“ก้าวแรกที่เขาเข้ามาร่วมทีมโมลด์ ผมไม่คิดเลยว่าเขาจะก้าวขึ้นมามีชื่อเสียงในระดับโลกได้”
นั่นคือคำให้สัมภาษณ์ของ รูเบน กาเบรียลเซ่น เมื่อเขาถูกถามถึงครั้งแรกที่เจอกับอดีตเพื่อนร่วมทีมที่ชื่อว่า เออร์ลิ่ง เบราท์ ฮาแลนด์ นักเตะดาวรุ่งผู้ที่กำลังก้าวขึ้นมาเป็นซุปเปอร์สตาร์แทนที่ของ มาร์ติน โอเดการ์ด ในทีมชาตินอร์เวย์

เออร์ลิ่ง เบราท์ ฮาแลนด์

นอกจากนี้ รูเบนยังกล่าวต่ออีกว่า “เขาพัฒนาตัวขึ้นมาได้รวดเร็วอย่างที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน และหลังจากนั้นความเก่งของเขาก็ไม่เคยลดลงเลย เขาแข็งแกร่งกว่าบุคลิกภายนอกที่ทุกคนเห็นและมีความเร็วในระดับที่คาดไม่ถึง เขาคือปีศาจ”

 

เด็กในวัย 19 ปีที่ต้องจากบ้านเกิดไปค้าแข้งในต่างประเทศ แถมยังเปิดตัวกับสโมสรใหม่ด้วยถล่มประตูอย่างไร้ปราณี นั่นทำให้ดาวเตะจากสแกนดิเนเวียรายนี้สร้างความประหลาดใจในวงการฟุตบอลยุโรปอย่างมาก

 

เปิดตัวด้วยแฮตทริก

การทำแฮตทริกในแชมเปี้ยนส์ลีกได้ตั้งแต่เกมแรกที่ลงเล่นให้กับ เร้ด บูล ซัลส์บวร์ก ของเขา ทำให้แฟนบอลต่างนึกถึง เวย์น รูนี่ ตำนานของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่เคยทำแบบเดียวกันนี้ในปี 2004 และหลังจากนั้นเขาก็กลายเป็นซุปเปอร์สตาร์ที่ทั่วโลกจับตามอง

เออร์ลิ่ง เบราท์ ฮาแลนด์

ในเกมนั้น เพียงแค่ 2 นาทีที่เขาเหยียบลงไปบนผืนหญ้า ประตูแรกของเขาก็เกิดขึ้นจากการยิงไกลที่รุนแรง ต่อมาลูกที่ 2 ก็เกิดขึ้นในนาทีที่ 35  จากการจบสกอร์ด้วยเท้าซ้ายที่แม่นยำ และลูกที่ 3 ก็เกิดขึ้นจากการจบสกอร์ในกรอบเขตโทษเล็กๆ แต่ความยิ่งใหญ่ที่เกิดขึ้นนั้นสั่นสะเทือนไปทั้งทวีป ด้วยผลงานเพียงเท่านี้ก็พอที่จะพูดได้ว่า ชายคนนี้คือหนึ่งในกองหน้าที่มีความแม่นยำสูงระดับต้นๆ ของยุโรป

 

ผลงานในลีก

ส่วนผลงานในลีกออสเตรีย เออร์ลิ่ง เบราท์ ฮาแลนด์ ลงเล่นไปได้เพียง 10 เกม แต่สามารถทำประตูได้ถึง 17 ลูก ซึ่งในนั้นเป็นการทำแฮตทริกถึง 3 ครั้ง และเมื่อรวมกับแฮตทริกในเกมแชมเปี้ยนส์ลีกที่เจอกับเกงค์ รวมทั้งหมดคือ 4 ครั้ง นั่นทำให้เขากลายเป็นตัวความหวังของทีมไปในทันที ซลัทโก้ จูนูโซวิค เพื่อนร่วมทีมของเขาในซัลบวล์กได้ให้สัมภาษว่า “สถิติการทำประตูของเขามันน่าเหลือเชื่อ ผมดีใจมากที่เขาสามารถทำแฮตทริกได้ในวันนั้น (vs เกงค์) เพราะก่อนหน้านั้นแฟนบอลต่างสบประมาทว่า เขาจะทำประตูได้เป็นจำนวนมากได้แค่ในลีกเท่านั้น แต่ในระดับทัวร์นาเม้นต์ใหญ่ๆคงทำไม่ได้ และเขาก็พิสูจน์ตัวเองได้สำเร็จ”

