ดราม่า เดอะซีรี่ส์ “ให้ความเสียใจมันเล่าเรื่อง” การแข่งขันฟุตบอลก็มีความเสียใจ ความดราม่า ไม่ต่างอะไรกับชีวิตคนเรา :’-/ รัก โลภ โกรธ หลง งมงาย มีความสุข หรือทุกข์ใจ ล้วนเป็นสัจธรรม

——————————————————–

อ่านตอนอื่นๆ ใน ดราม่า เดอะซีรี่ส์

EP. 1 – เทพบุตรเปียทองคำ โรแบร์โต้ บัจโจ้

——————————————————–

ดราม่า ปี 1996

 

โกลเด้นโกลด์ กับความกดดันในเวลาที่ไม่สมควร

เซาธ์เกต

 

ย้อนไปปี 1994 ทีมชาติอังกฤษ ภายใต้การคุมทัพของ เกรแฮม เทย์เลอร์ คว้าน้ำเหลวไม่เป็นท่า เมื่อไม่สามารถพา ทีมสิงโตคำราม ผ่านเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลกปี 1994 ได้ และแน่นอนว่า เทย์เลอร์ โดนเด้งทันที

ต่อมาเก้าอี้ถูกเปลี่ยนเป็นของ เทอร์รี เวนาเบิลส์ งานของ เวนาเบิลส์ ไม่มีอะไรมาก แค่เค้าและลูกทีมต้องเรียกศรัทธาทั้งหมดจากคนในชาติและแฟนบอลทั่วโลกให้กลับมาอีกครั้ง… โดยมีศึกฟุตบอลยูโร 1996 ในฐานะเจ้าภาพ เป็น “ตัวตัดสิน” ผนวกกับทัพสิงโตในยุคนั้น เต็มไปด้วยความกระหายของซุปเปอร์สตาร์ที่ผ่านความผิดหวังจากฟุตบอลโลกเมื่อสองปีก่อน และกำลังหิวโหยความสำเร็จเป็นอย่างมาก โดยรวมแล้ว อังกฤษ ชุดนี้ถือเป็นเต็ง 1 ของรายการเลยก็ว่าได้

นำทัพโดย

ฮ๊อตช๊อต อลัน เชียร์เรอร์ เพชรฆาตหมายเลขหนึ่ง จับคู่กับ เท็ดดี้ เชอริ่งแฮม การจับคู่ของสองกองหน้า ที่ผมกล้าพูดได้เต็มปากว่า จนถึงปัจจุบัน ยังไม่มีกองหน้าคู่ไหนในทีมชาติอังกฤษที่จับคู่กันแล้วจะลงตัวได้เท่า เชียร์เรอร์ กับ เชอริ่งแฮม

ห้องเครื่องในแดนกลางมี แกซซ่า พอล แกสคอยน์ เป็นกำลังหลัก ลีลา ความดุเด็ดเผ็ดมันส์ของเฮียแก เรียกได้ว่าคล้ายๆ มาราโดน่า ยังไงยังงั้น

เกมบุกริมเส้นก็ไม่ใช่เรื่องที่คู่แข่งจะวางใจได้ เพราะ สตีฟ แม็คมานามาน ที่คอยลากเลื้อยและป่วนทำเกมอยู่ตลอด

แดนกลางสุด Hardcore พอล อินซ์ ดุดันแค่ไหน? ตอบว่า น่าจะสูสีกับ วิเอร่า รอย คีน กัตตูโซ่

แบ็คซ้ายสุดสะเด่า ผู้เต็มเปี่ยมไปด้วย Passion สจ๊วต เพียร์ซ

สุดยอดแห่งเสาหลัก ปราการหลังสุดแกร่ง กัปตันทีม โทนี่ อดัมส์

 



