ย้อนอดีตที่น่าจดจำ การพาลาซิโอคว้าแชมป์กัลโช่ เซเรีย อา ฤดูกาล 1999-2000 ของ สเวน โกรัน อีริคสัน

ก่อนหน้านั้นลาซิโอห่างหายจากการเป็นแชมป์ลีกสูงสุดของประเทศมายาวนานตั้งแต่ปี 1974 จนกระทั่งมาถึงชุดที่เต็มไปด้วยนักเตะมากฝีเท้าอย่าง ดีเอโก้ ซิเมโอเน่, โรแบร์โต้ มันชินี่, ฟาบริซิโอ้ ราวาเนลลี่, อัตติลิโอ ลอมบาร์โด้, ฮวน เซบาสเตียน เวรอน และการคว้าแชมป์ในครั้งนั้นก็ถือเป็นการฉลองครบรอบ 100 ปีของสโมสรอีกด้วย

 

ชอกช้ำก่อนเฮทีหลัง

สเวน โกรัน อีริคสัน ได้เข้ามาคุมทีมในฐานะผู้ถูกคาดหวังให้มากู้วิกฤติ และด้วยความที่ลาซิโอในตอนนั้นอยู่ในสภาพที่ย่ำแย่มาก เก้าอี้ของลุงสเวนจึงร้อนทันทีที่นั่งลงไป และมีแฟนบอลอยู่ไม่น้อยที่คาดหวังความเปลี่ยนแปลงหลังจากที่เขาเข้ามาคุมทีม ซึ่งสิ่งที่ อีริคสัน มอบให้กับสโมสรแห่งนี้ก็คือ การคว้าถ้วยสคูเด็ตโต้ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนตั้งแต่ปี 1974 และอีก 2 ถ้วยที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้กัน อย่าง ซุปเปอร์โคปปา และยูโรเปี้ยน คัพ วินเนอร์ส คัพ เรียกได้ว่าเป็น ทริปเปิ้ลแชมป์ที่สุดแสนประทับใจให้กับแฟนบอลเป็นอย่างมากในฤดูกาลนั้น และยังมีถ้วยจากการคว้าแชมป์ โคปปา อิตาเลีย อีก 2 ครั้งซ้อนอยู่ในความสำเร็จของทีมชุดนั้นอีกด้วย

ลาซิโอ

แท้จริงแล้ว สเวน โกรัน อีริคสัน พาลาซิโอลุ้นแชมป์กัลโช่ เซเรีย อามาตั้งแต่ฤดูกาล 1998-99 แล้ว หากแต่เทพีแห่งโชคชะตากลับไม่เข้าข้างพวกเขา

25 พฤษภาคม 1999 เกมนัดสุดท้ายของฤดูภาล ในวันนั้นลาซิโอเปิดรัง สตาดิโอ้ โอลิมปิโก้ รับการมาเยือนของปาร์ม่า ก่อนเริ่มเกมลาซิโอพกแต้มในกระเป๋าอยู่ 66 รั้งอันดับสองของตาราง ในขณะที่เอซี มิลานอยู่เหนือพวกเขาโดยมีมากกว่า 1 แต้ม เกมสุดท้ายนี้ลาซิโอทำได้ดีที่สุดแค่ต้องคว้า 3 แต้มให้ได้ ซึ่งยังไม่พอ เพราะพวกเขาต้องสาปแช่งให้มิลานพ่ายแพ้ต่อเปรูจาในอีกสนามให้จงได้

และเป็น มาร์เซโล่ ซาลาส ที่เหมาสองประตู พาทีมชนะไป 2-1 แต่ท้ายที่สุดแล้ว การวิงวอนต่อเทพีแห่งโชคชะตากลับไม่ได้ผล มิลานเอาชนะเปรูจาไปได้สำเร็จทั้งที่เป็นการเล่นนอกบ้าน และนั่นทำให้ลาซิโอต้องชอกช้ำกับการพลาดแชมป์ในปีที่สโมสรใกล้จะมีอายุครบ 100 ปีไปอย่างน่าเสียดาย ส่วนมิลานก็ฉลองกันอย่างยิ่งใหญ่ไปตามระเบียบ เหตุการณ์นี้ทำให้ เซอร์จิโอ แครกนอตติ ประธานสโมสรรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก รวมถึงบรรดาผู้บริหารระดับสูงคนอื่นๆ ก็เช่นเดียวกัน เพราะพวกเขาได้ทุ่มเททั้งเวลาและเงินให้กับสโมสรเป็นอย่างมาก แต่บทสรุปของฤดูกาลนั้นกลับไม่เป็นอย่างที่พวกเขาหวังไว้ และหนำซ้ำผลพวงจากความล้มเหลวนั้นคือการต้องเสียศูนย์หน้าระดับพระกาฬ คริสเตียน “โบโบ้” วิเอรี่ ให้กับอินเตอร์ มิลาน