เออร์ลิ่ง เบราท์ ฮาแลนด์
 



 
เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์ กลายเป็นนักเตะในยุโรปตะวันตกรายใหม่ที่ก้าวมาเป็นตัวอันตราย และสร้างความประหลาดใจในลีกออสเตรีย เขาเข้ามาทำให้ลีกออสเตรียบุนเดสลีกาต้องลุกเป็นไฟด้วยการสังหารโหดกองหลังของทีมอื่นๆในลีก ในชนิดที่ไม่มีใครหยุดได้ ส่วนในยุโรปเกงค์ก็คือเหยื่อรายแรกของเขา

แม้ว่าเขาจะถูกเปรียบเทียบกับนักเตะนอร์เวย์คนอื่นๆที่ก้าวขึ้นมาโด่งดังในยุโรป แต่ดาวเตะรายนี้ยังสามารถเติบโตขึ้นได้อีกมาก และเขาเพิ่งจะสร้างผลงานนอกประเทศเป็นเวลาเพียง 10 เดือนเท่านั้น

 

เด็กคนนี้มีที่มา

เออร์ลิ่ง เบราท์ ฮาแลนด์

ถ้ายังจำกันได้ ในอดีตเคยมีนักเตะคนหนึ่งที่เคยเป็นคู่อริกับ รอย คีน สมัยยุคปลาย 90 จนถึง 2000 แต่ไม่ได้มีผลงานเท่าไหร่นัก นั่นก็คือ อัลฟี่ อิงเก้ ฮาแลนด์ ใช่แล้ว อดีตนักเตะรายนี้คือพ่อของนักเตะดาวรุ่งรายนี้นั่นเอง แต่เส้นทางการเริ่มเป็นนักฟุตบอลอาชีพของ เออร์ลิ่ง ก็ไม่ได้ต่างจากคนอื่น เขาเริ่มต้นเล่นกับทีมเล็กๆ อย่าง ไบรน์ สโมสรที่อยู่ในดิวิชั่น 2 ของลีกนอร์เวย์ แถมยังเคยล้มเหลวในการทดสอบฝีเท้ากับสโมสรฮอฟเฟ่นไฮม์ ในตอนนั้นทุกๆอย่างนั้นดูยากลำบากไปหมดสำหรับเด็กอายุ 16 ปี

อย่างไรก็ตาม การได้ย้ายไปเล่นกับทีมดังอย่างโมลด์ ภายใต้การคุมทีมของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา นั่นกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง จากเด็กชายกลายเป็นปีศาจ ในฤดูกาลแรกกับโมลด์ เขาเริ่มต้นได้ไม่ดีนัก ด้วยผลงาน 4 ประตูจาก 20 เกม แต่ในฤดูกาลต่อมา เขาทำได้ถึง 16 ลูกจากการลงแข่งทั้งหมด ภายใต้การปั้นของโซลชา เขาเริ่มสร้างชื่อจากการเป็นนักจบสกอร์ที่น่าจับตามอง และความโหดเหี้ยมในเขตโทษของเขาก็เริ่มได้รับการยอมรับในเวลาต่อมาในช่วงระยะเวลาสั้นๆที่อยู่กับโมลด์ เขาก็เริ่มกลายเป็นที่จับตามองของทีมใหญ่ๆในยุโรป เพราะทีมเหล่านั้นสัมผัสได้ว่ามีนักเตะคนหนึ่งจากดินแดนสแกนดิเนเวียที่มีศักยภาพพอที่จะไปเล่นในทัวร์มาเม้นต์ใหญ่ๆ ได้

เออร์ลิ่ง เบราท์ ฮาแลนด์

จนกระทั่งมาถึง เดือนกรกฎาคม 2018 เออร์ลิ่ง เบราท์ ฮาแลนด์ ได้ระเบิดฟอร์มครั้งยิ่งใหญ่ด้วยการระเบิดประตูใส่ทีมแบรนน์ สโมสรที่ไร้พ่าย และกำลังขึ้นนำเป็นจ่าฝูงอยู่ในขณะนั้น ถึง 4 ลูก ภายใน 21 นาทีเท่านั้น เขาบดขยี้ทีมจ่าฝูงอย่างไม่เหลือซาก จนเป็นเหตุให้ทีมอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเตดได้ยื่นข้อเสนอมาให้ทันที แต่โซลชาที่คุมโมลด์ในตอนนั้นก็ไม่ลังเลที่จะปฏิเสธดีลนี้ และดีลอื่นๆที่มาจากทีมใหญ่ๆในยุโรป

