้ซัดไป 9 ประตู จากการลงเล่น 23 นัด เป็นดาวซัลโวสูงสุดของทีมในปัจจุบัน ซึ่งช่วงกลางฤดูกาล มึนเช่นกลัดบัคยังสามารถรั้งอันดับ 1 ไว้ได้นานถึง 8 นัดติดต่อกัน ตั้งแต่นัดที่ 7 ถึงนัดที่ 14 แต่ก็ไม่สามารถรักษาบัลลังก์ต่อไปไว้ได้ โดยมีกุนซืออย่าง มาร์โก้ โรส คอยเป็นคนวางแผนการให้กับทีมลุ้นแชมป์ในบุนเดสลีกาซีซั่นนี้

 

อีกทีมที่น่าสนใจไม่แพ้ใคร ห้างขายยาแห่งเยอรมัน ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ปีนี้มีขุมกำลังที่แข็งแกร่งขึ้น โดยการเพาะเหล่าดาวรุ่งให้เรียกความสามารถออกมาได้อย่าง ไค ฮาแวทซ์, เลออน ไบลี่ย์, โจนาธาน ทาห์, เปาลินโญ่ และมีศูนย์หน้าดาวยิงที่ครองตำแหน่งดาวซัลโวสูงสุดประจำทีมในฤดูกาลนี้อย่าง เควิน วอลแลนด์ จึงทำให้ในฤดูกาลนี้ เลเวอร์คูเซ่นสามารถทำผลงานได้อยู่ในเกณฑ์ที่ยอดเยี่ยม และยังมีสิทธิ์ลุ้นแชมป์เต็มตัวในฤดูกาลนี้ โดยมีคะแนนทิ้งห่างอันดับ 6 อย่างโวล์ฟสบวร์กพอสมควรเลยทีเดียว

 

ศูนย์รวมแข้งดาวรุ่งอนาคตไกล

ในลีกบุนเดสลีกาเยอรมันในฤดูกาลเต็มเปี่ยมไปด้วยดาวรุ่งมากมายทั้งที่มีสัญญายืมตัวกับแต่ละทีมและผู้เล่นที่ถูกซื้อขาดรวมถึงเยาวชนที่ถูกปลุกปั้นจากสโมสรต่างๆ ในลีก จะมีผู้เล่นคนไหนที่น่าจับตามองบ้างไปดูกันเลย

 

เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์ (โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์)

เด็กหนุ่มวัย 19 ปี ชาวนอร์เวย์ เจ้าของฉายาจอมมารบู ย้ายมาจากสโมสรเร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก ด้วยค่าตัว 19 ล้านปอนด์ เอเย่นต์ของเขาคือ มิโน ไรโอล่า เอเย่นต์ตัวแสบของวงการฟุตบอล แต่การย้ายมาของ เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์ นั้นมีเหตุผลมากมาย ซึ่งเขายังไม่อยากพลีพลามไปสู้ในลีกอังกฤษหรือสเปน แต่ยังขอเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่เยอรมันก่อน โดยผลงานของ ฮาแลนด์ ก็เป็นที่น่าพอใจสำหรับโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์อย่างมาก เขาซัดไป 10 ประตู จากการลงเล่นเพียง 9 นัดในลีก ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยที่ยอดเยี่ยมสำหรับเด็กดาวรุ่งวัย 19 ปี และยังสามารถพัฒนาต่อไปสู่ศูนย์หน้าระดับโลกในอนาคต แถมยังมีส่วนร่วมในการลุ้นแชมป์ของทีมในฤดูกาลนี้อีกด้วย

[อ่านบทความที่เกี่ยวกับ เออร์ลิ่ง เบราท์ ฮาแลนด์ : “เออร์ลิ่ง เบราท์ ฮาแลนด์ ปรากฏการณ์ใหม่ของฟุตบอลนอร์เวย์” – คลิก]

 

จาร์ดอน ซานโช่ (โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์)