 

สลับขั้ว วิเอรี่ & ซิเมโอเน่ จุดเริ่มต้นฟุตบอลธุรกิจ

ลาซิโอ

คริสเตียน “โบโบ้” วิเอรี่ ถูกซื้อมาโดย แครกนอตติ ประธานสโมสรด้วยราคา 16 ล้านปอนด์ หลังจากโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมกับแอตเลติโก มาดริด และเป็นรองดาวซัลโวในฟุตบอลโลก 1998 แต่กลายเป็นว่าเขาไม่สามารถระเบิดฟอร์มเก่งได้เลยในช่วงที่อยู่กับลาซิโอ สุดท้ายแล้วดีลของ วิเอรี่ ในช่วงซัมเมอร์กับอินเตอร์ มิลาน มีมูลค่าสูงถึง 30 ล้านปอนด์ แถมงูใหญ่ยังส่งมอบ ดิเอโก้ ซิเมโอเน่ พ่วงมาจากดีลครั้งนี้อีกด้วย

หลังจากดีลขาย วิเอรี่ ลุล่วง ก็มีแฟนบอลคนหนึ่งออกมาบอกว่า “ลาก่อน… ผมไม่รู้ว่าจะมีชีวิตอยู่ไปเพื่ออะไรอีกแล้ว ลาซิโอ ขาย วิเอรี่ เพื่อเงิน 30 ล้านปอนด์ เงินนั้นอาจจะมีประโยชน์ในฟุตบอลของพวกคุณ แต่มันไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตหรอกนะ”

โชคดีที่การขาย วิเอรี่ ส่งผลดีต่อทีม ไม่งั้น แครกนอตติ คงถูกมองว่าเป็นพวกเหน้าเงินแน่ๆ และนั่นคงส่งผลถึงวงการฟุตบอลอิตาลีไม่น้อยในเวลาต่อมา

 



 

หลังจากเหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้หนังสือพิมพ์แห่งวาติกันที่ชื่อว่า ออสวาโตเร่ โรมาโน่ ถึงกับพาดหัวข่าวว่า “ขัดใจแฟนบอลยาจก” เนื่องจากบรรยากาศของเหล่าแฟนบอลที่เต็มไปด้วยเรื่องดราม่ามากกว่าความบันเทิงในวงการฟุตบอล

ในช่วงนั้น ชาวอิตาลีต่างตั้งคำถามเกี่ยวกับฟุตบอลกัลโช่ว่า มันควรจะเป็นสิ่งสวยงาม และเป็นแรงบันดาลใจให้แฟนๆ ที่ติดตามมากกว่าเรื่องของเงินตราไม่ใช่หรอ???

ลาซิโอ

แครกนอตติ ใช้เงินจำนวนมากที่ได้มากับดีล วิเอรี่ ไปกับการซื้อนักเตะใหม่ๆ เข้าสโมสรเป็นจำนวนมากเพื่อหวังจะคว้าแชมป์โดยไม่คำนึงถึงแพสชั่นของฟุตบอลแม้แต่น้อย หลังจากที่ได้ ซิเมโอเน่ เป็นรายแรก เขาก็ได้ซื้อดาวเตะชาวอาร์เจนไตน์เพิ่มมาอีก 2 คนจากปาร์ม่า นั่นก็คือ ฮวน เซบาสเตียน เวรอน และ เนสเตอร์ เซนซินี่ ซึ่ง เวรอน คือผู้ที่เคยเล่นให้กับ อีริคสัน สมัยอยู่ที่ซามพ์โดเรียมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ในคราวนี้เขาเข้าทีมมาในฐานะเพลเมคเกอร์ที่จะต้องประสานงานกับเพื่อนร่วมทีม อย่าง พาเวล เน็ดเว็ด, เดยัน สแตนโควิช, แมทเธียส อัลเมย์ด้า และ เซอร์จิโอ คอนไซเซา

นอกจากนี้ อีริคสัน ยังเซ็นกองหน้าที่ตอนนั้นยังไร้ชื่อเสียงอย่าง ฟาบริซิโอ ราวาเนลลี่ และ ซิโมเน่ อินซากี้ น้องชายของ ฟิลิปโป้ มาร่วมทีมอีกด้วย

 