เริ่มต้นทัวร์นาเมนต์ยูโร 1996…ทัพสิงโตโชว์ผลงานได้โดดเด่นตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่ม ลูกทีมของ เวนาเบิลส์ โชว์ความเก๋าของการเป็นเจ้าภาพด้วยการถล่ม ฮอลแลนด์ ไป 4-1 คว้าอันดับ 1 ของสาย เข้ารอบ 8 ทีมอย่างสมศักดิ์ศรีเจ้าภาพ

ยูโร 96

ผลงานสุดอลังการ กับสไตล์การเล่นที่เร้าใจ ความกระหายในชัยชนะ และ Feeling ที่ดุเด็ดเผ็ดมันส์ในการทำประตู ทำให้ความหวังของคนอังกฤษ และแฟนบอลทั่วโลกเริ่มมีแสงสว่างขึ้นเรื่อยๆ  แลดูเหมือนว่าสิงโตตัวนี้ กำลังจะบอกคนทั้งโลกว่า

“นี่คือ รังสิงโต” “นี่คือปี 1996” และ  “Three Lions is back!”

เชียร์เรอร์

 

…แต่ทว่า เวนาเบิลส์ และลูกทีมของเค้าหารู้ไม่ว่า “ของจริง” กำลังจะเริ่มต้น ความกระหายในชัยชนะ ความคึกคะนอง ความคาดหวังจากแฟนบอล ความได้เปรียบในการเป็นเจ้าภาพ สิ่งเหล่านี้อาจต้องสลายหายไป เมื่อ “ความกดดัน” เกิดขึ้น และเกิดขึ้น “ในเวลาที่ไม่สมควร” และอาจทำให้ทำให้เพื่อนเก่าที่คนอังกฤษคุ้นเคยเป็นอย่างดีที่ชื่อว่า “ดราม่า” อาจจะหวนกลับมาหาพวกเค้าอีกครั้ง…ทั้งที่เพิ่งจากลากันไปเมื่อสองปีก่อน

 

อังกฤษ เริ่มต้นเจอ “ของจริง” ตั้งแต่รอบ 8 ทีม และต้องปะทะกับ สเปน ซึ่งนับว่า เจ้ากระทิงดุ ในยุคนั้นยังคงเป็นแค่ หมูสนามจริง สิงสนามซ้อม ตามที่เค้าแซวกัน แต่อย่างไรก็ตาม สเปน ก็ยังสามารถต้านความร้อนแรงของ อังกฤษ ไว้ได้ จนถึงการดวลจุดโทษ และเป็น เดวิด ซีแมน นายทวารหน้าหนวด เป็นฮีโร่ เซฟประตูชี้ขาดและส่งอังกฤษ เข้ารอบต่อไป

ซีแมน

แม้ว่า อังกฤษ จะเข้ารอบ 4 ทีมต่อไปได้ แต่มันก็ยังเป็นคำถามที่ค้างคาใจหลายคนว่า “อังกฤษ ไม่สามารถจัดการ สเปน ในเวลา 90 นาที ได้เลยหรืออย่างไร?”

ในฐานะที่ขุมกำลังเพียบพร้อม แรงใจที่ฮึกเหิม เสียงเชียร์ที่ดังสนั่นในฐานะเจ้าถิ่น เหตุใดจึงต้องเสี่ยงวัดดวงกับ สเปน

หนึ่งวันให้หลังเกม อังกฤษ ปะทะ สเปน เป็นการแข่งขันระหว่าง เยอรมัน และ โครเอเชีย ผู้ชนะในคู่นี้จะต้องไปเจอกับเจ้าภาพอย่าง อังกฤษ ที่รอตัดเชือกสู่รอบชิง ผมเชื่อเลยว่า ทัพสิงโตที่กำลังคึกคะนองในตอนนั้น ไม่สนใจว่าจะต้องเจอกับใครในรอบต่อไป แม้หากเป็น คู่ปรับตลอดกาลอย่าง เยอรมนี พวกเค้าก็พร้อมลุยและพิสูจน์ตนเองว่าแชมป์ยูโร 1996 ต้องเป็นพวกเค้า

