เรียบร้อยโรงเรียน “ปีศาจแเดง” หลัง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำการเปิดตัวกองหลังตัวใหม่ ที่ตามเทียวไล้เทียวขื่ออยู่นานแสนนานอย่าง แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ปราการหลังตัวหลักสัญชาติอังกฤษซึ่งวันนี้กลายเป็นอดีตกับ “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้ เมื่อตกลงย้ายมาสวมเครื่องแบบอสูร สถาปนาตัวเองเป็นกองหลังที่แพงที่สุดในโลกด้วยค่าตัว 80 ล้านปอนด์ ทำลายสถิติ 75 ล้านปอนด์ที่ เฟอร์จิล ฟาน ไดจ์ค ภูผาหินของ “หงส์แดง” เมื่อครั้งย้ายจาก เซาธ์แฮมป์ตัน มาร่วมทีม ลิเวอร์พูล เมื่อปี 2018
แม็คไกวร์

ในขณะที่เหล่าพลพรรคปีศาจแดงกำลังใจจดใจจ่อ ตื่นเต้นกับจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญจะก้าวมาเป็นแม่ทัพในแดนหลังบนถิ่นโอลด์ แทรฟเฟิร์ด เราขออาสาพาแฟนฟุตบอลทุกท่านไปพบกับ “ท็อป 9” ของบรรดาปราการหลังตัวกลางที่มีค่าตัวแพงที่สุดในโลก นอกจาก ฟาน ไดจ์ค และ แม็กไกวร์ จะมีนักเตะคนใดบ้างที่ราคาแพงหูฉี่ ไปดูกันเลย

 

9. ดาวินซอน ซานเชส

 



 

  • ปี 2017 : จาก อาแยกซ์ ไป สเปอร์ส

  • ค่าตัว 36.6 ล้านปอนด์

แม็คไกวร์

จุดเริ่มต้นความโด่งดังของเขาเกิดขึ้นในปี 2016 กับ แอตเลติโก นาซิอองนาล ทีมดังแห่งโคลอมเบียบ้านเกิด ดาวินซอน ซานเชส ในวัย 20 ปี ได้ลงเล่นมากถึง 30 นัด เป็นกำลังสำคัญของทีมชุดคว้าแชมป์โคปา ลิเบร์ตาดอเรส คัพ ถ้วยเมเจอร์ระดับทวีป

ด้วยฟอร์มอันโดดเด่นในปีนั้น ทำให้เจ้าตัวเป็นข่าวกับทีมดังอย่าง ฟลาเมงโก้, บาร์เซโลน่า และ อาแย็กซ์ ก่อนเป็น บาร์ซ่า ที่มือไวยื่นซื้อตัว ดาวินซอน ซานเชส แต่เขาได้ปฏิเสธเพราะต้องไปเริ่มต้นที่ บาร์เซโลน่า เบ ทีมสำรอง เลยกลายเป็น อาแย็กซ์ อัมส์เตอร์ดัม ที่ได้ครอบครองตัวเขาโดยจ่าย 5 ล้านยูโรให้กับ แอต.นาซิอองนาล เพื่อเป็นค่าตัวของ ดาวินซอน ซานเชส

แม็คไกวร์

ตลอดซึซั่น 2016-17 กับทีมดังแดนกังหันลม ดาวินซอน ซานเชซ เป็นกำลังหลักของทีมชุดนั้น ลงเล่นถึง 43 เกมทุกรายการ ทำได้ถึง 6 ประตู โชว์ฟอร์มสุดยอดจนกลายเป็นผู้เล่นแห่งปีของ อาแย็กซ์ ในซีซั่นนั่น จนทำให้ตลาดซัมเมอร์ 2017  ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ ตัดสินใจทุ่มเงินกว่า 36.6 ล้านปอนด์ เพื่อคว้าปราการหลังดาวโรจน์ชาวโคลอมเบียมาร่วมทีมในที่สุด

ปัจจุบัน ดาวินซอน ซานเชส เป็นที่ชื่นชอบของ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ อย่างมาก เป็นตัวหลักลงเล่นให้กับทีมไก่เดือยทอง 2 ฤดูกาลที่ผ่านมามากถึง 78 เกม ทำได้ 1 ประตู และเป็นกองหลังตัวสำคัญของทีมชาติโคลอมเบียชุดลุยบอลโลก 2018 อีกด้วย

