ในโลกของฟุตบอล การที่นักฟุตบอลระดับตำนานซักคนผลิตทายาททางสายเลือดของตัวเองออกมา ยิ่งถ้าเป็นลูกชายแล้ว ย่อมหนีไม่พ้นการถูกจับตามองจากหลายฝ่ายว่าจะสามารถก้าวขึ้นมาโชว์ฝีเท้าได้ทัดเทียมรุ่นพ่อ อย่าง จอร์จ เวอาห์ ถึงลูกชาย ทิโมธี เวอาห์ เจ้าหนูกองหน้าวัย 18 ปี ที่ตอนนี้สังกัดอยู่บิ๊กเนมเมืองน้ำหอมอย่าง ปารีส แซงต์ แชร์กแมง หรือ คริสเตียโน โรนัลโด้ จูเนียร์ สังกัด ทีมเยาวชนของ ยูเวนตุส ที่ตอนนี้เริ่มฉายแววและถูกตั้งความหวังไว้สูงว่าจะเป็นระดับโลกได้อย่าง คริสเตียโน โรนัลโด้ พ่อของเค้า

อย่างไรก็ตาม มันไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป!!! ดีเอ็นเอฝีเท้ามันไม่อาจสืบทอดกันได้ง่ายๆ วันนี้ iReallyLikeFootball.com จะพาไปรู้จักกับคู่พ่อ-ลูกนักฟุตบอลระดับโลก ที่ “เคย” หวังจะโชว์ลีลาลูกหนังสืบต่อกันรุ่นต่อรุ่น แต่ก็ล้มเหลวไม่อาจเทียบชั้นคุณพ่อได้เลย งานนี้เลยทำให้ ลูกไม้จึงตกไกลต้น ซะอย่างงั้น!!!…

 

เหลวเป๋วที่ 1 | เอียนไรท์ และ ฌอน ไรท์ – ฟิลลิปส์

นักฟุตบอล

แน่นอนว่าหากใครได้ดูฟุตบอลในช่วงประมาณยุค 1990 คงไม่มีใครไม่รู้จัก โคตรกองหน้าจอมถล่มประตูอย่าง เอียน ไรท์ แน่นอนเพราะแข้งรายนี้สร้างชื่อเอาไว้อย่างมาก สำหรับเส้นทางอาชีพนั้น ไรท์ เริ่มเล่นฟุตบอลอาชีพกับ คริสตัน พาเลซ เมื่ปปี 1985 ซึ่งก็สามารถทำผลงานได้ดีทันทีจนก้าวไปติดทีมชาติอังกฤษได้แบบไม่นานนัก หลังจากนั้นไม่นานหัวหอกร่างยักษ์ก็โยกย้ายข้ามถิ่นไปอยู่กับ อาร์เซน่อล เมื่อปี 1991 ซึ่ง ณ สถานที่แห่งนี้เอง เจ้าตัวทำสถิติซัดประตูระเบิดตาข่าย ยิงทะลุทะลวง พุ่งทะยานฟ้า ท้าอากาศ (พอก่อน!!) ให้กับทัพปืนใหญ่มากถึง 185 ประตู ซึ่งได้กลายเป็นสถิติถล่มประตูมากที่สุดในเวลานั้นของปืนใหญ่ (ก่อนที่จะถูกทำลายโดยเธียรี่ อองรี) หลังจากทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมและกวาดแชมป์ไปมากโข ไรท์ ก็อำลาถิ่นอาร์เซนอล ก่อนจะยุติอาชีพลูกหนังกับเบิร์นลีย์ ในที่สุด

จนมาถึงรุ่นลูกอย่าง ฌอน ไรท์ – ฟิลลิปส์ นั้น แม้ไม่อาจกล่าวว่าทั้งคู่เป็นทายาททางสายเลือด แต่ต้องบอกว่า ไรท์ – ฟิลลิปส์ คือคนที่ตำนานตลอดกาลของปืนใหญ่นั้นรักเปรียบประดุจดั่งลูกชายแท้ๆ ของเขาเลยทีเดียว อย่างไรก็ตามหากเปรียบกันระหว่างเรื่องความสำเร็จในอาชีพค้าแข้งนั้น ลูกเลี้ยงคนนี้อาจจะยังห่างไกลผู้เป็นพ่อมากนัก…