เริ่มต้นฤดูกาลแห่งความทรงจำ 1999-2000

เมื่อทีมเสริมทัพนักเตะใหม่ๆ เข้ามาในทีมอย่างมากมาย ข่าวดราม่าเรื่อง วิเอรี่ ก็เริ่มจะจางลง ที่สำคัญ ฤดูกาลอันแสนเจ็บปวดของลาซิโอที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ก็พลันหายไปภายในไม่กี่เดือน หลังจากจับจ่ายใช้สอยในตลาดนักเตะอย่างเต็มที่ พวกเขาก็ได้สร้างทีมที่ดีกว่าขึ้นมาใหม่เพื่อเป้าหมายเดิม นั่นก็คือการคว้าแชมป์กัลโช่ เซเรีย อา ที่พวกเขาเคยพลาดไป แม้ว่าจะเริ่มต้นฤดูกาลด้วยแรงกดดันอันมหาศาล แต่พวกเขาก็ได้ผ่อนคลายขึ้นหลังเกมที่เอาชนะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในศึกยูโรเปี้ยน ซุปเปอร์ คัพ

ลาซิโอ

และผู้ที่พาทีมกำชัยชนะได้ในเกมนั้นก็คือ มาร์เซโล่ ซาลาส โดยการรับลูกโยนของ จูเซ็ปเป้ ปันคาโร แล้วยิงผ่านมือของผู้รักษาประตู ไรมอนด์ ฟาน เดอ ฮาว เข้าไปได้อย่างสวยงาม แม้ว่าจะชนะเพียงประตูเดียว แต่พวกเขาก็ได้รับการยกย่องจากบรมกุนซือที่เก่งที่สุดในยุคนั้นอย่าง อเล็ก เฟอร์กูสัน ว่า “ผมคิดว่าลาซิโอจะคว้าแชมป์เซเรีย อาได้ในปีนี้”

 

ทัพอินทรีย์ฟ้า-ขาวเริ่มต้นฤดูกาลด้วยการคว้าถ้วยอันยิ่งใหญ่แห่งทวีป และได้รับการชมเชยจากคนในวงการเป็นอย่างมาก ทำให้ลาซิโอในตอนนั้นคึกคักเป็นพิเศษ แถมยังเก็บชัยชนะได้ 3 ใน 4 เกมแรกของลีก และในที่สุดพวกเขาก็ได้โคจรมาเจอกับคู่แค้นเก่าอย่างเอซี มิลาน ซึ่งเป็นเกมที่ทุกคนต่างคาดหวังว่าจะเป็นเกมที่สนุก และมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ ทั้ง 2 ทีมผลัดกันรุกผลัดกันรับอย่างดุเดือด โดย เวรอน เป็นผู้เบิกสกอร์แรกให้กับลาซิโอ เพลเมคเกอร์หัวหลอดไฟซัดบอลด้วยเท้าขวาแบบเต็มข้อ ก่อนที่ จอร์จ เวอาห์ จะช่วยให้มิลานขึ้นมาตีเสมอด้วยการเข้าฮอร์สจากลูกเปิดของ แซร์จิญโญ่ ผู้ที่พาบอลทะลุแผงหลังขึ้นมาอย่างสวยงาม

 

ต่อมาประตูที่ 2 ของลาซิโอ ถือว่าเป็นประตูที่สวยที่สุดในเกมนี้เลยทีเดียว เพราะเป็นลูกจากการเตะมุมของ ซินิซ่า มิไฮโลวิช และจบสกอร์ด้วยความแข็งแกร่งของ ซิเมโอเน่ หลังจากนั้น ซาลาส ก็ยิงพาทีมนำห่างเป็น 3-1 ด้วยลูกโหม่งอันรุนแรงที่เป็นเอกลักษณ์ของเขา แต่ก่อนจะจบครึ่งแรก มิลานก็มาได้ประตูจาก อังเดร เชฟเชนโก้ กองหน้าซุปเปอร์สตาร์ที่ยิงผ่านมือของ ลูก้า มาเคเกียนี่ เข้าไป ส่งผลให้ครึ่งแรกสกอร์จบที่ 3-2

