ฟุตบอล พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ 2018-2019 เพิ่งเปิดฤดูกาลไปไม่นาน สนามหญ้าขนาด 115×74 หลา สถานที่สี่เหลี่ยมผืนผ้าที่นำพาความสุขมาให้พวกเราในทุกสัปดาห์ ในอาณาเขตสีเขียวขจีนี้ มีนักตะคนนึงที่กำลังเป็นที่จับตามองของผู้สื่อข่าว คอมเมนเตเตอร์ รวมถึงบรรดากูรูทั้งหลายมาซักระยะหนึ่งแล้ว และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง…หากคุณถวายตัวเป็น “เดอะ ค็อป” คุณต้องรู้จักเขาผู้นี้เป็นอย่างดี เพราะนักเตะผู้นี้ สถาปนาตัวเองจนก้าวขึ้นมากำลังหลักของทีม เป็นขวัญใจคนใหม่ในถิ่นแอนฟิลด์เป็นที่เรียบร้อย และเขากำลังเร่งสร้างผลงานฉบับมาสเตอร์พีซให้เหล่าบรรดา เดอะ ค็อป ได้ชื่นใจและมีความสุขกับสถานการณ์ในภาพรวมของสโมสร ใช่ครับ…ตามภาพ cover ที่เห็น และตามสถานการณ์จริงที่เป็น iReallyLikeFootball.com กำลังพูดถึงกองหลังค่าตัวสถิติโลก

เฟอร์กิล ฟาน ไดจ์ค

 

…เหมือนเช่นเคยในฐานะคอลัมน์นิสต์ขอขอบคุณสำหรับทุกคำติชมจากทุกท่านเพราะมันคือกำลังใจชั้นดีที่จะนำมาปรับปรุงแก้ไขให้งานชิ้นต่อๆ ไปของทีมงานดียิ่งๆ ขึ้นไป

iReallyLikeFootball.com มั่นใจว่าแฟนลิเวอร์พูลหลายคนกำลังคิดในใจเล่นๆ หรือว่าปีนี้ “คงจะถึงเวลาเสียที” เวลาของความสำเร็จที่รอคอยมายาวนั้นถึง 27 ปี เพื่อที่จะเห็นทีมรักคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกให้ได้เป็นสมัยแรก บางคนผ่านการเป็นลูก เข้าเรียน จวบจนจบมหาลัย จนได้กลายเป็นพ่อคนแม่คน และจนป่านนี้ยังไม่เคยได้เห็นหงส์แดงคว้าแชมป์กับเขาเสียที

 

ฟาน ไดจ์ค

ปี 2018 เดอะ ค๊อป บอกว่านี่คือของขวัญปีใหม่ที่ดีที่สุดในรอบ 10 ปี ไม่ใช่แค่สโมสรยอมควักเงินก้อนมหาศาลเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับทีมเพียงเท่านั้น แต่เป็นการกล้าทุ่มเงินเป็นสถิติเพื่อแลกกับผู้เล่นในตำแหน่งที่มาแก้ไขจุดอ่อน บวกกับต้องชื่นชมความมุ่งมั่นของ JK ที่ไม่ยอมเอาใครมาแทนที่ เพราะในตำแหน่งนี้ต้องเป็น ฟาน ไดจ์ค คนเดียวเท่านั้น! ถึงขนาดพลาดหวังในช่วงตลาดซัมเมอร์ แต่ไม่ยอมถอดใจสุดท้ายตลาดเดือนมกราคมฤดูกาลที่แล้วเปิดอีกรอบ พี่แกก็ประสบความสำเร็จในการคว้าตัว ฟาน ไดจ์คมาร่วมทีมจนได้

 



 