บุนเดสลีกา

จาร์ดอน ซานโช่ อดีตเด็กปั้นเรือใบสีฟ้า แมนซิตี้ แต่ในวัย 17 ปี ได้ตัดสินใจออกจากถิ่นเรือใบเมื่อปี 2017 เนื่องจากไม่ได้รับโอกาสการลงเล่นเป็นตัวจริง โดยเสือเหลืองได้มาปิดดีลนี้ที่ 8 ล้านปอนด์ สำหรับเด็ก 17 ในตอนนั้นถือว่าเป็นค่าตัวที่สูงมาก และเป็นการเสี่ยงมากที่เงิน 8 ล้านปอนด์อาจสร้างอะไรไม่ได้เลย หลังจากนั้น จาร์ดอน ซานโช่ ก็เพาะแข้งตัวเองอยู่ในถิ่นเสือเหลืองจนมีโอกาสได้เล่นชุดใหญ่ครั้งแรกเมื่อตอนอายุได้ 18 ปี และสามารถยิงได้ 1 ประตู ทำไป 4 แอสซิสต์ จากการลงเล่น 12 นัด เมื่อปี 2017/2018 ต่อมา ซานโช่ ก็ทำผลงานได้ดีขึ้นเรื่อยๆ จนฤดูกาลนี้เป็นฤดูกาลที่แจ้งเกิดเต็มตัวเลยก็ว่าได้ เขาซัดไป 14 ประตู และทำ 15 แอสซิสต์ จากการลงเล่นในสนามทั้งหมด 24 นัด เป็นกำลังหลักที่กำลังทำให้เสือเหลืองเข้าใกล้แชมป์ลีกในปีนี้

 

อัชราฟ ฮาคิมี่ (โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์)

อัชราฟ ฮาคิมี่ แบ็คเด็กปั้นวัย 21 ปี จากเรอัล มาดริด สโมสรยักษ์ใหญ่ของสเปน ได้ออกมาตามหาการเล่นที่สม่ำเสมอกับดอร์ทมุนด์ โดยลงเล่นรับใช้สโมสรแห่งเยอรมันไป 26 นัด ยิงได้ 3 ประตู ทำไป 10 แอสซิสต์ โดยฤดูกาลนี้ ฮาคิมี่ ถูกจับไปเล่นเป็นวิงแบ็คซะบ่อย เนื่องจากระบบของกุนซือชาวสวิส เป็นระบบที่เล่นกองหลัง 3 คน ฮาคิมี่ จึงต้องดันตัวเองขึ้นเป็นวิงแบ็คเต็มตัว และจบฤดูกาลนี้อาจจะถูกซื้อขาดจากดอร์ทมุนด์หรือไม่ก็กลับไปรับใช้สโมสรเก่าอย่างเรอัล มาดริด แทนที่ มาร์เซโล่ ที่เริ่มโรยลาจากวงการมากขึ้นทุกวัน

 

อัลฟอนโซ่ เดวี่ส์ (บาเยิร์น มิวนิค)

อัลฟอนโซ่ เดวี่ส์ แบ็คซ้ายชาวแคนาดาวัย 19 ปี ย้ายมาจากแวนคูเวอร์ ไวท์แคปส์ สโมสรในสหรัฐอเมริกาด้วยค่าตัว 9 ล้านปอนด์เมื่อปี 2019 ที่ผ่านมา ก่อนที่จะแจ้งเกิดเต็มตัวในฤดูกาลนี้ ด้วยการลงเล่นให้บาเยิร์น มิวนิค ไป 22 นัดซัดไป 1 ประตูกับอีก 4 แอสซิสต์ ผลงานอาจจะยังไม่หวือหวามาก แต่สไตล์การเล่นที่มีความเร็วสูง และมีการจ่ายบอลที่แม่นยำ สามารถทำให้ เดวี่ส์ ขึ้นไปเทียบเท่า ดาวิด อลาบา ในอีกไม่นานแน่นอน

 

ดาโยต์ อูปาเมกาโน, นอร์ดี้ มูคิเอเล่, อิบราฮิม่า โกนาเต้ (อาร์บี ไลป์ซิก)

กองหลังสามคนที่เอ่ยชื่อมานี้ มีเฉลี่ยอายุรวมกันอยู่ที่ 21 ปี โดยทั้งสามคนนี้ผลัดกันเป็นกำลังหลักให้กับ อาร์บี ไลป์ซิกในฤดูกาลนี้ โดย ดาโยต์ อูปาเมกาโน เซ็นเตอร์ชาวฝรั่งเศสวัย 21 ปี ลงเล่นบ่อยที่สุดในสามคนนี้ เป็นจำนวน 21 เกม ไม่สามารถทำประตูได้ ส่วนอันดับสองคือ นอร์ดี้ มูคิเอเล่ เซ็นเตอร์ชาวฝรั่งเศสวัย 22 ปี ลงเล่นไป 19 เกม ยิงได้ 3 ประตู 1 แอสซิสต์ ส่วน อิบราฮิม่า โกนาเต้ วัย 20 ปี ลงเล่นไป 5 นัด ซึ่งในฤดูกาลนี้อาร์บี ไลป์ซิก เสียประตูน้อยที่สุดเป็นอันดับสองรองจากบาเยิร์น มิวนิค เลยทีเดียว

 

นิโค เอลเวดี้ (โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค)