 

8. เอแดร์ มิลิเตา

  • ปี 2019 จาก ปอร์โต้ ไป เรอัล มาดริด

  • ค่าตัว 42 ล้านปอนด์

แม็คไกวร์

เริ่มต้นในบ้านเกิดกับ เซา เปาโล หนึ่งในยอดทีมของบราซิล เป็นเด็กปั้นของสโมสรเข้ามาอยู่ทีมเยาวชนตั้งแต่ปี 2010 ก่อนได้เดบิวท์กับทีมชุดใหญ่ปี 2017

ตลอดระยะเวลา 1 ปีกับ เซา เปาโล เอแดร์ มิลิเตา ได้ลงเล่นไปทั้งหมด 57 เกม ทำได้ 4 ประตู ก็เพียงพอที่จะทำให้ เอฟซี ปอร์โต้ ทีมดังแห่งโปรตุเกส ยอมจ่ายเงิน 7 ล้านยูโร พากองหลังดาวรุ่งบราซิลคนนี้มาร่วมทัพช่วงตลาดซัมเมอร์ 2018

ทั้งฤดกาล 2018-19 เอแดร์ มิลิเตา โชว์ฟอร์มเชิดฉายอย่างมาก ลงเล่นทั้งหมด 47 เกม ทำได้ 5 ประตู 4 แอสซิสต์ ได้รางวัลกองหลังยอดเยี่ยมประจำเดือนถึง 4 ครั้ง และติดทีมยอดเยี่ยมแห่งปีของลีกด้วยในท้ายที่สุด

แม็คไกวร์

ฟอร์มการเล่นไฉไลขนาดนี้ทำให้ ราชันชุดขาว ไม่รอช้าจัดการเซ็นซื้อตัวล่วงหน้าตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมาด้วยค่าตัว 50 ล้านยูโร (42 ล้านปอนด์) ก่อนเปิดตัวในเดือนกรกฏา เซ็นสัญญากันยาว ๆ 6 ปี

ค่าตัวขนาดนี้ไม่รู้ว่าฟอร์มการเล่นจะเป็นยังไง ถือว่าน่าติดตามจริง ๆ สำหรับปราการหลังจอมบุกชาวบราซิลผู้นี้

 

7. จอห์น สโตนส์

  • ปี 2016 จาก เอฟเวอร์ตัน ไป แมนฯ ซิตี้

  • ค่าตัว 47.5 ล้านปอนด์

แม็คไกวร์

หนี่งในเซ็นเตอร์ฮาล์ฟยุคใหม่ที่มีฝีเท้าถูกอกถูกใจกุนซือสมองเพชร เป๊ป กวาร์ดิโอล่า อย่างมาก เป็นนักเตะที่ เป๊ป นั้นเลือกเข้ามาเสริมทีมเป็นคนแรก ๆ เพื่อให้ตอบโจทย์แท็คติกของเขาในการต่อบอล การขึ้นเกมจากกองหลัง ซึ่ง สโตนส์ ในเวลานี้พัฒนาขึ้นเยอะมากในวัย 25 ปี

โด่งดังจากการเป็นดาวรุ่งของ เอฟเวอร์ตัน ได้ลงเล่นในทีมชุดใหญ่ตั้งแต่อายุ 19 ในฤดูกาล 2013-14 ติดทีมชาติอังกฤษตอนอายุ 20 ในปี 2014 ใช้เวลาเก็บเวลจนกระทั่งกลายเป็นตัวหลักของ เอฟเวอร์ตัน ฤดูกาล 2015-16

ฤดูกาลนั้นเองเป็นปีที่ สโตนส์ โชว์ฟอร์มได้ดีมาก ๆ ทำให้มีข้อเสนอจาก เชลซี ยื่นมา จาก 20, 26 จนถึง 30 ล้านปอนด์ แต่ เอฟเวอร์ตัน นั้นปฏิเสธทั้งหมด จนทำให้ สโตนส์ นั้นแจ้งกับทีมว่าขอย้าย แต่ก็ยังถูกทีมขอเบรคไว้ก่อน

