8 สิงหาคม 2019 ภายหลังที่อินเตอร์ มิลาน ประกาศแต่งตั้ง อันโตนิโอ คอนเต้ เป็นกุนซือ เขาก็ได้จัดทัพโดยการอาสาลับคมความทื่อต่อจากแมนยูฯ ด้วยการเช็คบิล โรเมลู ลูกากู มาเสริมแนวหน้า

ถึก ทื่อ โง่ ช้า จนบรรดาเร้ดอาร์มี่ร้องยี๋ และกล่าวขอบคุณ คอนเต้ ที่อุตส่าห์รับซื้อเจ้าอ้วนดำคนนี้ไป

อินเตอร์ มิลานแต่สงสัยว่าทุกวันนี้ คงต้องเป็น คอนเต้ มากกว่าที่ต้องขอบคุณชาวเร้ด อาร์มี่และแมนยูฯ เพราะ ลูกากู ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม เขาซัดให้อินเตอร์ไป 6 ประตู ของ 9 นัดแรกในเกมลีก พาตัวเองเป็นรองดาวซัลโวพร้อมกับผลงานของทีมที่อยู่อันดับ 2 ตามจ่าฝูงยูเว่ฯ เพียงแค่คะแนนเดียว

ส่วนผลงานในทีมชาติ ก็ตีตั๋วพาเบลเยี่ยมเข้ารอบยูโร 2020 ไปรอทีมอื่นๆ เรียบร้อย อดีตเจ้าอ้วนดำคนนั้นของชาวเร้ด อาร์มี่ เหมาไป 6 ประตู จากการลงเล่นแค่ 4 นัด

ล่าสุดยังคงร้อนแรงต่อเนื่องด้วยการยิงตีเสมอให้ทีมไม่แพ้ปาร์ม่าในบ้าน ของลีกกัลโช่ฯ นัดล่าสุด

 

โรเมลู ลูกากู เคยให้สัมภาษณ์กับ ESPN ว่า “โรนัลโด้คือสิ่งที่ผมต้องการจะเป็นให้ได้” และด้วยผลงานที่เกิดขึ้นในช่วงต้นฤดูกาลนี้ อาจเป็นไปได้ที่เขาจะสร้างปรากฏการณ์แบบเดียวกับที่ โรนัลโด้ นาซาริโน่ เคยสร้างเอาไว้

ไม่แปลกเลยที่ ลูกากู จะเอ่ยถึงอดีตกองหน้าระดับโลกของทีม และยังเป็นกองหน้าเบอร์หนึ่งของโลกจนถึงทุกวันนี้อย่าง โรนัลโด้

ในอดีตอินเตอร์ มิลาน มีกองหน้าระดับพระกาฬมากมาย ย้ายเข้ามาเพื่อหวังคว้าถ้วยแชมป์และความสำเร็จ

 



 

แต่ปัจจุบันกระแสของทีม และความนิยมในลีกกัลโช่ฯ ที่ซบเซาไปร่วมสิบปี อินเตอร์ มิลานจึงอาจไม่ใช่ทีมที่ซุปเปอร์ สตาร์เหล่านั้นจะเข้ามาเหมือนอย่างอดีต แต่อาจเป็นทีมที่ผลิตซุปเปอร์ สตาร์หรือกองหน้าระดับโลกออกไปก็เป็นได้

เอ๊ะ!…หรือว่า ลูกากู จะเป็นหนึ่งในโมเดลนี้ ?!

งั้นลองไปดูกันหน่อยว่าผลงานและชื่อเสียงของเหล่าอดีตศูนย์หน้ารุ่นพี่ในอินเตอร์ มิลาน ที่แต่ละคนนั้นสุดแสนจะจัดจ้านสะท้านโลก พูดชื่อมายังไงก็ต้องรู้จัก จะพอฟัดพอเหวี่ยงนำพาให้อดีตเจ้าอ้วนดำ สามารถไต่เต้าไปเป็นอย่างเหล่าตำนานได้หรือไม่ ?!