…และก็เป็นดังคาด เยอรมัน เอาชนะ โครเอเชีย ไป 2-1 เข้ารอบ 4 ทีม ไปเจอกับเจ้าภาพทีกำลังคึกคะนองเต็มที่

 

26 June 1996,

บิ๊กแมตช์หยุดโลก อังกฤษ ปะทะ เยอรมัน โดยวันนี้เจ้าภาพมาแปลก ขอเลือกสวมชุดทีมเยือน เอาเคล็ด

ทัพสิงโต ยิ้มแย้มแจ่มใส แววตามุ่งมั่นตั้งใจ เสริมด้วยแรงความคึกคะนอง จากเสียงเชียร์ที่ดังกระหึ่มใน เวมบลีย์

ผิดกับ ทัพอินทรีเหล็ก ของ แบร์ตี้ โฟล์ค ที่วันนี้สุขุม นิ่ง และขรึม แต่แววตาจริงจังและมีสมาธิอย่างมาก

เริ่มต้นได้ 3 นาที เสียงเฮใน เวมบลีย์ ดังสนั่นราวกับฟ้าร้อง ไม่มีอะไรวิเศษไปกว่านี้อีกแล้ว ฮ๊อตช๊อต อลัน เชียร์เรอร์ เบิกประตูให้ สิงโต ขึ้นนำ 1-0!!!

ยูโร 96

หลังเสียประตู ลูกทีมของ โฟล์ค ไม่ได้เสียสมาธิแต่อย่างใด กลับมุ่งมั่นและนิ่งขึ้นกว่าเดิม

จากนั้นนาทีที่ 16 เสียงที่เคยดังสนั่นก็เงียบลง ราวกับพายุสงบ เมื่อ สเตฟาน คุนซ์ ตีเสมอเป็น 1-1 อินทรีเหล็ก ได้สิ่งที่ต้องการเพียงแค่ 13 นาที หลังจากเสียประตูแรก

จากความคึกคะนองของเจ้าภาพ กลายเป็นความตึงเครียดในทันใด แววตาของ เทอรี่ เวนาเบิลส์ แสดงออกถึงความ “กังวลใจ” อย่างเห็นได้ชัด

เพราะเจ้าตัวรู้ดีว่า การถูกตีเสมออย่างรวดเร็ว สถานการณ์เช่นนี้มีผลต่อสภาพจิตใจของลูกทีม และหากไม่สามารถกลับมาขึ้นนำได้อีก ก็จะเป็นการ “เข้าทาง” กับบทบาทของ “อินทรีย์เหล็ก” ที่ตั้งใจวางหมากมาในวันนี้

ระหว่างเกมหลายครั้งที่ อังกฤษ เฉียดได้ประตู แต่ก็เฉี่ยวไปเฉี่ยวมา เรียกได้ว่า หมดโชค จนต้องดวลจุดโทษตัดสิน

ยูโร 96

สีหน้าและแววตาของทัพสิงโต สภาวะอารมณ์ ได้เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดกับตอนเริ่มเกม “ความกดดัน” ได้ถือกำเนิดขึ้นในเวลาที่ไม่เหมาะสมเสียแล้ว และเพื่อนเก่าที่ชื่อ “ดราม่า” กำลังรออยู่หน้าประตูบ้าน และเคาะเรียกให้พวกเค้าเปิดประตูรับอยู่เป็นระยะๆ

 

เชียร์เรอร์ แพล็ท เพียร์ซ แกสคอยน์ และเชอริ่งแฮม ทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่ลูกทีมของ โฟล์ค ก็สมบูรณ์แบบไม่แพ้กัน ทำให้เสมอกันที่ 5-5

 



โกลเด้น โกลด์ จึงถูกใช้เป็นเครื่องมือของมัจจุราช ในการตัดสินชะตาชีวิตของสิงโตคำราม ว่าจะได้ตัดเชือกเข้าชิงสำเร็จหรือไม่!!??