ดาวเตะสัญชาติอังกฤษอย่าง ฌอน ไรท์ – ฟิลลิปส์ ผู้มีส่วนสูงเพียง 165 เซนติเมตร เริ่มต้นอาชีพค้าแข้งได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจจากการร่วมอคาเดมีของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จนก้าวมาติดทีมชุดใหญ่และเล่นให้กับทีมแห่งเมืองแมนมากถึง 6 ฤดูกาล ก่อนที่เจ้าตัวจะถูกคู่แข่งร่วมลีกอย่าง เชลซี กระชากไปร่วมทัพเมื่อปี 2004 แต่ก็ไม่อาจยึดตำแหน่งตัวจริงในทัพสิงห์บลูส์ยุคที่ทุ่มเงินกว้านซื้อสตาร์ดังมาร่วมทีมได้ ทำให้ต้องเก็บกระเป๋ากลับบ้านเก่าที่รังเรือใบสีฟ้าเมื่อปี 2008 แต่ก็เหมือนเคราะห์ซ้ํากรรมซัดเมื่อ แมนฯ ซิตี้ ในช่วงนั้นดันเข้าสู่ยุคเปลี่ยนผ่านที่ใช้เงินซื้อความสำเร็จพอดี ทำให้ต้องอำลาทีมไปแบบไม่ค่อยได้รับโอกาสนัก ซึ่งในปัจจุบันนี้นั้นคุณน้า ไรท์ – ฟิลลิปส์ ในวัย 36 ปียังคงโลดแล่นค้าแข้ง ณ เมืองลุงแซม ฟินิกซ์ ไรซ์ซิง ในลีกฟุตบอลชายอาชีพของอเมริกา (คนละอันกับเมเจอร์ลีกซอคเกอร์ที่เบ็คแฮมเคยเล่น) ซึ่งไม่ต้องบอกว่าพ่อ-ลูกคู่นี้ใครปังมากกว่ากันเนอะ

 



 

เหลวเป๋วที่ 2 | เดวิด เบ็คแฮม และ บรู๊คลิน เบ็คแฮม

นักฟุตบอล

เดวิด เบ็คแฮม อดีตนักฟุตบอลทีมชาติอังกฤษ ผู้ซึ่งโด่งดังเป็นพลุแตกกับยอดทีมแห่งพรีเมียร์ลีก อังกฤษ (ในเวลานั้นนะ อะฮิๆๆ) เบ็คแฮมเป็นเด็กในคาถาของของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาตั้งแต่วัยแบเบาะ พร้อมทั้งพาต้นสังกัดกวาดรางวัลเป็นว่าเล่นมากมาย ไม่ว่าจะเป็น แชมป์พรีเมียร์ ลีก 6 สมัย, เอฟเอ คัพ 2 สมัย และรายการยุโรปอย่าง ยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีก อีก 1 สมัย ก่อนที่จะโยกข้ามฝากไปจอยแดนกระทิงดุเพื่อสร้าง เรอัล มาดริด ยุคกาลาติกอส แบบจบไม่สวยกับปีศาจแดงนัก อย่างไรก็ตามเจ้าตัวก็ยังสามารถต่อยอดความสำเร็จของตัวเองได้ด้วยการพาราชันชุดขาวสอย แชมป์ลาลีกา ไปครองอีกสมัย และจบเส้นทางอาชีพค้าแข้งกับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง แบบสุดยิ่งใหญ่และยังเป็นไอคอนลูกหนังมาจนถึงยุคปัจจุบัน

แต่สิ่งต่างๆ เหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับ บรู๊คลิน เบ็คแฮม ลูกชายคนโตของเขากับ วิคตอเรีย เบ็คแฮม ภรรยาคนดังของป๋าเบ็ค โดยในวัยเด็กนั้น บรู๊คลิน ชื่นชอบฟุตบอลและมีแววที่สุดในการสืบสานฝีเท้าจากคุณพ่อ แต่สุดท้ายก็ผิดคาดจากที่คิดเอาไว้ บรู๊คลิน ได้เข้าทดสอบฝีเท้ากับ อาร์เซน่อล ทว่าไม่อาจทำให้สโมสรดังจากลอนดอนประทับใจได้ นั่นทำให้เส้นทางการเป็นนักฟุตบอลของ บรู๊คลิน นั้นยากลำบาก จนสุดท้ายเจ้าตัวก็หันเหจากเส้นทางการค้าแข้งออกไปสู่แวดวงฮอลีวูดเต็มตัว และแน่นอนว่าหากเปรียบเทียบระหว่างตำนานนักเตะอย่าง เดวิด และ บรู๊คลิน เบ็คแฮม ลูกชายของเขา ต้องบอกว่า บรู๊คลิน ไม่สามารถเทียบฝีเท้ากับเทพบุตรสุดหล่ออย่างป๋าเบ็คส์ได้เลยล่ะครับ