 

เฮอร์นัน เครสโป (Hernán Crespo)

อินเตอร์ มิลาน

แม้ว่าชายผู้นี้จะประสบความล้มเหลวในช่วงแรกจองการค้าแข้งกับ อินเตอร์ มิลาน เนื่องจากเจ้าตัวต้องเผชิญกับปัญหาอาการบาดเจ็บนานถึง 4 เดือน และทำให้เขาต้องย้ายทีมออกไป โดยฝากผลงานไว้ 7 ประตูในลีก และอีก 9 ประตูในถ้วยยุโรป ซึ่งก็ถือว่ายอดเยี่ยมทีเดียวเมื่อดูจากจำนวนเกมที่ เครสโป ลงเล่น สุดท้ายปี 2006 เครสโปก็ได้กลับมาที่รังงูใหญ่อีกครั้ง เมื่อเขาทำผลงานได้เป็นที่น่าจับตามองตอนอยู่กับเอซี มิลาน และก็ไม่ทำให้แฟนๆ ผิดหวัง เครสโป ช่วยให้อินเตอร์ มิลาน คว้าแชมป์ซุปเปอร์โคปปา อิตาเลีย ถึง 2 ครั้ง และที่ตราตรึงใจแฟนบอลสุดๆ คือการทำแฮตทริกใส่ ลาซิโอ้ พาทีมก้าวขึ้นไปคว้าถ้วยสคูเดตโต้ สำเร็จ คงเป็นหนึ่งในวีรกรรมของชายผู้นี้ที่แฟนงูใหญ่ไม่มีวันลืม

 

ฮูลิโอ ครูซ (Julio Cruz)

อินเตอร์ มิลาน

กองหน้าตัวเป้าที่ฝากผลงานไว้กับไอ้งูใหญ่ นานถึง 6 ปี โดยในระหว่างนั้นเขาช่วยทีมคว้าแชมป์อย่างมากมาย แม้ว่าบ่อยครั้งที่เขาไม่ได้ลงเล่นเป็น 11 ตัวจริง แต่ผลงานการทำประตูได้อย่างต่อเนื่อง นั่นทำให้เขาถือว่าเป็นตัวสำรองที่ไว้ใจได้ และในฤดูกาล 2005–06 ครูซ ได้ก้าวขึ้นมาเป็นดาวซัลโวของทีมในฤดูกาลนั้น ด้วยสกอร์รวม 21 ประตู เป็นการสังหารในลีกไป 15 ประตู ทำให้เขาได้ต่อสัญญากับทีมยาวไปจนถึงปี 2009 และเมื่อพูดถึงซุปเปอร์ซัพของอินเตอร์ มิลาน ฮูลิโอ ครูซ คือหนึ่งในนั้น

 

อาเดรียโน่ (Adriano)

อินเตอร์ มิลาน

ชายร่างใหญ่ผู้ที่เข้ามาเป็นตัวตายตัวแทนของ โรนัลโด้ นาซาริโน่ ทั้งในสโมสรและทีมชาติ ซึ่งเขาก็ทำได้สำเร็จ ฝีเท้าของ อาเดรียโน่ ขึ้นมาถึงจุดพีคเมื่อได้ลงเล่นคู่กับ สลาตัน อิบราฮิโมวิช ด้วยความแข็งแกร่งทางร่างกาย ความเร็วและเทคนิคอันยอดเยี่ยม ทำให้เขาถูกยกย่องจาก ฮาเวียร์ ซาเนตติว่า ว่าเป็นร่างผสมระหว่าง โรนัลโด้ กับ สลาตัน และได้ทำนายว่าเขาจะกลายเป็นนักเตะที่ดีที่สุดตลอดกาล แต่แล้ว อาเดรียโน่ ก็ก้าวไปไม่ถึงจุดนั้น เมื่อเขาพบกับข่าวร้ายว่าพ่อของตนได้เสียชีวิต จนเป็นเหตุให้เขาไม่สามารถโฟกัสในเรื่องฟุตบอลได้ แต่ผลงานที่เขาสร้างไว้จนถูกขนานนามว่า “จักรพรรดิ” พรสวรรค์ที่แม้แต่ สลาตัน อิบราฮิโมวิช ยังอิจฉา