แน่นอนว่า หลังจากนั้นเขากลายเป็นดาวเด่นของทีมโมลด์ เพชฆาตที่เหี้ยมโหดกลายเป็นอัตลักษณ์ใหม่ของเขา แต่สุดท้ายแล้ว เด็กหนุ่มคนนี้ก็ต้องเลือกที่จะเดินก้าวไปข้างหน้า เพื่อเพิ่มความสามารถของตัวเองให้มากขึ้น เพราะว่าในลีกนอร์เวย์เหมือนจะเล็กเกินไปสำหรับเขาเสียแล้ว

 

เลือกเส้นทางอาชีพค้าแข้ง

เออร์ลิ่ง เบราท์ ฮาแลนด์ ได้เลือกที่จะปฏิเสธทีมอย่าง ยูเวนตุส และไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น แต่กลับรับข้อเสนอจาก เร้ด บูล ซัลส์บวร์ก นั่นก็เพราะ เขาคิดว่าทีมนี้มีการแข่งขันที่เหมาะสมกับตัวเขาในขณะนั้นมากกว่า โดยในภายหลังเออร์ลิ่งให้สัมภาษว่า “ผมดีใจมากที่ยูเวนตุสสนใจในตัวผม แต่ผมคิดว่ามันยังเร็วเกินไปที่จะย้ายไปที่นั่น ซัลส์บวร์กคือตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผม และเป็นทีมที่ดูเหมือนต้องการตัวผมมากที่สุด ผมจึงคิดว่าที่ซัลส์บวร์กผมจะมีโอกาสได้ลงเล่นมากที่สุด”

และหลังจากนั้น อัลฟี่ พ่อของเขาได้เสนอสัญญาจ้าง มิโน่ ไรโอล่า เอเย่นต์ของนักฟุตบอลชื่อดังมากมายให้เป็นเอเย่นของตนเอง แต่ดูเหมือนว่าเด็กหนุ่มผู้นี้ต้องการที่จะก้าวไปอย่างช้าๆ ในวงการฟุตบอลก่อนที่จะย้ายไปอยู่ในสโมสรใหญ่ในยุโรป โดยเขาเคยให้สัมภาษว่า “ก่อนอื่น ผมต้องการที่จะพิสูจน์ตัวเองให้ได้ว่าผมทำได้ดีกว่าสิ่งที่พ่อเคยทำไว้เสียก่อน และพ่อของผมเคยลงเล่นในพรีเมียร์ลีกไปถึง 181 เกม”
 



 
เห็นได้ชัดว่า เป้าหมายในตอนนี้ของเขาคือสิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่าการลงเล่นในพรีเมียร์ลีก ฮาแลนด์มีเป้าหมายที่ชัดเจนอยู่ในหัวตั้งแต่พ่อของเขายังค้าแข้งอยู่กับ ลีดส์ ยูไนเตด นั่นก็คือการคว้าแชมป์กับอดีตยอดทีมแห่งยอร์คเชียร์แห่งนี้ให้ได้ ซึ่งในอดีต ฮาแลนด์เคยได้ให้สัมภาษณ์ไว้อย่างชัดเจนถึงเป้าหมายนี้ลงในหนังสือพิมพ์ afterpostern สำนักพิมพ์ของนอร์เวย์ และนั่นทำให้หลายๆคนทึ่งในความมุ่งมั่นที่แตกต่างจากคนอื่นๆ การกลับไปสานต่อความสำเร็จของพ่อจากศตวรรษที่ 19 ในศตวรรษที่ 21 คงเป็นเป้าหมายที่หลายคนคงคาดไม่ถึงอย่างแน่นอน