ลาซิโอ

มาในครึ่งหลัง ทั้งสองทีมยังคงบุกใส่กันอย่างไม่หยุดยั้ง แต่ลาซิโอเริ่มออกอาการแผ่วลงไปเล็กน้อย จนในที่สุดพวกเขาก็เสียท่าให้กับมิลานด้วยการเสียลูกจุดโทษที่เป็นความผิดพลาดของ มาเคเกียนี่ ที่ไปรวบ จอร์จ เวอาห์ ล้มลงในเขตโทษ และผู้ที่สังหารจุดโทษก็คือ เชฟเชนโก้ และไม่พลาด ทำให้สถานการณ์กลับมาเสมอกันอีกครั้ง และอีกไม่กี่นาทีต่อมากองหน้าชาวยูเครนรายนี้ก็กลับมายิงให้ทีมขึ้นนำเป็นครั้งแรกได้อีกด้วย ซึ่งประตูนั้นก็ช่วยจุดไฟให้ลาซิโอกลับมาเร่งเกมอีกครั้งเพื่อแย่ง 3 คะแนนจากมิลานมาให้ได้ และเป็นอีกครั้งที่ ซาลาส ทำประตูได้ในเกมนั้น จากการผ่านบอลตัดเข้าในของ เวรอน

สุดท้ายเกมแห่งศักดิ์ศรีในครั้งนั้นก็จบลงที่ 4-4 ซึ่งเป็นผลการแข่งที่ตรงกันข้ามกับภาพลักษณ์ของฟุตบอลอิตาลีที่ปกติจะเน้นแต่เกมรับในตอนนั้นอย่างมาก

 

หลังจากนั้นก็มีเหตุการณ์ที่ส่งผลให้ภาพลักษณ์ของปีกขวาตัวเก่งของสโมสรอย่าง เดยัน สแตนโควิช ต้องเสื่อมเสีย เพราะมีแฟนบอลกลุ่มหนึ่งพยายามนำเรื่องการเมืองเข้ามาหยอกล้อในสนาม โดยมีการแสดงป้ายขนาดใหญ่ในเกมที่ลาซิโอพบกับบารี่ โดยมีข้อความว่า “Onore Alla Tigre Arkan” แปลได้ประมาณว่า “สดุดีท่านเสืออาร์คาน” ซึ่งป้ายนั้นทำขึ้นเพื่อเป็นการฉลองการเสียชีวิตของ เซลโก้ ราซนาโตวิช อาชญกรชาวเซอร์เบียผู้ที่มีส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดสงครามที่ประเทศยูโกสลาเวีย

 



 

ไฮไลท์ท้ายฤดูกาลกับการไล่ตามจ่าฝูงถึง 9 แต้ม

อีกเกมหนึ่งที่เป็นไฮไลท์ของฤดูกาลนี้ก็คือ การต้องปะทะกับปาร์ม่า ในบ้านของตัวเอง ในเกมนั้น ซุปเปอร์สตาร์ของปาร์ม่าอย่าง ลิลิยง ตูราม, อุสมาน ดาโบ และ ซาลิอู ลาสซิสซี่ ถูกเหยียดผิวจนกลายเป็นข่าวครึกโครม ซึ่งในเหล่าบรรดาแฟนบอลขวางโลกพวกนั้นอาจมองเป็นเรื่องตลก แต่อันที่จริงแล้ว มันเป็นเรื่องที่น่าขยะแขยงสำหรับกลุ่มแฟนบอลส่วนใหญ่ ยิ่งไปกว่านั้นพฤติกรรมเช่นนี้ยังกระทบต่อภาพลักษณ์ของสโมสรที่บุคคลเหล่านั้นเชียร์อีกด้วย ซึ่งเหตุการณ์นั้นก็จบลงด้วยการที่ แครกนอตติ ประธานสโมสรจัดการลงโทษผู้ที่แสดงพฤติกรรมที่น่าขยะแขยงเหล่านั้นทันที

ลาซิโอ

ลาซิโอยังคงอยู่บนเส้นทางการคว้าแชมป์จนถึงช่วงท้ายฤดูกาล 1999-2000 แต่สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ในช่วงเดือนมีนาคม ปี 2000 พวกเขาพลาดท่าให้กับเวโรน่า และเป๋ยาวจนแต้มตามหลังยูเวนตุส ภายใต้การคุมทีมของ คาร์โล อันเชล็อตติ ณ ขณะนั้น ถึง 9 คะแนน ในขณะที่เหลือเกมการแข่งขันอีกเพียงแค่ 8 นัด และการที่จะแซงภายใน 8 เกมที่เหลือมันเป็นอะไรที่ยากมากในการที่จะกลับมาเป็นแชมป์สำหรับลูกทีมของ สเวน โกรัน อีริคสัน

 

อันเชล็อตติบทความที่เกี่ยวข้องกัน

คาร์โล อันเชล็อตติ “The Diva Whisperer” ทำไมนักเตะถึงรักกุนซือคิ้วโก่งผู้นี้

 

 