แม็คไกวร์

ซีซั่นสุดท้ายกับ เอฟเวอร์ตัน เขาลงเล่นทั้งหมด 41 เกม สุดท้ายก็ได้ย้ายสมใจ เมื่อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทุ่มเงินกว่า 47.5 ล้านปอนด์ บวกโบนัสเพิ่มเติมอีก 2.5 ล้าน ทำให้ดีลนี้พุ่งไปถึง 50 ล้านปอนด์ ทำให้ สโตนส์ กลายเป็นกองหลังค่าตัวแพงสุดในโลกอันดับ 2 ในเวลานั้น รองจาก ดาวิด ลุยซ์ ที่ย้ายจาก เชลซี ไปร่วมทัพ เปเอสเช เมื่อปี 2014

ผลงาน สโตนส์ กับ เรือใบสีฟ้า ในยุคของ เป๊ป นั้นคว้าแชมป์เป็นว่าเล่น 2 พรีเมียร์ลีก 2 คอมมูนิตี้ชิลด์ 2 ลีกคัพ กับอีก 1 เอฟเอ คัพ  และดูท่าว่าจะไม่หยุดอยู่แค่นี้แน่ ๆ

 

6. ดาวิด ลุยซ์

  • ปี 2014 จาก เชลซี ไป เปเอสเช

  • ค่าตัว 50 ล้านปอนด์

แม็คไกวร์

เป็นกองหลังที่มีมูลค่าในการย้ายทีมรวมกันกว่า 100 ล้านปอนด์ ไล่ตั้งแต่ย้ายจาก วิตอเรีย ทีมในบราซิล ไป เบนฟิก้า จากนั้นมา เชลซี ก่อนจะย้ายไปเป็นสถิติโลกในเวลานั้นด้วยค่าตัว 50 ล้านปอนด์ สุดท้ายเป็น เชลซี ที่จ่ายเงิน 30 ล้านปอนด์ ซื้อ ดาวิด ลุยซ์ กลับมาอยู่ในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ อีกครั้งเป็นคำรบที่สอง

ดาวิด ลุยซ์ เป็นกองหลังที่เล่นเกมรุกเก่งเป็นอย่างมาก ทักษะที่เขามีไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงบอล จ่ายบอลยาว รวมถึงการยิงประตู ยิ่งลูกฟรีคิกนัคเคิ่ลช็อทที่เป็นจุดเด่นของเขา สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นตัวสร้างมูลค่าให้ฝีเท้าของเขานั้นแพงระยับทุกครั้งที่มีการย้ายตัวนั่นเอง

แม็คไกวร์

ผลงานฤดูกาลที่ผ่านมาของ ดาวิด ลุยซ์ วัย 32 ปี นั้นแทบไม่ได้มีฟอร์มการเล่นที่ตกลงไปแต่อย่างใดเลย ยังคงเป็นกำลังหลักของ เชลซี ยุคของ เมาริซิโอ ซาร์รี่ ที่ตอนนี้เป็นอดีตกับทีมไปแล้ว ตลอดซีซั่น 2018-19 เขาลงเล่นทั้งหมด 50 เกม จากทุกรายการ ทำได้ 3 ประตู 2 แอสซิสต์ ช่วย เชลซี คว้าแชมป์ยูโรป้า ลีก มาครองเป็นสมัยที่ 2 ของตัวเองและสโมสร

น่าติดตามว่าอดีตปราการหลังค่าตัวแพงสุดในโลกคนนี้ จะยังเป็นตัวเลือกแรกของ แฟร้ง แลมพาร์ด โค้ชคนใหม่อดีตตำนานของทีมอยู่หรือเปล่า เดี๋ยวเราจะได้รู้กันในอีกไม่ถึงสัปดาห์ข้างหน้านี้กันแล้ว

 

5. เอ็มเมอริค ลาปอร์กต์

 



 

  • ปี 2018 จาก แอธ.บิลเบา ไป แมนฯ ซิตี้

  • ค่าตัว 57 ล้านปอนด์

แม็คไกวร์

ปราการหลังชาวฝรั่งเศสแจ้งเกิดกับ แอธเลติก บิลเบา ทีมดังแคว้นบาสก์ของ ลา ลีกา สเปน ถูกดันขึ้นชุดใหญ่ตั้งแต่วัย 18 ปี ในฤดูกาล 2012-13 ก่อนจะยึดตำแหน่งตัวจริงได้ทันทีในฤดูกาลต่อมา จากนั้นก็เริ่มสร้างชื่อเป็นกองหลังดาวรุ่งอายุน้อยที่น่าจับตามองคนหนึ่งแห่งวงการฟุตบอล

