ปิดตัวลงเรียบร้อยแล้วสำหรับตลาดนักเตะของฟุตบอลพรีเมียร์ลีกเมื่อวันที่ 8 สิงหา เวลา 5 โมงเย็นของอังกฤษ (5 ทุ่มบ้านเรา) ที่ปีนี้ปิดเร็วกว่าปกติตามนโยบายใหม่ที่อยากให้การซื้อขายไม่วุ่นวายยืดเยื้อ จากทุกทีจะปิดช่วง 31 สิงหาคม แต่ด้วยการลงมติจาก 72 ทีมในลีกทั้ง 4 ดิวิชั่นของอังกฤษเห็นพ้องต้องกันว่าให้ตลาดนั้นปิดก่อนเกมนัดแรกของพรีเมียร์ลีกที่จะเริ่มขึ้นในวันที่ 9 สิงหาคมนี้

โดยนัดเปิดสนามจะเป็น “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล รองแชมป์เก่าเจ้าของสถิติรองแชมป์ที่มีแต้มมากสุดในประวัติศาสตร์และเจ้าของแชมป์ยุโรปปีล่าสุด จะเปิดบ้านรับการมาเยือนของน้องใหม่ “นกขมิ้นเหลืองอ่อน” นอริช ซิตี้

สำหรับใครที่พลาดการอัพเดทหรืออาจจะตกข่าวการย้ายตัวของเหล่านักเตะชื่อดังที่ย้ายมาด้วยค่าตัวมหาศาลกันในช่วงโค้งสุดท้ายที่เพิ่งจบไปเร็ว ๆ นี้ เราขออาสาพาแฟนบอลทุกท่านไปพบกับ “ท็อป 9 นักเตะค่าตัวแพงสุดในพรีเมียร์ลีกปี 2019” จะมีใครย้ายไปไหน โปรไฟล์คร่าว ๆ นั้นเป็นอย่างไร จะหรูสมกับเม็ดเงินที่จ่ายไปหรือไม่ ไปติดตามกันได้เลยครับ


9. เซบาสเตียน อัลแลร์
– จาก แฟรงค์เฟิร์ต มา เวสต์แฮม
– ค่าตัว 45 ล้านปอนด์

พรีเมียร์ลีก
ผลงาน 20 ประตู 12 แอสซิสต์ จากทั้งหมด 41 เกมที่ลงเล่นให้กับ แฟรงค์เฟิร์ต โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ อัลแลร์ เชิดฉายในเวทียุโรปถ้วยเล็กยูโรป้า ลีก กดไปทั้งสิ้น 5 ประตู 3 แอสซิสต์ เป็นผลงานที่กระแทกใจ มานูเอล เปเญกรินี่ เป็นที่สุด จนต้องทุ่มเงินคว้าตัวเป็นสถิติสโมสรถึง 45 ล้านปอนด์

ด้วยส่วนสูงถึง 190 ซม. แต่มีความคล่องตัว เทคนิคจัดจ้าน ชงเองกินเองได้ น่าจับตามองอย่างมากว่าถ้าหาก อัลแลร์ สามารถปรับตัวเข้ากับสไตล์การเล่นในพรีเมียร์ลีกและเล่นได้เข้าระบบของกุนซือชาวชิลี เขาจะกลายเป็นกองหน้าที่น่ากลัวคนนึงของลีกได้เหมือนกัน

8. อารอน วาน-บิสซาก้า

– จาก คริสตัล พาเลซ มา แมนฯ ยูไนเต็ด

– ค่าตัว 50 ล้านปอนด์

พรีเมียร์ลีก

แบ็กขวาหน้าใหม่ของ “ปีศาจแดง” คนนี้ถือว่าเป็นดาวรุ่งคนนึงที่ได้รับการจับตามองเป็นอย่างมากในช่วง ปีที่ผ่านมา จากเด็กอคาเดมี่ของ “ดิ อีเกิ้ลส์” เป็นตัวเลือกรองจาก ทิโมธี โฟซู-เมนซาห์ กับ มาร์ติน เคลลี่ แต่จากอาการบาดเจ็บของตัวหลักในทีมทำให้เข้าได้รับโอกาสลงเล่นเมื่อต้นปี 2018 และหลังจากนั้นเป็นต้นมาเขาก็ยึดสัมปทานตัวจริงในตำแหน่งนี้ไปเลย

รุกดี รับแน่น รวดเร็ว แข็งแกร่ง ! คือนิยามของฟูลแบ็คเชื้อสายดีอาร์คองโกผู้นี้ เจ้าของสถิติเข้าสกัดสำเร็จ 43 จาก 45 ครั้ง ใน 10 เกม แถมอีก 2 ครั้งนั้นยังเป็นการฟาวล์และโดนใบเหลืองเพียงแค่ครั้งเดียว เท่ากับว่าใน 10 เกมที่ยอดเยี่ยมช่วงซีซั่นที่แล้วนั้นไม่มีใครสามารถเลี้ยงผ่าน วาน-บิสซาก้า ได้เลย !