แต่แล้วในที่สุดพวกเขาก็กลับมาอยู่ในเส้นทางอีกครั้ง และต้องขอขอบคุณปีศาจแดงดำตนเดิม ผู้ที่เคยทำให้พลพรรคอินทรีย์ฟ้า-ขาวต้องชอกช้ำเมื่อฤดูกาลที่แล้ว เมื่อ อังเดร เชฟเชนโก้ อัดยูเว่ล่วงคาถิ่นซาน ซีโร่ จนมิลานสามารถคว้า 3 แต้มไปได้ ผนวกกับในสัปดาห์เดียวกันนั้นลาซิโอต้องลุยศึก “ดาร์บี้ เดลลา กาปิตาเล่” หรือกรุงโรมดาร์บี้แมตช์กับพญาหมาป่าโรม่า และสามารถคว้าชัยชนะไปได้อย่างสุดมันส์

 

ซึ่งในศึกดาร์บี้แห่งศักดิ์ศรีกับโรม่าแมตช์นี้จะไม่พูดถึงคงไม่ได้ เพราะในนัดที่สองของฤดูกาลที่เวียนบรรจบมาปะทะกันในเวลานี้ มีความสำคัญต่อแรงใจและผลต่อการคว้าแชมป์ของลาซิโอเป็นอย่างมาก หนำซ้ำเมื่อต้นฤดูกาลโรม่าเอาชนะไปได้ถึง 4-1 และนัดล้างแค้นนี้นั้น ลาซิโอก็สามารถกลับมาเอาชนะได้ด้วยแรงฮึดสู้จากการแพ้ทีมเวโรน่ามาในเกมก่อนหน้านี้ ทั้งที่ประตูแรกในเกมเกิดจากการขึ้นนำของโรม่าโดย วิเชนโซ่ มอนเตล่า อย่างรวดเร็วในนาทีที่ 3 ซึ่งนักเตะรายนี้แฟนๆ ได้ตั้งข้อสังเกตุว่า เป็นกองหน้าที่ลาซิโอแพ้ทางอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากกองหน้าจรวดทางเรียบรายนี้ก็เป็นผู้เบิกสองประตูในเลกแรกที่เจอกัน

ลาซิโอ

แต่ลาซิโอก็สามารถกลับมาตีเสมอได้ภายในครึ่งแรก จากการโถมบุกอย่างหนัก และเป็น พาเวล เน็ดเว็ด ที่เป็นผู้ยิงประตูตีเสมอ หลังจากที่เค้าถูกทำฟาล์วในเขตโทษ แต่ผู้ตัดสินปฏิเสธไม่ให้เป็นเป็นลูกจุดโทษอย่างค้านสายตา ไม่กี่นาทีต่อมา เวรอน ก็ยิงประตูขึ้นนำด้วยลูกฟรีคิกอันสวยงาม ถือว่าเป็นชัยชนะที่สะใจเอามากๆ เพราะลาซิโอใช้เวลาเพียงแค่ไม่กี่นาทีในการแซงขึ้นนำ

เกมนั้น แบ็คขวาชาวบราซิลอย่าง คาฟู เล่นได้แย่มาก จนถูกเปลี่ยนตัวกับ แวงซอง กองเดล่า แต่ทั้งนี้ต้องมอบเครดิตให้กับฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมของ เซอร์จิโอ คอนไซเซา ที่เผาเครื่องกัปตันทีมชาติบราซิลเสียจนราบคราบ ส่วนเกมในแดนกลาง มาร์โก เดลเวคคิโอ้ และ ฟรานเชสโก้ ต๊อตติ ก็ถูก แมทเธียส อัลเมย์ด้า เก็บใส่กระเป๋าทั้ง 2 คน จนเป็นเหตุให้ในเกมนี้ มาร์เคเกียนี่ ไม่ต้องรับบทหนักเท่าไหร่นัก และการที่ลาซิโอสามารถรับมือกับโรม่าในครึ่งแรกได้อย่างอยู่หมัด จึงทำให้ในครึ่งหลังพวกเขาแทบไม่ต้องทำอะไรมากนัก เพียงแค่ประคองเกมให้จบด้วยการเป็นผู้ชนะไปเท่านั้น ซึ่งชัยชนะในครั้งนั้นส่งผลให้ลาซิโอลดแต้มห่างจากยูเว่ลงถึง 6 คะแนน

 