เออร์ลิ่ง เบราท์ ฮาแลนด์

แต่กองหน้ารายนี้ ดูจะมีค่ามากกว่าเป้าหมายที่เขาตั้งเอาไว้ ด้วยความเยาว์วัยนี้ เขายังมีโอกาสพัฒนาตัวเองอีกมาก บางทีอาจก้าวไปเป็น “กองหน้าที่เก่งที่สุดในโลก” เลยก็ได้ ซึ่ง แม็กซิมิเลี่ยน โวเบอร์ ได้ทำนายอนาคตของเพื่อนร่วมทีมคนนี้เอาไว้ว่า “เขาคือสิ่งมหัศจรรย์ ความสูงความว่องไว และการครองบอลของเขา ทำให้คู่ต่อสู่ยากที่จะต่อกร มีทางเดียวที่จะหยุดเขาได้ นั่นคือการทำฟาวล์ ผลงานของเขาได้พิสูจน์แล้วว่า เขาสามารถก้าวขึ้นไปเป็นกองหน้าที่เก่งที่สุดในโลกได้”

ถึงแม้ว่าเขาจะดูเหมือนเป็นคนที่ถ่อมตัวเกินไป แต่นั่นก็เป็นการเลือกเส้นทางที่ค่อนข้างฉลาด เพราะนั่นทำให้เขามีโอกาสที่จะสร้างความก้าวหน้าทั้งในสโมสร และทีมชาติ ฮาแลนด์ในทีมชาติเขาได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในชุดอายุต่ำกว่า 20 ปีของนอร์เวย์ในทัวร์นาเม้นต์ฟุตบอลโลก และเคยถล่มประตูคู่แข่งถึง 9 ลูกในเกมที่พบกับทีมชาติฮอนดูรัส นั่นทำให้เขาก็กลายเป็นสิ่งล้ำค่าของชาวนอร์เวย์ไปในทันที ผลงานของเออร์ลิ่งทั้งหมดที่ทำให้ทีมชาติจนถึงตอนนี้คือ 30 ลูก จาก 44 เกม เรียกได้ว่าที่สุดในรุ่นของทีมชาตินอร์เวย์เลยทีเดียว

เออร์ลิ่ง เบราท์ ฮาแลนด์

เมื่อคุณนึกถึงแหล่งกำเนิดนักฟุตบอลที่มีพรสวรค์ขั้นเทพ คุณคงนึกถึงสลัมในบราซิล หรือริมถนนประเทศอาร์เจนติน่า หรือศูนย์ฝึกชื่อดัง อย่าง ลา มาเซียในสเปน แต่สถานที่ที่ขัดเกลาฮาแลนด์นั้น เป็นเมืองเล็กๆที่อยู่ริมสุดจนติดทะเลของประเทศนอร์เวย์นั้นก็คือ ไบรน์ เมืองที่มีความเป็นไปได้แทบจะน้อยที่สุดที่จะมีนักเตะที่จะก้าวขึ้นมาเป็นซุปเปอร์สตาร์ของยุโรป

สำหรับนักเตะที่เคยแฮตทริกที่ในเกมแรกที่ลงเล่นในแชมเปี้ยนส์ลีก เกือบทั้งหมดได้กลายเป็นนักเตะที่ประสบความสำเร็จในการค้าแข้ง และสำหรับฮาแลนด์ มันเหมือนกับว่าตำนานอันยิ่งใหญ่ได้เริ่มเขียนขึ้นแล้ว หากจะมีใครที่เขียนหน้าประวัติศาสตร์ต่อจาก เมสซี่ และโรนัลโด้ ในวงการฟุตบอล หนึ่งในนั้นที่มีโอกาสเป็นไปได้มากที่สุดคือ เออลิ่ง เบราท์ ฮาแลนด์ !

 

Original source & Credit : https://thesefootballtimes.co/2019/09/23/erling-braut-haland-the-phenomenal-norwegian-talent-setting-new-benchmarks/

 


iReallyLikeFootball.com เว็บไซต์ คอลัมน์ฟุตบอล บทความฟุตบอล ข่าวฟุตบอล สร้างสรรค์ผลงานจากความตั้งใจ โดยกลุ่มคนที่รักและชอบฟุตบอลเป็นชีวิตจิตใจ

“Football can make a friend, can make a life”

หากต้องการติดต่อสอบถามหรือขอลงโฆษณา email มาที่ ireallylikefootball@gmail.com
หรือติดต่อเราได้ที่ http://www.ireallylikefootball.com/contact

แสดงความคิดเห็น