ตลอด 6 ฤดูกาลบนแผ่นสเปน กองหลังเลือดบาสก์คนนี้ลงเล่นให้กับ บิลเบา ไปทั้งหมดกว่า 222 เกม ทำไป 10 ประตู 6 แอสซิสต์ ในปี 2015 ค่าฉีกสัญญาของเขาอยู่ที่ 50 ล้านยูโรถือว่าแพงเอาเรื่องแล้ว แต่ในปี 2016 สโมสรได้จับเจ้าตัวยืดสัญญาออกไปอีก 1 ปี จากหมด 2019 เป็น 2020 พร้อมปรับค่าฉีกสัญญาเป็น 65 ล้านยูโร

แม็คไกวร์

ด้วยฟอร์มการเล่นที่นับวันยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ ประกอบกับการที่ ลาปอร์กต์ นั้นเป็นกองหลังที่เล่นบอลกับเท้าได้ดี ตรงกับสเป็คกุนซือคนเก่ง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ในตลาดหน้าหนาวปี 2018 ช่วงที่ แมนฯ ซิตี้ นั้นกำลังไล่ล่าแต้มอย่างบ้าคลั่ง เป๊ป ไม่รอช้าให้สโมสรจัดการคว้าตัว ลาปอร์กต์ มาเติมแกร่งให้กับทีมด้วยค่าตัว 57 ล้านปอนด์

สุดท้ายซีซั่นนั้น แมนฯ ซิตี้ คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกเก็บไป 100 แต้ม เป็นสถิติของลีก แพ้เพียง 2 เกม เสียแค่ 27 ลูก เป็นสถิติน้อยสุดของลีกในฤดูกาลนั้น ส่วนตัว ลาปอร์ก ได้ลงเล่นในลีก 9 เกม

พอได้ปรีซีซั่นร่วมกับทีมเต็มที่ ลาปอร์กต์ กลายเป็นกองหลังคนสำคัญของทีม ในซีซั่นที่ผ่านมาลงเล่นไปทั้งหมด 51 เกม มี 5 ประตู 3 แอสซิสต์ ช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ทุกถ้วยภายในประเทศอย่างยิ่งใหญ่

 

4. มัทไธจ์ส เดอ ลิกต์

  • ปี 2019 จาก อาแย็กซ์ ไป ยูเวนตุส

  • ค่าตัว 67 ล้านปอนด์

แม็คไกวร์

เซ็นเตอร์แบ็คอนาคตไกลแห่งยุคเจ้าของรางวัลโกลเด้นบอย 2018 ตกลงปลงใจย้ายมาร่วมทัพเบียงโคเนรี่ด้วยค่าตัวมหาศาล ถือเป็นการทุ่มซื้ออนาคตของ ยูเวนตุส เพราะ จอร์โจ้ คิเอลลินี่ กับ เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ นั้นเริ่มร่วงโรงไปตามวัย

ซีซั่นที่แล้วของ เดอ ลิกต์ นั้นสร้างชื่อกระฉ่อนในเวทีแชมเปียนส์ลีกอย่างมากด้วยการทำลายหลายสถิติ ไม่ว่าจะเป็นกัปตันอายุน้อยสุดในรอบน็อคเอาท์ยูซีแอล (19 ปี 186 วัน)  แข้งกองหลังดัตช์อายุน้อยสุดที่ทำประตูได้ในยูซีแอลรอบน็อคเอาท์ (19 ปี 277 วัน) พาทีมเข้าถึงรอบรองชนะเลิศเป็นครั้งแรกในรอบ 22 ปี

แม็คไกวร์

แม้สุดท้ายจะไปไม่ถึงฝั่งฝัน แต่อาแย็กซ์ภายใต้การนำทัพของ เดอ ลิกต์ ก็ได้รับการซูฮกจากทั่วสารทิศว่าเป็นทีมดาวรุ่งที่เล่นได้อย่างสนุกมีพลัง จากนั้นมาชื่อของเขาก็เป็นข่าวโยงกับยักษ์ใหญ่หลายทีมทั้ง แมนฯ ยูไนเต็ด, บาร์เซโลน่า, ลิเวอร์พูล ก่อนสุดท้ายจะเป็น ยูเวนตุส ที่คว้าเอากองหลังดาวโรจน์คนนี้ไปครอง