7. ตองกี เอ็นดอมเบเล่

– จาก ลียง มา สเปอ์รส

– ค่าตัว 54 ล้านปอนด์




พรีเมียร์ลีก

กองกลางตัวดุชาวฝรั่งเศสโชว์ผลงานได้อย่างสุดยอดให้กับ โอลิมปิก ลียง ในซีซั่นที่ผ่านมา มีข่าวทั้งกับ แมนฯ ยูไนเต็ด, ยูเวนตุส, เปเอสเช และ เรอัล มาดริด แต่สุดท้ายเป็น สเปอร์ส ที่เข้าป้ายไปในดีลนี้ พร้อมกับขึ้นแท่นเป็นนักเตะแพงสุดของ สเปอร์ส ไม่นับ โล เซลโซ่ ที่สัญญาถาวรนั้นจะมีผลในปีหน้า

เป็นมิดฟิลด์สารพัดประโยชน์ เล่นได้ทั้งตรงกลางและทางด้านขวา ผลงานซีซั่นที่ผ่านมาทำไป 3 ประตู 8 แอสซิสต์ เรียกว่านอกจากการตัดเกมซึ่งเป็นของถนัดแล้ว การตะลุยขึ้นไปเล่นเกมรุกก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของมิดฟิลด์ทีมชาติฝรั่งเศสเช่นกัน โดยการมาของ เอ็นดอมเบเล่ นั้นจะช่วยให้แผงกลางของ “ไก่เดือยทอง” นั้นแข็งแกร่งและมีมิติขึ้นกว่าที่เป็นอยู่หากเจ้าตัวปรับเข้ากับการเล่นในพรีเมียร์ลีกได้


6. โจวานนี่ โล เซลโซ่

– จาก เรอัล เบติส มา สเปอร์ส

– ค่าตัว 55 ล้านปอนด์

พรีเมียร์ลีก

ย้ายมาช่วงเดดไลน์เลยทีเดียวสำหรับมิดฟิลด์อาร์เจนไตน์ จากตอนแรกมีข่าวกับทั้ง ดีบาล่า และ คูตินโญ่ แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นว่าได้ โจวานนี่ โล เซลโซ่ กองกลางเชิงดีที่ซีซั่นก่อนโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม มีผลงาน 16 ประตู 6 แอสซิสต์ ให้กับ เรอัล เบติส

สำหรับดีลนี้นั้นเป็นการยืมตัวก่อน โดย สเปอร์ส ต้องจ่าย 14.6 ล้านปอนด์ เป็นค่ายืมและมีออปชั่นซื้อขาด 55 ล้านปอนด์ โดยเชื่อว่าสัญญาจะแอคทีฟเป็นถาวรอัตโนมัติถ้าช่วยให้ “ไก่เดือยทอง” นั้นทำอันดับไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ได้เท่านั้น และอาจเป็นตัวแทนของ มิดฟิลด์ ตัวเก่งอย่าง คริสเตียน เอริคเซ่น ที่ยังไม่ยอมต่อสัญญากับทีม

5. คริสเตียน พูลิซิช

– จาก ดอร์ทมุนด์ มา เชลซี
– ค่าตัว 58 ล้านปอนด์

พรีเมียร์ลีก

จริง ๆ แล้วดีลนี้ เชลซี ได้ซื้อปีกจอมพลิ้วชาวมะกันมาจาก ดอร์ทมุนด์ ตั้งแต่ช่วงหน้าหนาวแล้ว แต่ปล่อยให้ทางเสือเหลืองนั้นยืมจนจบฤดูกาล แต่ก็ถือว่าเป็นดีลที่ฮือฮาเพราะค่าตัวของ พูลิซิช นั้นสูงถึง 58 ล้านปอนด์ แต่แลกกับดาวรุ่งอายุ 20 ที่ผ่านการลงเล่นให้กับ ดอร์ทมุนด์ ไปกว่า 127 นัด มีผลงาน 19 ประตู 26 แอสซิสต์ นั้นก็เป็นอะไรที่ควรค่าต่อการเสี่ยงอยู่เหมือนกัน