 

ซามูเอล เอโต้  (Samuel Eto’o)
 



 
อินเตอร์ มิลาน

เอโต้ ย้ายมาในถิ่นซาน ซีโร่ในฐานะผู้เล่นที่แลกเปลี่ยนกับ สลาตัน อิบราฮิโมวิช สลับขั้วย้ายไปยังบาร์เซโลน่า เขาคือตัวแปรสำคัญที่ช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกในปี 2010 และเขาก็ทำผลงานในลีกได้โดดเด่นขึ้นในฤดูกาล 2010-11 จนทำให้ เอโต้ สร้างสถิติกลายเป็นนักเตะที่ทำประตูสูงสุดต่อฤดูกาลของอินเตอร์ มิลาน ได้สำเร็จ เรียกได้ว่า การแลกเปลี่ยนครั้งนี้ค่อนข้างคุ้มค่ากับไอ้งูใหญ่อย่างมาก แต่น่าเสียดาย ในขณะที่กำลังไปได้สวยกับอินเตอร์ มิลาน เอโต้ ได้ตัดสินใจย้ายออกจากทีมไปค้าแข้งที่รัสเซีย ไม่อย่างนั้น เขาอาจสร้างสถิติการยิงประตูได้เป็นประวัติศาสตร์ของสโมรสรไปอีกยาวนานแน่นอน

 

ดีเอโก้ มิลิโต้ (Diego Milito)

อินเตอร์ มิลาน

ในสมัยหนึ่ง มิลิโต้ คือกองหน้าที่สำคัญที่สุดในทีม ภายใต้การคุมทีมของ โจเซ่ มูริญโย่ เขาสามารถระเบิดฟอร์มอันน่าสะพรึงได้ตั้งแต่ฤดูกาลแรกที่ย้ายมา และพาอินเตอร์ มิลาน คว้าทริปเปิ้ลแชมป์ ในปี 2010 แม้ว่าจะไม่มีความสามารถพิเศษอย่าง เอโต้ แต่จุดเด่นของเขาคือความแม่นยำในการทำประตูเมื่ออยู่ในกรอบเขตโทษ ด้วยร่างกายที่แข็งแกร่งเหมือน จอห์น แรมโบ้ ตัวละครในหนังที่หน้าตาคล้ายกัน จึงทำให้เขาประสบปัญหาบาดเจ็บบ่อยครั้ง แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ชื่อของ ดิเอโก้ มิลิโต้ ก็ได้อยู่ในประวัติศาสตร์ของทีมเนรัซซูรี่ ในฐานะหนึ่งในกองหน้าที่คมที่สุด

 

มาโร อิคาร์ดี้ (Mauro Icardi)

อินเตอร์ มิลาน

แม้ว่าชายผู้นี้จะยังไม่เคยถือถ้วยใดๆ กับอินเตอร์ มิลาน แต่บอกได้เลยถ้าไม่มี อิคาร์ดี้ อินเตอร์ มิลาน จะยิ่งดำดิ่งลงไปกว่านี้ ก่อนย้ายมาซบถิ่นซาน ซีโร่ เมื่อสมัยที่เขายังอยู่กับซามพ์โดเรีย อิคาร์ดี้ได้รับข้อเสนอจากทีมอื่นมากมาย แต่สิ่งที่เขาตอบในการสัมภาษณ์คือ “ผมต้องการเล่นให้แค่อินเตอร์เท่านั้น” เป็นเวลากว่า 6 ฤดูกาล หลังจากเขาพูดคำนั้นออกมา ด้วยการเคลื่อนที่อันชาญฉลาดของ อิคาร์ดี้ เขาช่วยปลดล๊อคประตูสำคัญๆ ให้กับทัพงูใหญ่หลายต่อหลายครั้ง จนทำให้ จอร์โจ้ คิเอลินี่ ยกย่องว่า อิคาร์ดี้ คือกองหน้าที่รับมือยากที่สุดที่เคยเจอมา โดยการรับมือกับชายคนนี้จะต้องมีความอดทน และรักษาสมาธิตลอดเวลา หรือแม้แต่ เปาโล รอสซี่ ยังยกย่องในเรื่องความสุดแสนจะอันตรายในกรอบเขตโทษ และจากผลงานความเฉียบคมในระดับนี้ เรียกได้ว่าเขาอาจก้าวข้าม บาติสตูต้า และเอโต้ สองไอดอลในวัยเด็กของเขาไปแล้วก็ได้ น่าเสียดายที่เขาค้าแข้งอยู่ในช่วงขาลงของอินเตอร์ มิลาน