ฤดูกาลที่จะถึงนี้ของ เดอ ลิกต์ จะเป็นปีแห่งการพิสูจน์ตัวเองว่าเขาจะสามารถรักษาฟอร์มรวมถึงพัฒนาฝีเท้ายกระดับการเล่นไปถึงระดับโลกเหมือนแข้งรุ่นพี่คู่หูในทีมชาติฮอลแลนด์อย่าง เฟอร์กิล ฟาน ไดจ์ค ได้หรือไม่ แต่การมี โบนุชชี่ กับ คิเอลลินี่ เป็นพี่เลี้ยงรวมกับศักยภาพของตัว เดอ ลิกต์ เองแล้ว หลายคนเชื่อว่าเจ้าหนูนี่สามารถไปไกลได้ถึงขั้นนั้นอย่างแน่นอน

 

3. ลูก้าส์ แอร์กน็องเดซ

  • ปี 2019 จาก แอต.มาดริด ไป บาเยิร์น มิวนิค

  • ค่าตัว 68 ล้านปอนด์

แม็คไกวร์

แข้งหน้าหล่อดีกรีแชมป์โลก 2018 กับทีมชาติฝรั่งเศส กลายเป็นนักเตะค่าตัวแพงสุดของ บาเยิร์น มิวนิค หลัง “เสือใต้” ใจถึงจ่ายค่าฉีกสัญญากว่า 80 ล้านยูโร (68 ล้านปอนด์) ให้กับ แอตเลติโก มาดริด กระชาก ลูก้าส์ แอร์กน็องเดซ มาเสริมแเกร่งหลังบ้านเพื่อสู้ศึกบุนเดสลีกาและถ้วยใหญ่ยุโรป ยูฟา แชมเปียนส์ลีก

จริง ๆ แล้วตำแหน่งถนัดของ ลูก้าส์ นั้นคือกองหลังตัวกลาง แต่ด้วยความเร็วความคล่องตัว รวมทั้งเทคนิคอันยอดเยี่ยม เล่นเกมรุกได้ดี เลยถูก ดิเอโก้ ซิเมโอเน่ นั้นถ่างมายืนแบ็คซ้ายอยู่บ่อยครั้ง ลากยาวไปจนถึงบอลโลก 2018 เมื่อ ดิดิเย่ร์ เดส์ช็อง นั้นใช้งาน ลูก้าส์ ในตำแหน่งแบ็คซ้ายทุกเกม ผลงาน 7 เกม 2 แอสซิสต์ ถือว่า ลูก้าส์ นั้นเป็นกำลังสำคัญคนนึงของทีมตราไก่ชุดแชมป์โลก

แม็คไกวร์

ด้วยผลงานกับ แอต.มาดริด ตั้งแต่ถูกดันขึ้นชุดใหญ่ในปี 2014 ตลอด 4 ฤดูกาลที่ผ่านมา ลูก้าส์ ลงเล่น 110 เกม มีผลงาน 1 ประตู 4 แอสซิสต์ ยิ่งผลงานกับทีมชาติฝรั่งเศสบอลโลกหนล่าสุดที่เราได้กล่าวไปเมื่อครู่นี้ ทำให้ทีมดังแห่งแคว้นบาวาเรียนั้นไม่ลังเลเลยที่จะฟาดเงินก้อนโตเพื่อนำ ลูก้าส์ มาเป็นอนาคตของทีม

ด้วยวัยเพียง 23 ปี แม้บางคนอาจจะมองว่าแพงไป แต่กูรูหลายคนเชื่อว่าการได้อยู่ทีมใหญ่อย่าง บาเยิร์น หากได้ลงเล่นอย่างสม่ำเสมอ แถม บาร์เยิร์น นั้นบอกว่าจะใช้งานเขาในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ค ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เขาถนัดที่สุด และด้วยตัวของ ลูก้าส์ เองนั้นก็มีศักยภาพพอที่จะพัฒนาเป็นกองหลังระดับโลกในอนาคตอันใกล้นี้เลยทีเดียว สุดท้ายแล้วเจ้าตัวจะทำได้ดีแค่ไหน เราจะได้เห็นพัฒนาการของเขาไปพร้อม ๆ กัน