แน่นอนว่ากระแสในเชิงบวกมีพอๆ กับกระแสในเชิงลบ บ้างก็ว่าลิเวอร์พูลคิดผิดที่ยอมควักเงิน 75 ล้านปอนด์ เพื่อกองหลังเพียงคนเดียว แถมไม่ได้เป็นซูเปอร์สตาร์อย่าง เซอร์คิโอ รามอส, ราฟาเอล วาราน หรือมัทส์ ฮุมเมิลส์ อีกทั้งข้อกังขาที่ว่าประสบการณ์ทั้งระดับชาติ รวมถึงระดับสโมสรยุโรปของฟาน ไดจ์คช่างน้อยเหลือเกิน และยังไม่เคยผ่านการเล่นให้กับสโมสรชั้นนำมาเลยด้วยซ้ำ…

 ฟาน ไดจ์ค

ฟาน ไดจ์ค เริ่มเป็นนักเตะเยาวชนให้กับสโมสรวิลเล่ม ทเว ในลีกฮอลแลนด์บ้านเกิด ก่อนจะกลายเป็นนักเตะอาชีพกับสโมสรเอฟซี โกรนิงเก้น ในปีถัดมา อยู่กับโกรนิงเก้น 2 ฤดูกาล ลงสนาม 62 นัด ทำไป 7 ประตู หลังจากนั้นก็ย้ายมาอยู่กลาสโกว์ เซลติก ที่นี่ทำให้เขาได้มีโอกาสลงเล่นในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก โดยเล่นให้เซลติก 2 ฤดูกาล ในปี 2013/2014 และ 2014/2015 ลงสนาม 72 นัด ทำไป 9 ประตู ช่วยให้เซลติกคว้าแชมป์สกอตติซ พรีเมียร์ลีก 2 สมัย และติดทีมยอดเยี่ยม 2 ฤดกาลติด

ฟาน ไดจ์ค

หลังจากนั้นฟาน ไดจ์คก็ย้ายมาอยู่เซาธ์แธมป์ตัน ที่นี่เองทำให้เขาเริ่มเป็นที่สนใจจากบรรดาสโมสรชั้นนำทั่วยุโรป เพราะได้ปะทะกับบรรดากองหน้าชั้นนำของพรีเมียร์ลีกหลายต่อหลายคน ทำให้เค้าฉายแววความโดดเด่นได้อย่างชัดเจน และการเล่นในพรีเมียร์ของเจ้าตัว นับว่าเป็นกำไรอีกอย่างที่ลิเวอร์พูลได้ เมื่อสามารถคว้าตัวฟาน ไดจ์คมาเสริมทัพสำเร็จ นั่นคือไม่ต้องอาศัยการปรับตัวเยอะ เพราะเขาคุ้นเคยกับพรีเมียร์ลีกอยู่ก่อนแล้ว และจะว่าไปเพียงฤดูกาลแรกกับเซาธ์แธมป์ตัน ฟาน ไดจ์ค ก็ทำให้แนวรับทีม “นักบุญ” แข็งแกร่งขึ้นทันตา โดยนำทีมจบฤดูกาลด้วยอันดับที่ 6 เหนือลิเวอร์พูลและเชลซีด้วยซ้ำ!!! ที่ไม่น่าเชื่อก็คือเขาได้รับใบเหลืองแค่ 2 ใบเท่านั้น นั่นทำให้เขาไม่เคยได้รับโทษแบนเลย ถือเป็นผู้เล่นกองหลังที่เล่นบอลได้ฉลาดสุดๆ ไม่ใช่ใช้แต่พละกำลังเพียงอย่างเดียว

 