นิโค่ เอลเวดี้ กองหลังชาวสวิสวัย 23 ปี ย้ายมาเล่นในลีกเยอรมันเมื่อปี 2015 และด้วยค่าตัว 3.5 ล้านปอนด์ ที่มึนเช่นกลัดบัคลงทุนจ่ายไปในฤดูกาลนี้ เอลเวดี้ ได้ลงพิสูจน์ฝีมืออย่างเต็มตัว ลงเล่นไป 25 นัดยิงไป 1 ประตู โดยเป็นกำลังหลักทำให้โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัคยังติดอยู่ในท๊อปไฟว์ ณ ปัจจุบัน

 

ฟลอเรียน นอยเฮ้าส์ (โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค)

บุนเดสลีกา

กองกลางหนุ่มวัย 23 ปี ชาวเยอรมัน แจ้งเกิดจากการพาฟอร์ทูน่า ดุสเซลดอร์ฟ ขึ้นมาสู่ลีกสูงสุดได้สำเร็จ ก่อนจะกลับมาค้าแข้งที่โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค โดยฤดูกาลนี้ ลงเล่นไป 22 เกมยิงไป 3 ประตู แอสซิสต์ไปได้ 2 ครั้ง เรียกว่าเป็นขุมกำลังที่ มาร์โก้ โรส เชื่อใจมากเลยทีเดียวว่าจะสามารถเล่นกับ เดนิส ซาคาเรีย ได้อย่างเข้าขา

 

เดนิส ซาคาเรีย (โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค)

กองกลางวัย 23 ปี ชาวสวิตเซอร์แลนด์ ย้ายมาจากยังบอยส์สู่ลีกเยอรมันเมื่อปี 2017 ด้วยค่าตัว 10.8 ล้านปอนด์ และสามารถยึดตัวจริงได้ตั้งแต่ฤดูกาลแรกที่ย้ายเข้ามา โดยตอนนี้ลงเล่นทั้งหมดไปแล้ว 84 นัด รวมทั้ง 3 ฤดูกาล ส่วนในฤดูกาลนี้ลงเล่นไป 23 นัด ยิงไป 2 ประตู บวก 2 แอสซิสต์ เป็นกองกลางที่คอยซัพพอร์ตให้กับ ฟลอเรียน นอยเฮ้าส์ ที่เล่นในตำแหน่งกองกลางได้อย่างดีเยี่ยม แถมยังพาทีมลุ้นแชมป์ลีกซีซั่นนี้ได้อีกด้วย

 

บรีล เอ็มโบโล่, มาร์คัส ตูราม (โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค)

สองแนวรุกแห่งถิ่นโบรุสเซียมึนเช่นกลัดบัค สามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในฤดูกาลนี้โดย มาร์คัส ตูราม ลงเล่นไป 26 นัด ซัดไป 7 ประตู 8 แอสซิสต์ และบรีล เอ็มโบโล่ ลงเล่นไป 23 นัด ซัดไป 7 ประตู 3 แอสซิสต์ เป็นแนวรุกที่ทำผลงานได้สะเด่าเป็นอันดับต้นๆ ของบุนเดสลีกาเยอรมันในซีซั่นนี้

 

ไค ฮาแวทซ์ (ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น)

บุนเดสลีกา

เด็กปั้นวัย 20 ปี ชาวเยอรมันของห้างขายยาไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น สามารถรักษาระดับการเล่นในบุนเดสลีกาได้อย่างดีเยี่ยมเป็นฤดูกาลที่ 2 โดยฤดูกาลนี้เขาได้พัฒนาทักษะขึ้นมามากกว่าฤดูกาลที่แล้ว ลงเล่นไป 23 นัด ซัดไป 8 ประตู กับอีก 5 แอสซิสต์ เป็นกลางรุกคนสำคัญที่ขาดไม่ได้ของห้างขายยาไปแล้ว

 

มุสซ่า ดิยาบี้ (ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น)

กองกลางวัย 20 ปี ชาวฝรั่งเศส เป็นอดีตเด็กปั้นของยักษ์ใหญ่ของลีกเอิงอย่างปารีส แซงต์ แชร์กแมง ก่อนจะย้ายมาห้างขายยาด้วยค่าตัว 13.5 ล้านปอนด์ ซึ่งผลงานในฤดูกาลแรกน่าจับตามองเลยทีเดียว ซัดไป 4 ประตู กับ 5 แอสซิสต์ จากการลงเล่น 20 เกม เป็นกำลังหลักเคียงคู่ ไค ฮาแวทซ์ ในการลุ้นแชมป์ต่อไป

 

