ดราม่า เดอะซีรี่ส์ “ให้ความเสียใจมันเล่าเรื่อง” การแข่งขันฟุตบอลก็มีความเสียใจ ความดราม่า ไม่ต่างอะไรกับชีวิตคนเรา :’-/ รัก โลภ โกรธ หลง งมงาย มีความสุข หรือทุกข์ใจ ล้วนเป็นสัจธรรม

ดราม่า ปี 1994

การพลาดจุดโทษของเทพบุตรเปียทองคำ

ปี 1993 ความสุขสมชื่นมื่น มาพร้อมเสียงปรบมืออันกึกก้องของชาวอิตาลีและคนทั้งโลก หลังทราบผลประกาศว่า เจ้าของรางวัล บัลลง ดอร์ คือ โรแบร์โต้ บัจโจ้ เทพบุตรเปียทองคำ ศูนย์หน้าชาวอิตาลี สุภาพบุรุษนักฟุตบอลมากพรสววรค์ที่มาพร้อมผมเปียอันเป็นเอกลักษณ์ และลีลาฝีเท้าที่โคตรมหากาฬแห่งความสวยงามและคลาสสิค

 

ในช่วงนั้น ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่า บัจโจ้ คือ นักฟุตบอลอันดับ 1 ของโลก เค้าพา ยูเวนตุส ต้นสังกัด คว้าแชมป์สูงสุดของยุโรป และทำสถิติลงสนามใน เซเรีย อาร์ ไป 200 นัด ซัดไป 100 ประตู พร้อมอัตราความสำเร็จในการสร้างสรรค์เกมอีกนับไม่ถ้วน ใครเกิดไม่ทันหรือนึกฝีมือพ่อหนุ่มคนนี้ไม่ออก ให้นึกถึง เมสซี่ ในปัจจุบัน แต่เป็น เมสซี่ ที่มีผมเปีย แม้จะไม่เร็วเท่า เมสซี่ แต่เติมเต็มด้วยความคลาสสิค และความสวยงามของฟุตบอลที่ บัจโจ้ สร้างขึ้นในแบบของตัวเอง

โรแบร์โต้ บัจโจ้

โรแบร์โต้ บัจโจ้

ขึ้นปี 1994 หลังจบฤดูกาลฟุตบอลลีก ฟุตบอลโลก 1994 ได้เริ่มต้นขึ้น คนทั่วโลกต่างจับตามองซุปเปอร์สตาร์อันดับ 1 ในขณะนั้น ซึ่ง บัจโจ้ ก็ไม่ทำให้แฟนบอลผิดหวัง แม้เค้าจะมีอาการบาดเจ็บและไม่ได้ลงสนามในรอบแบ่งกลุ่ม ซึ่งส่งผลชัดเจนกับ อิตาลี ที่ทุลักทุเลเข้ารอบ 16 ทีมอย่างหืดจับ แต่เมื่อฟุตบอลโลก 1994 ของ บัจโจ้ เริ่มต้นขึ้นในรอบ 16 ทีม อิตาลี เหมือน เกิดใหม่ และเหมือน บัจโจ้ กำลังบอกทีมคู่แข่งและคนทั้งโลกว่า เค้า “ต่อให้ก่อน”

 

ลงสนามนัดแรก ซัดประตูตีเสมอ ไนจีเรีย และยิงจุดโทษเป็นประตูชัยในช่วงต่อเวลา extra time

นัดที่สอง ยิงประตูชัยก่อนหมดเวลาสองนาที สร้างความเจ็บปวดสุดๆ ให้กับ สเปน

เข้าตัดเชือกกับ บัลแกเรีย เหมาคนเดียวสองประตูในครึ่งแรก พา อิตาลี เข้าชิง ลุ้นแชมป์สมัยที่ 4

โรแบร์โต้ บัจโจ้

 

รวมแล้ว บัจโจ้ ซัดไป 5 ตุง หลังจากเพิ่งลงสนามไปได้ 3 นัด พา อิตาลี รุกจากขอบหลุม ขึ้นมาผงาดเข้าชิงกับ บราซิล ได้ในที่สุด ความหวังของคน อิตาลี กับการคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 4 กลับมาอีกครั้ง ทั้งที่เกือบถอดใจไปแล้วตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่ม ไม่มีคำคัดค้านแต่อย่างใดว่าเป็นเพราะ เทพบุตรเปียทองคำ คนนี้ ที่ทำให้เกิดความมหัศจรรย์นี้ขึ้นบนพื้นหญ้าสีเขียว บัจโจ้ รังสรรค์โอกาสและเป็นแรงผลักดันให้ผู้ร่วมทีมอีก 10 คนในสนามได้อย่างพอดีและเหมาะสม

แต่ทว่า…พื้นหญ้าสีเขียวนี้เอง กลับสร้างความ “ดราม่า” ให้กับเค้า

 

นัดชิงชนะเลิศกับ บราซิล ด้วยรูปเกมที่สูสี และความกดดันของทั้งสองฝ่ายทำให้ในเกมเสมอกันไป 0-0

การดวลจุดโทษชี้ขาดจึงต้องตัดสินชะตาชีวิตของทั้งสองทีม และเป็นการตัดสินชะตาชีวิตของ บัจโจ้ เช่นกัน…

สถานการณ์เช่นนี้ บีบหัวใจเหลือเกิน…ความกดดันทำให้ 2 จุดโทษแรก ไม่มีประตูเกิดขึ้นจากทั้งสองทีม

จนกระทั้งสกอร์จุดโทษเสมอกันที่ 2-2 ความดราม่าจึงบังเกิด เมื่อผู้สังหารคนที่สี่ของ อิตาลี ดาเนี่ยล มัซซารี่ ทำพลาด ส่งผลให้สถานการณ์ของ บราซิล ลดความกดดันลง เพราะหากพลาด ก็ยังเสมออยู่ที่สกอร์เดิม