เข้ามาพร้อมความกดดันอย่างแท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ เชลซี นั้นปล่อย เอแด็น อาซาร์ ไปให้ เรอัล มาดริด ทำให้ พูลิซิช นั้นถูกคาดหวังว่าเป็นคนนึงที่จะเข้ามาอุดช่องโหว่ที่อดีตคีย์แมนชาวเบลเยี่ยมนั้นทิ้งไว้ แถมซีซั่นที่แล้ว พูลิซิช นั้นถูก เจดอน ซานโช่ เจ้าหนูเด็กระเบิดแย่งตัวจริงไปเสียอีก ไม่รู้ว่าการที่นั่งสำรองเป็นส่วนใหญ่จะมีผลอะไรหรือไม่ต่อการโชว์ฟอร์มในซีซั่นที่จะถึงนี้




4. ชูเอา คันเซโล่

– จาก ยูเวนตุส มา แมนฯ ซิตี้

– ค่าตัว 62 ล้านปอนด์

พรีเมียร์ลีก




ผลงาน 1 ประตู 5 แอสซิสต์ เมื่อฤดูกาลก่อน มีส่วนช่วยให้ ยูเวสตุส นั้นคว้าแชมป์เซเรีย อา เป็นสมัยที่ 8 ติดต่อกัน ทำให้เขานั้นต้องเก็บกระเป๋าย้ายบ้านอีกครั้ง หลังในช่วง 2 ปีที่ผ่านมานั้นเจ้าตัวผ่านการเล่นให้ทั้ง บาเลนเซีย, อินเตอร์ มิลาน และ ยูเวนตุส

เป็นการเสริมทัพที่โหดมากสำหรับ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ที่จัดการทุ่มสอยแบ็กเชิงสูงชาวโปรตุกีสมาร่วมทีม แม้จะมี ไคล์ วอล์คเกอร์ อยู่ในตำแหน่งนี้อยู่แล้ว โดย ชูเอา คันเซโล่ นั้นถือเป็นแบ็กขวาที่น่าจับตามองเป็นอย่างมากและด้วยศักยภาพของเขาเมื่อมาอยู่ในมือของ เป๊ป นั้นสามารถก้าวขึ้นไปเป็นแบ็กระดับโลกได้เลย

3. โรดรี้

– จาก แอต.มาดริด มา แมนฯ ซิตี้

– ค่าตัว 62.8 ล้านปอนด์

พรีเมียร์ลีก

ติดกันสองอันดับไปเลยสำหรับ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขนาดว่าฟาดทุกแชมป์ในอังกฤษ ก็ยังคงจัดหนักเช่นเคยเมื่อจัดการทุ่มเงินเป็นสถิติสโมสรกระชากตัวมิดฟิลด์เชิงรับพรสวรรค์สูงมาจาก แอต.มาดริด เพื่อมาสานต่อในตำแหน่งของ แฟร์นันดินโญ่ ที่เริ่มจะโรยราลงไปแล้ว

มีผลงาน 3 ประตู 1 แอสซิสต์ ในฤดูกาลที่แล้ว แต่นั่นไม่ใช่สลักสำคัญอะไรเมื่องานของ โรดรี้ นั้นคือการคุมจังหวะเกมให้ไหลลื่นรวมถึงการตัดเกมชะลอเกมในแดนกลางอย่างมีคุณภาพให้กับทีมมากกว่า และการที่ เป๊ป ยอมให้ทีมจ่ายเงินไปขนาดนั้นก็หวังจะให้ โรดรี้ นั้นขนฟอร์มการเล่นสุดเพอร์เฟกต์เมื่อซีซั่นก่อนมาบัญชาเกมแดนกลางให้กับ แมนฯ ซิตี้ ป้องกันแชมป์พรีเมียร์เป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกันต่างหาก !