 

เหลวเป๋วที่ 3 | โยฮัน ครัฟฟ์ และ ยอร์ดี้ ครัฟฟ์

นักฟุตบอล

ไม่สาธยายความยอดเยี่ยมให้เมื่อยตุ่ม เราก็เชื่อว่าแฟนลูกหนังทั่วโลกเกือบทั้งหมดล้วนจะต้องเคยได้ยินชื่อของ โยฮัน ครัฟฟ์ ผ่านหูมาแน่นอน ตำนานผู้ยิ่งใหญ่ของ เนเธอแลนด์ และ บาร์เซโลนา ผู้เติบโตมากับทีมในบ้านเกิดอย่าง อาแจกซ์ เริ่มต้นชีวิตนักเตะมายาวนานถึง 20 ปีพร้อมกวาดถ้วยแชมป์ไปครองมากมาย พร้อมได้รับการเฉิดชูเกียรติด้วยฉายาสุดยิ่งใหญ่ว่าเป็น “นักเตะเทวดา” เท่านั้นยังไม่พอโคตรตำนานอัศวินสีส้มผู้ล่วงลับรายนี้ยังต่อยอดความสำเร็จ ด้วยสร้างความสุดยอดในเส้นทางการคุมทีมตลอดระยะเวลา 28 ปีอีกด้วย โดยเฉพาะช่วงเวลา 8 ปีคือทั้งหมดที่เขาใช้ในการชุบชีวิตยักษ์บาดเจ็บอย่าง บาร์เซโลน่า ให้กลายเป็นเจ้าแห่งยุโรปและคว้าถ้วยรางวัลรายการสำคัญไปทั้งหมด 11 โทรฟี่ รวมถึงแชมป์ลีก 4 สมัย, โกปา เดล เรย์ 1 สมัย และ ยูโรเปี้ยน คัพ 1 สมัย จนทุกวันนี้ชื่อของ โยฮัน ครัฟฟ์ ยังติดตราฝังตรึงอยู่ในใจแฟนบอลไม่เจือจาง

ความยิ่งใหญ่ของ ครัฟฟ์ นั้น ก็พยายามถ่ายดีเอ็นเอแก่ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนอย่าง ยอร์ดี้ ครัฟฟ์ เช่นเดียวกัน เมื่อไม่นานหลังจากที่ตำนานโลกลูกหนังเริ่มต้นคุม บาร์ซ่า ในปี 1985 เขาก็หนีบลูกชายมาเข้าร่วมทีมเยาวชนของ อาซูลกราน่า เมื่อปี 1988 ทันที และอีกห้าปีต่อมาเจ้าตัวก็ดัน ครัฟฟ์น้อย ขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ทันที ทว่าตลอดช่วงเวลาที่คัมป์นูนั้น ยอร์ดี้ ครัฟฟ์ได้โอกาสลงเล่นในทีมชุดใหญ่ของบาร์ซ่าไปเพียงน้อยนิด จนถูกปะป๊าดันให้ไปเล่นกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ท่ามกลางเสียงค่อนแคะว่าได้เส้นจาก โยฮัน อย่างไรก็ตามเจ้าตัวก็ไม่อาจแจ้งเกิดบนเส้นทางลูกหนังตามรอยคุณพ่อได้เลย เพราะเมื่อผ่านไป 4 ฤดูกาลในรัง ปีศาจแดง ยอร์ดี้ ก็ต้องเพนจรไปเล่นกับทีมระดับกลางอย่าง อลาเบส และ เมตัลลูร์ก โดเน็ตส์ค ก่อนจะแขวนสตั๊ดไปเงียบๆ กับ วาเลตต้า ทีมในลีกมอลต้าในปี 2010 เป็นที่เห็นอย่างแจ่มชัดว่า ยอร์ดี้ ไม่แม้แต่จะใกล้เคียงที่จะเข้าไปเทียบชั้นกับความยิ่งใหญ่ของคุณพ่ออย่าง โยฮัน ครัฟฟ์ ได้เลย

 



 