แต่การพอใจแค่เสมอไม่ใช่วิถีของ แซมบ้า เมื่อกัปตัน คาร์ลอส ดุงก้า บุรุษสังหารหมายเลขสี่ของบราซิล จบสกอร์ด้วยความเยือกเย็นและเด็ดขาด ทำให้ บราซิล ขึ้นนำ 3-2 บรรยากาศการนอนข้างขอบหลุมเมื่อรอบแบ่งกลุ่มของ อิตาลี กลับมาอีกครั้ง เพราะเหลือโควต้าอีกแค่คนเดียว

และโควต้าเดียวนั้น คือผู้สังหารหมายเลขห้า ผู้เคยพา อิตาลี ขึ้นจากขอบหลุม โรแบร์โต้ บัจโจ้

ความดราม่า คือ หน้าที่ของ บัจโจ้ ทำได้เพียงการยิงเข้าเพื่อต่ออายุให้ทีมของเค้าตีเสมอเป็น 3-3 แต่หากพลาด คือ “ดราม่า” แห่งหายนะ…

แน่นอนว่า ทุกสายตาในสนาม สายตาจากผู้สื่อข่าว คนอิตาลีทั้งประเทศ แฟนบอลทั่วโลก พุ่งตรงมายังเค้า คนล้านๆ คนคาดหวังกับคนๆ เดียว ความกดดัน ภาระหน้าที่ มากเกินกว่าที่ บัจโจ้ จะรับไหว สีหน้าของเค้าแสดงเห็นถึงความกดดันได้อย่างชัดเจน ผมเชื่อว่าภาพในหัวของ บัจโจ้ ในขณะยืนรอสัญญาณจากผู้ตัดสิน คงมีแต่ภาพของความล้มเหลว ความเสียใจและน้ำตา ที่จะเกิดขึ้นหากเค้าทำอะไรพลาดไปจากเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วินาทีต่อจากนี้ 

บอลพุ่งออกจากเท้าของ บัจโจ้ ลอยเหนือพื้นหญ้าสีเขียวที่เค้าคุ้นเคย และโด่งข้ามคานด้านขวามือของ ทราฟฟาเอล ที่พุ่งไปคนละทาง

ขอแค่ตรงกรอบแค่นั้น เทพบุตรเปียทองคำ ก็จะเป็นคนปลุก อิตาลี ขึ้นจากขอบหลุมอีกครั้ง แต่ชีวิตไม่ได้สุขสมไปตลอด ความ “ดราม่า” มาเยือน ทันทีที่เค้าเห็นผลงานของตัวเอง บัจโจ้ ก้มหน้าและเข่าอ่อนฟุบลงกับพื้นอย่างน่าเห็นใจ ส่งผลให้ บราซิล ชนะจุดโทษไป 3-2 คว้าแชมป์โลกสำเร็จ

การพลาดจุดโทษของ บัจโจ้ ทำให้ คนล้านคนเสียใจร้องไห้ แต่ บัจโจ้ เองเสียใจเป็นล้านเท่าของคนล้านคน ทัวร์นาเม้นต์ที่เค้าเปิดตัวได้อย่างสวยงามและดึงความหวังจากแฟนบอลให้กลับมาศรัทธาอีกครั้ง กลับจบลงด้วยเท้าขวาของเค้าเอง

 

 

โรแบร์โต้ บัจโจ้

 

โรแบร์โต้ บัจโจ้

โรแบร์โต้ บัจโจ้

 

หลังจากฟุตบอลโลกปี 1994 ของ บัจโจ้ จบลงอย่าง “ดราม่า” ความกดดัน ความผิดหวังทั้งหมดทั้งมวลที่ถาโถมใส่เค้า ไม่เหมือนกับเกมฟุตบอลที่จบลงไปแล้ว เพราะความ “ดราม่า” ยังคงไม่จบลงง่ายๆ บัจโจ้ ประสบปัญหามากมายในการใช้ชีวิต เค้าถูกขู่ฆ่า ถูกด่า ถูกสื่อวิจารณ์ ถูกจับตามอง นั่นเพราะความคาดหวังแปรเปลี่ยนเป็นความผิดหวัง และนำมาซึ่งความเสียใจ แต่ชีวิตยังต้องไปต่อ บัจโจ้ ยังต้องลุยต่อในฐานะนักฟุตบอล สิ่งที่ผ่านมาแล้วแก้ไขอะไรไม่ได้ ความ “ดราม่า” พ่ายแพ้ผิดหวังในวันนี้ ไม่ได้แปลว่าวันหน้ายังต้องผิดหวังอีก ชีวิตมีจังหวะของมัน ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป หลังจบฟุตบอลโลก 1994 คุณรู้ไหมว่า บัจโจ้ ไปต่อในแบบที่ยังคงเป็นขวัญใจแฟนบอลทั้งโลก หรือจมปรักกับความ “ดราม่า” ลองพูดคุยแชร์ความคิดเห็นของคุณสิครับ 😉

 


iReallyLikeFootball.com เว็บไซต์ คอลัมน์ฟุตบอล บทความฟุตบอล ข่าวฟุตบอล สร้างสรรค์ผลงานจากความตั้งใจ โดยกลุ่มคนที่รักและชอบฟุตบอลเป็นชีวิตจิตใจ

“Football can make a friend, can make a life”

หากต้องการติดต่อสอบถามหรือขอลงโฆษณา email มาที่ ireallylikefootball@gmail.com
หรือติดต่อเราได้ที่ http://www.ireallylikefootball.com/contact

แสดงความคิดเห็น