2. นิโคล่าส์ เปเป้

– จาก ลีลล์ มา อาร์เซน่อล

– ค่าตัว 72 ล้านปอนด์

พรีเมียร์ลีก

ปีกตัวรุกก้านยาวชาวไอวอรี่โคสต์เป็นอีกหนึ่งนักเตะที่เนื้อหอมอย่างมากในตลาดนักเตะรอบนี้ เป็นข่าวกับทั้ง ลิเวอร์พูล และ นาโปลี แต่ก็เป็น อาร์เซน่อล ที่ได้ลายเซ็นคว้าตัวรุกลมกรดผู้นี้มาครอง โดยจะมาประสานงานกับ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง กับ อเล็กซองดร์ ลากาแซ็ต

ผลงานร้อนฉ่า 23 ประตู 12 แอสซิสต์ ช่วยให้ ลีลล์ จบรองแชมป์ได้ไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในซีซั่นหน้า ทำให้การเซ็นสัญญาครั้งนี้เป็นดีลที่น่าตื่นเต้นมากที่สุดดีลนึงของ “ไอ้ปืนใหญ่” นอกจากจะต้องแย่งชิงกับยักษ์ใหญ่ทีมอื่นแล้ว นี่ยังเป็นการทุ่มซื้อตัวเป็นสถิติของสโมสรเลยอีกด้วย

 

1. แฮร์รี่ แม็กไกวร์

– จาก เลสเตอร์ มา แมนฯ ยูไนเต็ด

– ค่าตัว 80 ล้านปอนด์

พรีเมียร์ลีก

กองหลังค่าตัวแพงที่สุดในโลกคนล่าสุด แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ผู้เข้ามาพร้อมความคาดหวังว่าจะช่วยมายกระดับแนวรับของ “ปีศาจแดง” ให้แข็งแกร่งขึ้น เพื่อลบคำปรามาสสำหรับใครหลายคนที่มองว่าค่าตัวมหาศาลที่ แมนฯ ยูไนเต็ด นั้นจ่ายให้ เลสเตอร์ นั้นแพงเกินไป (อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง “สถิติโลกกับ “แม็กไกวร์” : ท็อป 9 เซ็นเตอร์แบ็คแพงสุดในโลก” คลิก)

แต่กระนั้นเองการที่จะบอกว่า แม็กไกวร์ นั้นแพงหรือไม่แพงก็ขึ้นอยู่กับฟอร์มการเล่นและผลงานที่กำลังจะเริ่มขึ้นในฤดูกาลนี้ต่างหาก เชื่อว่าคงไม่มีใครใจร้ายแน่นอนหาก แม็กไกวร์ เข้ามาช่วยให้แผงหลังของ แมนฯ ยูไนเต็ด นั้นเหนียวแน่นขึ้นอย่างที่ เฟอร์จิล ฟาน ไดจ์ค กองหลังสถิติโลกคนก่อนเคยทำกับ ลิเวอร์พูล เพราะถ้า แม็กไกวร์ สามารถทำได้ขนาดนั้นหรือใกล้เคียง ตำแหน่งสถิติโลกนี้คงไม่มีใครกล้าครหาอย่างแน่นอน

เป็นไงกันบ้างสำหรับเหล่านักเตะค่าตัวแพงของ 9 อันดับในตลาดซัมเมอร์ของพรีเมียร์ลีกที่เพิ่งปิดตัวลงไป หลายคนเข้ามาพร้อมกับความคาดหวัง ซึ่งแน่นอนล่ะว่ามันก็มาจากผลพวงของค่าตัวมหาศาลที่ติดสอยหอยท้ายเป็นยี่ห้อของพวกเขานั่นเอง แต่อย่าลืมว่าการที่พวกเขามีค่าตัวแพงระยับขนาดนี้นั่นย่อมแปลว่าต้องมีอะไรดี ๆ มาฝากแฟน ๆ แน่นอน

จากนี้เรามาติดตามดูไปพร้อมกันว่า บรรดานักเตะค่าตัวแพงในลิสต์นี้จะมีใครกันที่โชว์ฟอร์มได้สมราคากับที่สโมสรได้ลงทุนลงไปบ้าง เตรียมมันส์กันได้เลยกับศึกพรีเมียร์ลีกซีซั่น 2019-2020 ที่จะเริ่มแล้วในคืนนี้ !

 


iReallyLikeFootball.com เว็บไซต์ คอลัมน์ฟุตบอล บทความฟุตบอล ข่าวฟุตบอล สร้างสรรค์ผลงานจากความตั้งใจ โดยกลุ่มคนที่รักและชอบฟุตบอลเป็นชีวิตจิตใจ

“Football can make a friend, can make a life”

หากต้องการติดต่อสอบถามหรือขอลงโฆษณา email มาที่ ireallylikefootball@gmail.com
หรือติดต่อเราได้ที่ http://www.ireallylikefootball.com/contact

แสดงความคิดเห็น