 

ซลาตัน อิบราฮิโมวิช (Zlatan Ibrahimovic)

อินเตอร์ มิลาน

“พระเจ้า” แม้ว่าเขาจะตั้งฉายานั้นขึ้นมาเอง แต่ผลงานของเขาก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาคือ “พระเจ้า” จริงๆ การมาร่วมทัพงูใหญ่ อินเตอร์ มิลาน เรียกได้ว่าเป็นเวทีแจ้งเกิดอย่างเต็มตัวของ สลาตัน หลังจากที่ล้มเหลวไม่เป็นท่ากับยูเว่ฯ เพราะบนเวทีเนรัซซูรี่ เขาได้จับคู่กับกองหน้าสุดแกร่งอย่าง อาเดรียโน่ ความแข็งแกร่งของ อาเดรียโน่ ช่วยให้เขาระเบิดฟอร์มออกมาอย่างเต็มที่ และ อิบราฮิโมวิช ก็ได้ก้าวขึ้นเป็นดาวซัลโวสำเร็จในฤดูกาล 2008-09 จากการสังหารถึง 25 ประตู โดยตลอด 3 ฤดูกาลที่เขาอยู่ คือ 3 ฤดูกาลประวัติศาสตร์ที่อินเตอร์ มิลาน ได้แชมป์ลีก 3 สมัยติด และนั่นก็คือจุดเริ่มต้นของการเป็น “พระเจ้า” ของ ซลาตัน

 

คริสเตียน วิเอรี่ (Christian Vieri)

อินเตอร์ มิลาน

“โบโบ้” คริสเตียน วิเอรี่ เรียกได้ว่าเป็นกองหน้าที่ดีที่สุดของอิตาลีเลยก็ว่าได้ อย่างน้อยก็ในยุคของเขา ถึงแม้ว่าเขาจะเคยประสบกับการบาดเจ็บบ่อยครั้ง แต่ “โบโบ้” ก็ยังคงฟอร์มการเล่นที่ดีไว้ได้เสมอ ในสมัยของ เฮคเตอร์ คูเปร์ ตำแหน่งกองหน้าของอินเตอร์ มิลาน มีการแข่งขันกันอย่างมาก ซึ่งนั่นก็เป็นแรงผลักดันให้ วิเอรี่ ระเบิดฟอร์มจนกลายเป็นดาวซัลโวของลีกได้สำเร็จในฤดูกาล 2002-03 “เอล โตโร่” นอกจากจะมีพละกำลังมหาศาลแล้ว ความคล่องตัวของเขาก็ยังเป็นจุดเด่นที่ช่วยให้เขากลายเป็นกองหน้าที่ยิงประตูดุที่สุด และมีสถิติการทำประตูด้วยลูกโหม่งมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของลีกอิตาลี ซึ่งเรียกได้ว่าสุดแสนจะครบเครื่อง ทำให้เขาถูกยกย่องในหลายต่อหลายครั้งว่าเป็นกองหน้าที่ดีที่สุดของอิตาลี และอินเตอร์ มิลาน

 

โรนัลโด้ (Ronaldo Nazario)