สัปดาห์ต่อๆ มา ลาซิโอมีโอกาสขึ้นนำเป็นจ่าฝูงทันทีเนื่องจากพวกเขาได้โคจรมาเจอกับยูเวนตุสเพื่อตัดสินความเป็นอยู่ในเส้นทางการคว้าแชมป์ และแล้ว อีริคสัน กับ อันเชล็อตติ ก็ได้มาเจอกันในศึกนี้ที่สนาม สตาดิโอ เดลเล อัลปิ สนามเหย้าของทีมม้าลาย และแน่นอนว่าบรรยากาศในวันนั้นไม่เป็นใจเอาซะเลย เพราะว่ามันไม่ใช่ถิ่นของนกอินทรีย์ แต่หารู้ไม่ว่าเกมในวันนั้นกลับเป็นของลาซิโอโดยสิ้นเชิง โดยตัวรุกอย่าง ซีเนอดีน ซีดาน, เอ็ดการ์ ดาวิดส์ และ อเล็กซานโดร เดลปิเอโร่ ไม่สามารถทำอะไรแผงหลังของลาซิโอได้เลย กลับกัน ชิโร เฟอร์เรร่า ของยูเว่กลับเสียท่าโดนใบแดงถูกไล่ออกจากสนามไป ก่อนที่ ซิเมโอเน่ จะสังหารประตูที่สำคัญที่สุดในฤดูกาลนั้นด้วยลูกโหม่ง ซึ่งเป็นประตูเดียวของเกม

ลาซิโอ

เกมต่อมา ทั้ง 2 ทีมสามารถกำชัยชนะได้ทั้งคู่ แต่ลาซิโอดันมาพลาดท่าก่อนในเกมที่เจอกับฟิออเรนติน่า ซึ่งสิ่งที่ทำให้แฟนบอลลาซิโอต้องช๊อคก็คือ การยิงลูกฟรีคิกตีเสมอเป็น 3-3 ของ การเบรียล บาติสตูต้า แต่แล้วโชคชะตาก็กลับมาเข้าข้างลาซิโออีกครั้ง เมื่อยูเวนตุสทำแต้มหลุดมือไปในช่วงโค้งสุดท้าย แต่ในขณะที่ลาซิโอไม่พลาดเลยแม้แต่เกมเดียวหลังจากเจอกับฟิออเรนติน่า ซึ่งการสะดุดในช่วงก่อนถึงเส้นชัยของยูเวนตุสส่งผลให้ลาซิโอฟื้นจากความตายอีกครั้ง กับความหวังในการคว้าสคูเด็ตโต้

 

ลุ้นแชมป์จนถึงเกมสุดท้ายอีกฤดูกาล 

ก่อนที่ยูเวนตุสจะแข่งอีก 3 เกมที่เหลือ พวกเขามีคะแนนนำถึง 5 คะแนน ซึ่งถ้าคำนวณโดยใช้หลักความเป็นไปได้ ทีมม้าลายแทบจะขึ้นไปนั่งบนบัลลังแชมป์เป็นที่แน่นอนแล้ว เนื่องจากฟอร์มการเล่นสุดหรู และไม่มีเหตุผลที่ยูเวนตุสจะพลาดไม่ว่าจะด้วยประการใดๆ ทั้งนี้ทั้งนั้น ถ้าหากดูบันทึกประวัติศาสตร์การเป็นแชมป์กัลโช่ เซเรีย อา ใช่แล้ว พวกเขาเคยเป็นแชมป์มาถึง 25 ครั้ง ส่วนลาซิโอเคยเป็นแค่ครั้งเดียวเท่านั้น! ครั้งเดียว!!!

ลาซิโอ

ราคาต่อรองในตลาดพนันตอนนั้นล้วนชี้ไปที่ทัพม้าลายแทบจะทั้งหมด แต่แล้วสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นในฤดูกาลนั้น ยูเวนตุสพ่ายให้กับเวโรน่าในถิ่น เบนเทโกดี้ ไป 2-0 อย่างน่าเหลือเชื่อ และนั่นเป็นผลการแข่งที่ทำให้ลาซิโอกลับมามีลุ้นอีกครั้ง “มันเป็นทั้งโอกาสในการลุ้นแชมป์ และเป็นโอกาสที่ แครกนอตติ จะอกหักจากการพลาดแชมป์เป็นครั้งที่ 2 ไปพร้อมๆ กัน”

 



 