เหลวเป๋วที่ 4 | ซีเนดีน ซีดาน และ เอนโซ ซีดาน

นักฟุตบอล

ซีเนดีน ซีดาน เป็นหนึ่งในนักฟุตบอลที่ดีที่สุดของโลก เขาได้ชื่อว่าเป็นกองกลางเบอร์ 10 ขนานแท้ โดย ซีดาน มีมันสมองของการทำเกมรุกที่ดีเยี่ยม การผ่านบอลที่แม่นยำ และเทคนิคเฉพาะตัวที่สุดยอด มีคนกล่าวไว้ว่าท่วงท่าของ ซีดาน นั้นสวยงามและคลาสสิคที่สุดยามเมื่อเค้าเลี้ยงบอล ซึ่งทีมที่สร้างชื่อให้กับ ซีดาน ก็คือ ยูเวนตุส ก่อนที่ซีดานจะย้ายไปอยู่กับโคตรทีมอย่าง เรอัล มาดริด และกวาดแชมป์ได้มากมาย จนกระทั้งแขวนสตั๊ดก็ยังก้าวขึ้นมาเป็นตำนานและสานต่อความยิ่งใหญ่ด้วยการคุมทีมกวาดแชมป์ไปมากมาย ก่อนที่จะอำลาสโมสรไปทั้งๆ ที่เพิ่งพาทีมผงาดคว้าแชมเปี้ยนส์ลีกไปครองได้เป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกัน ท่ามกลางความเสียดายของสาวกราชันชุดขาวนับล้าน

แข้งเชื้อสายแอลจีเรียนั้นมีลูกชายคนโตที่ตั้งความหวังในอาชีพฟุตบอลไว้อย่างสูง นั่นก็คือ เอนโซ ซีดาน โดยเจ้าตัวให้ลูกชายเข้ามาเป็นผู้เล่นในทีมเยาวชนของ เรอัล มาดริด ตั้งแต่ปี 2004 โดยเล่นในตำแหน่งกองกลางตามรอยคุณพ่อโดยตรง อย่างไรก็ตามเส้นทางการค้าแข้งของ เอนโซ นั้นไม่ได้โปรยด้วยกลีบกุหลาบเฉกเช่นคุณพ่อ แม้ตลอดระยะเวลา 4 ปีกับทีมสำรองของ มาดริด เอนโซ จะได้รับโอกาสลงสนามรวมกันไปมากกว่า 72 นัดและยิงไปทั้งสิ้น 7 ประตู ทว่าแข้งรายนี้ก็ยังไม่เคยได้ลงเล่นให้ โลส บลังโกส ชุดใหญ่เลยสักครั้ง

ก่อนที่สุดท้ายลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของ ซีดาน จะถูกปล่อยตัวไปให้กับ อลาเบส เมื่อปี 2017 กระนั้นก็แทบจะไม่ได้ลงเล่นเลย และปัจจุบันเจ้าตัวก็ถูกส่งไปเล่นแบบจำกัดจำเขี่ยกับ ราโย่ บาเยกาโน่ ใน เซกุนด้า ลีกา ฉะนั้นจึงยากเหลือเกินที่จะเอา เอนโซ มาเปรียบเทียบกับตำนานอย่างผู้เป็นพ่อได้

 

คงต้องบอกว่ามีปัจจัยหลายด้านเหลือเกินที่ทำให้เส้นทางของลูกชายของอดีตดาวเตะชื่อดังเหล่านี้ บางคนไปไม่ถึงอีกฟากหนึ่งของดวงดาว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของชื่อเสียงของผู้เป็นบิดาที่มีมากจนสร้างความกดดันให้แก่เหล่าลูกชาย, ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของนักเตะสมัยนี้ และแน่นอนการฝึกซ้อม + พรสวรรค์ สำหรับวันนี้เรื่องราวของพ่อลูกนักฟุตบอลที่เรามาเสนอก็มีเพียงเท่านี้ ไว้พบกันใหม่โอกาสหน้า สวัสดีครับ

 


iReallyLikeFootball.com เว็บไซต์ คอลัมน์ฟุตบอล บทความฟุตบอล ข่าวฟุตบอล สร้างสรรค์ผลงานจากความตั้งใจ โดยกลุ่มคนที่รักและชอบฟุตบอลเป็นชีวิตจิตใจ

“Football can make a friend, can make a life”

หากต้องการติดต่อสอบถามหรือขอลงโฆษณา email มาที่ ireallylikefootball@gmail.com
หรือติดต่อเราได้ที่ http://www.ireallylikefootball.com/contact

แสดงความคิดเห็น