 

2. เฟอร์จิล ฟาน ไดจ์ค

  • ปี 2017 จาก เซาธ์แฮมป์ตัน ไป ลิเวอร์พูล

  • ค่าตัว 75 ล้านปอนด์

 



แม็คไกวร์

เซ็นเตอร์จอมแกร่งแม่ทัพเกมรับของ “หงส์แดง” พิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นแล้วว่าค่าตัวที่ ลิเวอร์พูล นั้นจ่ายไป 75 ล้านปอนด์ เป็นการลงทุนแสนคุ้มค่าเพียงใด ผลงานของ ฟาน ไดจ์ค ตลอดหนึ่งฤดูกาลครึ่งนั้นแทบจะลบคำสบประมาทที่ว่า “แพงเวอร์เกินไป” จนแทบหมดสิ้น จนกลายเป็นวลีฮิตใหม่ในวงการลูกหนังที่ว่า “ถ้าใช้แล้วดี ไม่มีอะไรแพง”

ฟาน ไดจ์ค นั้นเป็นคนที่ เยอร์เก้น คล็อปป์ ชื่นชอบและต้องการได้มาขันแนวรับของทีมอย่างมาก หลังจากการเจรจาล่มไปเมื่อซัมเมอร์ 2017 คราวนี้ ลิเวอร์พูล เลิกโย้เย้ กลับมาพร้อมข้อเสนอตามที่ เซาธ์แฮมป์ตัน ต้องการ คว้าตัวเซ็นเตอร์เลือดดัตช์มาร่วมทัพด้วยค่าตัว 75 ล้านปอนด์ เป็นสถิติโลกในเวลานั้น (อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง “เฟอร์กิล ฟาน ไดจ์ค ภูผาหินแห่งหงส์แดง” คลิก)

แม็คไกวร์

เพียงแค่ครึ่งซีซั่นแรกการมาของ ฟาน ไดจ์ค นั้นยกระดับเกมรับของหงส์แดงขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ด้วยคาแรคเตอร์ผู้นำทำให้เขานั้นบัญชาเพื่อน ๆ ในแผงหลังได้อย่างยอดเยี่ยม กลายเป็นว่าซื้อ ฟาน ไดจ์ค คนเดียวยกเครื่องได้ทั้งแผง ช่วยทีมเข้าชิงแชมเปียนส์ลีกได้ทันที แม้จะต้องอกหักแต่ที่เห็นได้เลยคือทีมนั้นแข็งแแกร่ง เหนียวแน่นขึ้นอย่างชัดเจน

ซีซั่น 2018-19 ที่ผ่านมาถือว่าเป็นสุดยอดไฮไลท์ของเจ้าตัวในชีวิตการค้าแข้ง เมื่อช่วยให้ ลิเวอร์พูล คว้าไปถึง 97 แต้ม เสียประตูน้อยสุดและเก็บคลีนชีทได้มากสุดในลีก แม้จะจบแค่รองแชมป์ในลีก แต่ได้แชมป์ ยูฟา แชมเปียนส์ลีก พร้อมติดทีมยอดเยี่ยม รวมถึงได้รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของพีเอฟเอ แถมเป็นแคนดิเดทอันดับต้น ๆ ในการลุ้นคว้า บัลลง ดอร์ ปีนี้อีกต่างหาก

 

1. แฮร์รี่ แม็กไกวร์

  • ปี 2019 จาก เลสเตอร์ ไป แมนฯ ยูไนเต็ด

  • ค่าตัว 80 ล้านปอนด์

แม็คไกวร์

เปิดตัวกันไปแล้วสำหรับเจ้าของสถิติโลกคนล่าสุดอย่าง แฮร์รี่ แม็กไกวร์ เรียกได้ว่าเสร็จสมอารมณ์หมายกันไปทุกภาคส่วน ทั้งตัว แม็กไกวร์ ที่ได้ยกระดับฝีเท้ากับทีมที่ใหญ่ขึ้น ปีศาแดงได้จิ๊กซอว์สำคัญในแนวรับ เลสเตอร์ ฟาดกำไรอื้อซ่ารับค่าตัวมหาศาล รวมถึงบรรดาเร้ด อาร์มี่ ที่ต่างลุ้นดีลนี้ก็ได้โล่งอกกันเสียที