และแล้วลาซิโอก็ต้องมาทรมานกับการลุ้นแชมป์จนถึงเกมสุดท้ายอีกฤดูกาล เมื่อยูเวนตุสเอาชนะปาร์ม่า 1-0 ได้ในบ้านของตัวเอง ซึ่งแม้ว่าตอนท้ายเกม ฟาบิโอ คันนาวาโร่ จะสามารถจบสกอร์โดยการขึ้นโหม่งได้ แต่ผู้ตัดสินที่ชื่อว่า มัสซิโม เดอ ซานติส กลับไม่อนุญาตให้ลูกนั้นเป็นประตู โดยอ้างเหตุผลว่า ผู้ตัดสินมีคำตัดสินที่ไม่ตรงกัน และมันเป็นเรื่องไม่ถูกต้องถ้าให้ลูกนั้นเป็นประตู ซึ่งคำตัดสินดังกล่าวก็ไม่ได้ถือว่าเป็นเรื่องแปลกใหม่สำหรับฟุตบอลอิตาลี หรือยูเวนตุส แต่หากมองย้อนกลับไปในตอนนั้น เรื่องนี้อาจเป็นหนึ่งในเรื่องที่สโมสรยูเวนตุสได้ทำการทุจริตโดยการซื้อกรรมการก็เป็นได้

ซึ่งถ้านี่เป็นหนึ่งในผลงานของ ลูเซียโน่ มอกกี้ อดีตผู้จัดการทั่วไปของยูเวนตุสจริง นั่นถือว่าเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของ มอกกี้ เลยทีเดียว หากยูเวนตุสได้แชมป์ในฤดูกาลนั้น และถ้า มอกกี้ ไม่ได้ถูกจับในปี 2006 แต่เป็นก่อนหน้าที่เกมนี้จะเกิดขึ้น ก็อาจเป็นไปได้ว่า ประตูของ คันนาวาโร่ อาจเป็นประตูที่ช่วยให้ปาร์ม่ามีโอกาสพลิกกลับมาชนะยูเวนตุสก็เป็นได้

 

ทางฝั่ง แครกนอตติ ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจกับเหตุการณ์ครั้งนั้น โดยเขาได้ประท้วงว่า “ฟุตบอลของพวกเราจะต้องถูกบูรณาการขึ้นมาใหม่ทั้งหมด เพื่อความถูกต้อง พวกคุณทุกคนก็คงเห็นกับตาแล้วว่า มีอะไรเกิดขึ้นที่ตูริน แต่มันกลับไม่มีใครให้คำอธิบายใดๆ ในเหตุการณ์นั้นได้ ผมไม่รู้ว่าทำไมกรรมการถึงตัดสินเช่นนั้น ลาซิโอควรจะได้แชมป์นับตั้งแต่เกมนั้นจบลง ทั้งในด้านศีลธรรม และในด้านฟุตบอล”

และเรื่องราวในครั้งนั้นก็ถูกนำมาเป็นเรื่องโต้เถียงพักใหญ่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ความหวังในการคว้าแชมป์ของลาซิโอก็กลายเป็นจริง เมื่อยูเวนตุสพ่ายให้กับทีมเปรูจาในเกมสุดท้าย นั่นเท่ากับว่า แฟนบอลของลาซิโอไม่ต้องมาทรมานกับการลุ้นใดๆ อีกต่อไปแล้ว และทัพอินทรีย์ก็สามารถคว้าชัยกลับออกมาได้เช่นกัน บางคนที่อยู่ในหน้าเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ครั้งนั้น ยังคงจำเสียงประกาศในสนามว่าเปรูจาเป็นฝ่ายชนะยูเวนตุสได้เป็นอย่างดี เฉกเช่นเดียวกับเสียงประกาศว่ามิลานเป็นฝ่ายชนะในปีก่อนหน้านั้น และเช่นเดียวกัน เปรูจารอดจากการตกชั้นหลังจากจบเกม

 

ไม่มีการอกหักเป็นครั้งที่ 2 สำหรับ แครกนอตติ ส่วน สเวน โกรัน อีริคสัน กับเหล่าบรรดาโคตรทีมของเขาก็ได้เวลาฉลองร่วมกันเสียที บนอัฒจรรย์และในสนามเต็มไปด้วยสีฟ้าขาว ความสุขล้นปรี่ของวันสุดสัปดาห์