อินเตอร์ มิลาน
 



 
กองหน้าอันดับหนึ่งของโลกอย่างแท้จริง ไม่ว่าใครจะถามถึง เปเล่ มาราโดน่า คริสเตียนโน่ โรนัลโด้ หรือ เมสซี่ ยังไงโลกนี้ก็เทคะแนนให้ โล้นทองคำ โรนัลโด้ อย่างไม่ต้องสงสัย โชคดีของอินเตอร์ มิลาน ที่หมอนี่มีปัญหากับบาซ่าในการเจรจาสัญญา จึงทำให้อินเตอร์ มิลาน คว้าตัวมาร่วมทีมได้ ด้วยการซื้อตัวที่เป็นสถิติโลกในครั้งนั้น แม้ว่าในช่วงแรก โรนัลโด้ อาจยังต้องปรับตัวกับบอลอิตาลี แต่เขากลับจบฤดูกาลแรกด้วยการยิงถึง 25 ประตู จากนั้น โรนัลโด้ พัฒนาตัวเองขึ้นอย่างรวดเร็วจนก้าวขึ้นไปเป็นคู่แข่งกับ บาติสตูต้า ในเวลาไม่นาน ซึ่งในยุคนั้นเรียกได้ว่าเหมือนกับการเปรียบเทียบฝีเท้ากันระหว่าง คริสเตียนโน่ โรนัลโด้ และ ลีโอเนล เมสซี่ ของยุคนี้เลยก็ว่าได้ นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ใครต่างก็เรียกเขาว่า “The Phenomenon” ที่แปลว่า ปรากฏการณ์ แต่หลังจากที่เขากำลังไปได้สวยใน 2 ฤดูกาลแรกกับทะพงูใหญ่ โรนัลโด้ กลับประสบปัญหาที่หัวเข่าจนต้องทำการผ่าตัดและรักษาตัวเป็นเวลานาน อินเตอร์ มิลาน จึงเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดและแย่ที่สุดสำหรับเขา โดย ร๊อบ สมิธ ของ เดอะ การ์เดี้ยน เคยกล่าวไว้ว่า “หากเขาไม่เกิดปัญหาที่หัวเข่า เขาคงเป็นนักเตะที่เก่งที่สุดในประวัติศาสตร์ไปแล้ว ด้วยความเร็ว ความแข็งแกร่ง และทักษะที่มี หากปราศจากการบาดเจ็บ เขาคงประสบความสำเร็จมากกว่านี้อย่างแน่นอน” น่าเสียดายที่เขาโชคร้ายกับถิ่นเนรัซซูรี่ ไม่เช่นนั้น สถิติต่างๆ ในตอนนี้ของเขาคงอยู่เหนือ คริสเตียนโน่ โรนัลโด้ และ เมสซี่ แล้วอย่างแน่นอน

 

และทั้งหมดนี้คือกองหน้าระดับพระกาฬของไอ้งูใหญ่ อินเตอร์ มิลาน ในช่วง 10-20 ปีที่ผ่านมา เหล่ากองหน้าซุปเปอร์สตาร์ระดับโลกที่ใครๆ ต่างยอมรับ และแน่นอนว่า ในปีนี้แฟนๆ ก็ตั้งความหวังกับกองหน้าคนปัจจุบันที่กำลังร้อนแรงอย่าง โรเมลู ลูกากู ว่าจะสามารถพัฒนาฝีเท้า ไต่เต้าพาตัวเองให้มีชื่อเสียงและสร้างผลงานได้อย่างอดีตกองหน้ารุ่นพี่หรือไม่ ซึ่งปัจจุบันกำลังไปได้สวยทีเดียว เรามาคอยลุ้นกัน !!!

เด็กผีไม่ต้องเสียดาย…

::credit::
https://ronaldo.com/football-news
https://bleacherreport.com

 


iReallyLikeFootball.com เว็บไซต์ คอลัมน์ฟุตบอล บทความฟุตบอล ข่าวฟุตบอล สร้างสรรค์ผลงานจากความตั้งใจ โดยกลุ่มคนที่รักและชอบฟุตบอลเป็นชีวิตจิตใจ

“Football can make a friend, can make a life”

หากต้องการติดต่อสอบถามหรือขอลงโฆษณา email มาที่ ireallylikefootball@gmail.com
หรือติดต่อเราได้ที่ http://www.ireallylikefootball.com/contact

แสดงความคิดเห็น