แกเร็ธ เซาธ์เกต คือ เหยื่อรายแรกของมัจจุราช เค้าถูกเลือกให้เป็นผู้ตัดสินชะตาชีวิตของสิงโตคำราม

ความคาดหวังจากแฟนบอล ความกระหายในชัยชนะ ความมุ่งมั่น ความต้องการไปต่อ ความต้องการพิสูจน์ตัวเอง ความเป็นเจ้าภาพ ความเป็นทีมมหาชน ความมีศักศรีดิ์ของการเป็นผู้นำวงการลูกหนัง ความเป็นเต็ง 1

ทว่า…”ความ” ทั้งหมดถูกสยบด้วย “ความ” เดียว คือ “ความกดดัน” ความกดดันที่ เซาธ์เกต ใช้เท้าขวาของเค้าแบกรับเอาไว้ จนทำให้บอลที่เค้ายิง เลียดไปทางด้านซ้ายมือของตนเอง พุ่งไปอย่างช้าๆ และไม่เข้ามุมพอ จนถูก คอร์เก้ ตะปบไว้

เซาธ์เกต

กองหลังวัย 26 ปี รู้ตัวทันทีกับสิ่งที่เกิดขึ้นและผลที่จะตามมา เซาธ์เกต แทบไม่กล้าหันกลับไปมองเพื่อนร่วมทีมที่ร่วมลุ้นอยู่กลางสนาม เพราะตนรู้ดีว่า สถานการณ์ในทีม ณ ตอนนั้นเลวร้าย “ดราม่า” แค่ไหน

แต่ความ “ดราม่า” ยังไม่สุด เพราะ เยอรมัน ยังต้องลุ้นต่ออีกหนึ่งคน และต้องยิงเข้าถึงจะชนะ

ซึ่งโอกาสของ อังกฤษ ยังมี เพราะอย่างน้อย หาก ซีแมน เซฟได้ ก็ถือว่าเสมอกัน 5-5

แต่ อังเดรส โมลเลอร์ คือ ผู้สังหารหมายเลข 6 ของ ทัพอินทรีย์เหล็ก

เราทุกคนต่างรู้ดีว่า หาก โมลเลอร์ ต้องรับหน้าที่เป็นผู้ชี้ขาดแล้วละก็ ผลจะออกมาเป็นเช่นไร เราทุกคนต่างรู้ผลตั้งแต่เค้ายังไม่ก้าวเท้าเลยด้วยซ้ำ แทบจะจินตนาการไม่ออกเลยว่าความผิดพลาดจะออกมาจากกัปตันทีมอินทรีย์เหล็กผู้นี้ได้อย่างไร

และ…เซาธ์เกต เวเนเบิ้ล ทัพสิงโตทุกคน เองก็คิดแบบนั้นเช่นกัน

ถึงตรงนี้ผมขอให้ภาพเล่าเรื่องแล้วกันครับว่า ความ “ดราม่า” ใช้ชีวิตของมันยังไง…

[อ่านบทความที่คล้ายกัน : 20 แมตช์สุดยอดเยี่ยมตลอดกาลศึกฟุตบอลยูโร]

[อ่านบทความที่คล้ายกัน : “The Ultimate Three Lions” ทีมชาติอังกฤษที่ไม่มีจริง]

 

เซาธ์เกต

เซาธ์เกต

ยูโร 96

ยูโร 96

ยูโร 96

เซาธ์เกต

ยูโร 96


iReallyLikeFootball.com เว็บไซต์ คอลัมน์ฟุตบอล บทความฟุตบอล ข่าวฟุตบอล สร้างสรรค์ผลงานจากความตั้งใจ โดยกลุ่มคนที่รักและชอบฟุตบอลเป็นชีวิตจิตใจ

“Football can make a friend, can make a life”

หากต้องการติดต่อสอบถามหรือขอลงโฆษณา email มาที่ ireallylikefootball@gmail.com
หรือติดต่อเราได้ที่ http://www.ireallylikefootball.com/contact

แสดงความคิดเห็น