และนอกจากรายชื่อที่พูดมานี้ ยังมีดาวรุ่งอีกมากมายที่รอเฉิดฉายให้กับแฟนบอลทั่วโลกได้รับรู้ฝีมือของพวกเขา อย่าง โตดิโบ (ชาลเก้), เจา มิรันด้า (ชาลเก้), ไมรอท ราชิคา (แวร์เดอร์ เบรเมน)

 

สไตล์การเล่นฟุตบอลที่สวยงามสไตล์เยอรมัน

ถ้าพูดถึงการเล่นฟุตบอลแบบสไตล์เยอรมันทุกคนคงนึกภาพถึงนัดรองชนะเลิศ เมื่อปี 2014 ที่เยอรมันเอาชนะเจ้าภาพบราซิล 7-1 ด้วยการเล่นฟุตบอลเท้าสู่เท้าอย่างสวยงาม โดยนักเตะชุดนั้นหลักๆ ก็จะมี โทมัส มุลเลอร์, เมซุส โอซิล, ซามี่ เคดิร่า, โทนี่ โครส ซึ่งตอนนี้นักเตะเหล่านั้นก็เริ่มมีอายุที่แตะหลักเลขสาม

แต่ถ้าเป็นฟุตบอลสไตล์เยอรมันในลีกบุนเดสลีกา บอกเลยความแตกต่างของฟุตบอลเยอรมันในลีก และในทีมชาติห่างกันไม่มาก เนื่องด้วยสถิติโดยในฤดูกาลนี้มีผู้เล่นที่จ่ายผลสำเร็จเกิน 90% ถึง 15 คน เรียกว่าเป็นสถิติที่น่าชื่นชมในวงการฟุตบอลลีกของเยอรมัน และค่าเฉลี่ยของการจ่ายบอลสำเร็จของทุกๆ ทีมในทุกๆ เกมรวมกันอยู่ที่ 81.61% ถือว่าสูงมากสำหรับลีกระดับโลก แล้วนี่ก็อาจจะเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้บุนเดสลีกากลับมาบูมในฤดูกาลนี้

 

การลุ้นตำแหน่งดาวซัลโว

ตำแหน่งดาวซัลโวในลีกบุนเดสลีกาเยอรมันในปัจจุบันนี้ ส่วนมากจะหนีไม่พ้น โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ หัวหอกดาวยิงชาวโปแลนด์ ซึ่งปัจจุบันค้าแข้งอยู่กับบาเยิร์น มิวนิค เป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน และในช่วง 5 ปีหลังล่าสุด เลวานดอฟสกี้ สามารถคว้ารางวัลดาวซัลโวไปได้ถึง 3 สมัยเลยทีเดียว (2015-2016, 2017-2018, 2018-2019) หนำซ้ำฤดูกาลนี้ เขาซัดไปได้ 25 ประตู จาก 26 เกม นำหน้าในตำแหน่งดาวซัลโว โดยปีนี้มีผู้ท้าชิงหน้าใหม่ที่มีโอกาสเข้าใกล้อันดับ 1 มากที่สุด คือ ติโม แวร์เนอร์ หัวหอกชาวเยอรมันแห่งอาร์บี ไลป์ซิก

บุนเดสลีกา

ฤดูกาลนี้ แวร์เนอร์ ซัดไปได้ถึง 21 ประตู ตามหลัง เลวานดอฟสกี้ แค่ 5 ลูกเท่านั้น และยังเหลือการแข่งขันให้วัดความสามารถกันอีกถึง 8 นัด ทีนี้เราจะได้รู้กันว่า ดาวซัลโวบุนเดสลีกาฤดูกาลนี้จะเปลี่ยนมือหรือไม่ และมีอันดับ 3 ที่ตามมาห่างๆ อย่างห่วงๆ คือปีกแดนผู้ดีวัย 20 ปี จาร์ดอน ซานโช่ ค่ายโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เจ้าหนูคนนี้ซัดไป 14 ประตู ก็ยังสามารถมีหวังดาวซัลโวในฤดูกาลนี้อยู่เหมือนกัน

 


iReallyLikeFootball.com เว็บไซต์ คอลัมน์ฟุตบอล บทความฟุตบอล ข่าวฟุตบอล สร้างสรรค์ผลงานจากความตั้งใจ โดยกลุ่มคนที่รักและชอบฟุตบอลเป็นชีวิตจิตใจ

“Football can make a friend, can make a life”

::::: ต้องการติดต่อสอบถามหรือขอลงโฆษณา :::::

แอด LINE : @803toskz หรือคลิกลิงค์นี้ http://nav.cx/omAqg0Q
Facebook : http://www.facebook.com/ireallylikefootball
Email : ireallylikefootball@gmail.com
หรือติดต่อเราได้ที่ http://www.ireallylikefootball.com/contact

แสดงความคิดเห็น