ลาซิโอ

เกมสุดท้าย การขึ้นนำเรจจิน่าถึง 3-0 ของลาซิโอ ทำให้แฟนบอลหันไปสนใจเกมที่ สตาดิโอ เรนาโต้ คูรี่ ในทันที และพวกเขาต่างสวดภาวนาว่าขอไม่ให้เหตุการณ์เดิมกลับมาย้อนรอยอีกเลย แต่เนื่องจากที่นั่นมีฝนตกหนักทำให้เกมของยูเวนตุส และเปรูจาถูกเลื่อนออกไป 80 นาที และเกมก็ได้เริ่มขึ้น และในช่วงต้นของครึ่งหลังเปรูจาก็สามารถทำประตูได้ โดยประตูนั้นเกิดจากการเคลียบอลพลาดของยูเวนตุส ภาพจำติดตาแฟนบอลยูเว่ คือการที่บอลไปตกบนตัวของ อเลสซานโดร คาโลรี่ กองหลังวัย 33 ปี บรรจงพักบอลด้วยอก-เข่า ก่อนยิงลูกวอลเล่เข้าไปตุงตาข่ายล่างซ้ายอย่างสวยงาม หลังจากถูกขึ้นนำยูเวนตุสเองก็พยายามอยู่ไม่น้อย แต่ก็ไม่เป็นผลสำเร็จ และสิ่งที่ไม่มีใครคาดฝันก็เกิดขึ้น ถ้วยสคูเด็ตโต้ตกไปอยู่ในมือของลาซิโอจนได้

 

ถือว่าเป็นฉากจบฤดูกาลที่น่าจดจำทีเดียว สำหรับอุปสรรคต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาให้ลาซิโอได้พิสูจน์ แฟนบอลลาซิโอต่างระเบิดอารมณ์อยู่รอบๆ สนามหลังจากเก็บมันไว้เป็นเวลานานถึง 12 เดือน การรอคอยการกลับมาเป็นแชมป์ที่ยาวนานเกือบ 3 ทศวรรษได้สิ้นสุดลงแล้ว และเหนือสิ่งอื่นใด รอยยิ้มของ อีริคสัน ก็ผุดขึ้นมาบนใบหน้า ทำให้หลายๆ คนได้เห็นแก้มของเขาในแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

ในฤดูกาลนั้น ลาซิโอยังสามารถคว้าแชมป์โคปปา อิตาเลีย ได้อีกด้วย ซึ่งทำให้ฤดูกาลนั้นเป็นฤดูกาลแรก และฤดูกาลสุดท้ายที่ลาซิโอได้ดับเบิ้ลแชมป์ในประเทศ แต่หลังจากนั้นไม่นานทีมของ แครกนอตติ ก็แตกสลาย เนื่องจาก อีริคสัน ตัดสินใจที่จะไปคุมทีมชาติอังกฤษ โดยได้จากไปในปี 2001 ส่วน เนสต้า ย้ายไปอยู่กับเอซี มิลาน เวรอน ย้ายออกไปยังถิ่นที่เขาประสบกับความเลวร้าย แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ เน็ดเว็ด ไปอยู่กับยูเวนตุส ไม่ว่าจะเกิดจากการถึงจุดพีคของทีม หรือทีมอื่นเข้ามาฉกฉวยเอานักเตะออกจากทีมไปก็ตาม จึงทำให้โคตรทีมสุดอหังการชุดแชมป์ของลาซิโอมีนักเตะชื่อดังเหลือในทีมเพียง 2 คนเท่านั้น ได้แก่ ซิเมโอเน่ และ ซาลาส

จากนั้นเรื่อยมาจนปัจจุบัน การคว้าแชมป์ในเกมสุดท้ายของฤดูกาลก็ไม่เคยเกิดขึ้นอีกเลย ซึ่งในฐานะทีมเล็กๆ อย่างลาซิโอ การก้าวขึ้นไปคว้าแชมป์กัลโช่ เซเรีย อา ลีกสูงสุดของประเทศ มันเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่มากๆ ในขณะเดียวกันถ้าได้เป็นทีมลุ้นแชมป์จนถึงเกมสุดท้าย แต่กลับไม่ได้แชมป์ดั่งที่คาดหวังไว้ก็รู้สึกเจ็บปวดไม่น้อยเช่นเดียวกัน…นกอินทรีย์สีฟ้าขาวตัวนี้เคยผ่านมาหมดแล้ว

 

ที่มา: https://www.theguardian.com/football/these-football-times/2015/mar/30/sven-goran-eriksson-lazio-serie-a-1999-2000-mancini-milan

 


iReallyLikeFootball.com เว็บไซต์ คอลัมน์ฟุตบอล บทความฟุตบอล ข่าวฟุตบอล สร้างสรรค์ผลงานจากความตั้งใจ โดยกลุ่มคนที่รักและชอบฟุตบอลเป็นชีวิตจิตใจ

“Football can make a friend, can make a life”

::::: ต้องการติดต่อสอบถามหรือขอลงโฆษณา :::::

แอด LINE : @803toskz หรือคลิกลิงค์นี้ http://nav.cx/omAqg0Q
Facebook : http://www.facebook.com/ireallylikefootball
Email : ireallylikefootball@gmail.com
หรือติดต่อเราได้ที่ http://www.ireallylikefootball.com/contact

แสดงความคิดเห็น