แม็กไกวร์ มีพัฒนาการที่ยอดเยี่ยม ครั้งที่อยู่ ฮัลล์ ซิตี้ แม้ไม่อาจช่วยให้ทีมรอดตกชั้นได้ แต่ด้วยฟอร์มอันโดดเด่นของเขาทำให้ เลสเตอร์ คว้ามาร่วมทีมด้วยค่าตัว 18 ล้านปอนด์ เป็นตัวหลักให้กับทีมได้ในทันที ด้วยฝีเท้าที่รุดหน้าไม่หยุดยั้งก้าวขึ้นไปติดทัพสิงโตคำรามหนึ่งในขุนพลสำคัญชุดลุยบอลโลก 2018 ที่รัสเซียอีกด้วย

แม็คไกวร์

ด้วยสไตล์การเล่นแบบเซ็นเตอร์สมัยใหม่ ช่วยให้ แม็กไกวร์ แตกต่าง โดดเด่นกว่ากองหลังอังกฤษคนอื่น เขามีความครบเครื่องทั้งการอ่านเกม ความนิ่ง ความเร็วที่พอใช้ได้ แข็งแกร่ง และด้วยความสูงกว่า 194 เซ็นติเมตร ลูกกลางอากาศนี่หายห่วง เล่นบอลกับเท้าได้ดี กล้าเลี้ยงกล้าลุย กับวัย 26 ปีที่ยังใช้งานได้อีกนานรวมถึงสัญชาติอังกฤษ ทั้งหมดนี้ส่งผลให้เจ้าตัวมีมูลค่าสูงกลายเป็นสถิติโลกคนใหม่

น่าติดตามเป็นอย่างยิ่งว่า แม็กไกวร์ จะช่วยให้แผงหลังของ แมนฯ ยูไนเต็ด แข็งแกร่งขึ้นได้อย่างที่แฟน ๆ และ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ คาดหวังไว้หรือเปล่า ถ้าหากเขาสามารถเล่นได้อย่างยอดเยี่ยมเหมือนสมัยอยู่ เลสเตอร์ หรือทำให้ปีศาจแดงนั้นกลับมาอยู่ในทิศทางที่ควรเป็นได้ทันทีในซีซั่นนี้ เชื่อว่าค่าตัวที่จ่ายไป 80 ล้านปอนด์นั้นจะถือว่าถูกไปเลย

 

ทั้งหมดนี้ก็เป็น “ท็อป 9 เซ็นเตอร์แบ็คที่แพงที่สุดในโลก” ทุกคนในลิสต์นั้นกำลังอยู่ในเส้นทางอาชีพ หลายคนผ่านการพิสูจน์ฝีเท้ามาบ้างแล้ว ส่วนอีกหลายคนก็ยังมีเครื่องหมายคำถามว่าแพงขนาดนี้จะเล่นได้สมราคาหรือเปล่า

เรามาลุ้นกันดีกว่าว่าคนที่ย้ายมาใหม่ในปีจะมีชะตากรรมเป็นอย่างไร รวมถึงเจ้าของบัลลังก์สถิติคนใหม่อย่าง แม็กไกวร์ จะตอบแทน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้คุ้มค่าทุกเพนนีสมกับที่บรรดาเร้ดเดวิลนั้นรอคอยหรือไม่? ติดตามไปพร้อม ๆ กันกับศึกบอลลีกยุโรป 2019-20 ที่กำลังจะเริ่มระเบิดความันส์ขึ้นแล้วในวันศุกร์นี้ !

 


iReallyLikeFootball.com เว็บไซต์ คอลัมน์ฟุตบอล บทความฟุตบอล ข่าวฟุตบอล สร้างสรรค์ผลงานจากความตั้งใจ โดยกลุ่มคนที่รักและชอบฟุตบอลเป็นชีวิตจิตใจ

“Football can make a friend, can make a life”

หากต้องการติดต่อสอบถามหรือขอลงโฆษณา email มาที่ ireallylikefootball@gmail.com
หรือติดต่อเราได้ที่ http://www.ireallylikefootball.com/contact

แสดงความคิดเห็น