ฟาน ไดจ์ค

มกราคมปี 2018 ฟาน ไดจ์ค ย้ายมาอยู่กับลิเวอร์พูลด้วยราคาค่าตัว 75 ล้านปอนด์ ถือเป็นกองหลังที่ค่าตัวแพงที่สุดในโลก ซึ่งคำถามก็คือเขาจะโชว์ฟอร์มได้สมกับค่าตัวมหาศาล และทำให้ลิเวอร์พูลแข็งแกร่งขึ้นได้มากน้อยเพียงใด แน่นอนว่าความกดดันมีมากเพราะเขาคือจุดสนใจของทั้งแฟนบอล และบรรดานักข่าวที่คอยจับจ้องทุกนาทีที่อยู่ในสนาม และเพียงเกมแรกดาวเตะทีมชาติฮอลแลนด์ก็เบิกสกอร์แรกให้กับตัวเองได้ในทันที หลังถูกส่งลงเล่นในเกมเอฟเอ คัพ ที่แอนฟิลด์พบกับเอฟเวอร์ตัน ถือเป็นเกมเมอร์ซี่ ไซด์ดาร์บี้ แมตช์นัดแรกของเจ้าตัวอีกด้วย โดยฟาน ไดจ์ค เป็นผู้โหม่งประตูชัยให้ทีมเอาชนะเอฟเวอร์ตันไปได้ 2-1 ดูเหมือนว่า ฟาน ไดจ์ค สามารถปรับตัวเข้ากับทีมใหม่ได้อย่างเร็วเกินคาด และที่สำคัญ ฟาน ไดจ์ค มีส่วนสำคัญช่วยให้ลิเวอร์พูลผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกได้สำเร็จ ถึงแม้จะอกหักได้แค่รองแชมป์ แต่เจ้าตัวก็ติดทีมยอดเยี่ยมในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในฤดูกาลที่แล้วเป็นรางวัลปลอบใจ

ฟาน ไดจ์ค

 



 

พอย้ายมาอยู่ทีมใหญ่ขึ้น แน่นอนเราได้เห็นฝีเท้าของเจ้าตัวชัดเจนมากขึ้นและพบว่า แข้งวัย 27 ปี รายนี้ไม่ได้มีดีแต่เฉพาะลูกกลางอากาศที่เก็บกินเรียบวุธ แต่สไตล์การเล่นลูกภาคพื้นดินที่ยอดเยี่ยม การผ่านบอลทั้งสั้นยาวทำได้ราวกับเป็นกองกลางตัวห้องเครื่องด้วยซ้ำ ยกตัวอย่างเกมกับคริสตัล พาเลซ เกมนัดที่ 2 ของฤดูกาลที่เพิ่งผ่านสายตาพวกเรามา ดาวเตะกัปตันทีมชาติฮอลแลนด์เอาชนะลูกกลางอากาศได้ถึง 16 ครั้ง เคลียร์ลูกอันตรายได้ถึง 8 ครั้ง ต่อบอลสั้น โยนบอลยาวมีครบ ที่สำคัญต้องไม่ลืมว่าเขาต้องรับมือกับคริสติยอง เบนเทเก้ ผู้ที่น้อยคนจะเอาชนะลูกกลางอากาศได้ ว่ากันว่าใครจะดวลลูกโหม่งชนะเบนเทเก้ได้ มันผู้นั้นต้องเกิดเป็นเสาธงชาติสถานเดียว แต่ ฟาน ไดจ์ค เอาอยู่!

ฟาน ไดจ์ค

เรื่องบุคคลิกในสนาม ฟาน ไดจ์ค มีความเป็นผู้นำสูงมาก และนำมาใช้ในสนามได้เป็นอย่างดี ซึ่งเป็นจุดที่ลิเวอร์พูลขาดหายมานานหลังจากหมดยุคของเจมี่ คาร์ราเกอร์ ว่ากันว่า ฟาน ไดจ์ค คือส่วนผสมระหว่างเจมี่ คาร์ราเกอร์ กับ ซามี่ ฮูเปีย ที่มีทั้งความนิ่ง ความห้าวหาญ และความเป็นผู้นำรวมอยู่ในตัว จนบางคนแอบเชียร์ให้เขาเป็นกัปตันทีมคนต่อไป ที่จะก้าวขึ้นมาเป็นตำนานเหมือนกับที่แมนฯ ยู มี เนมานย่า วิดิช, เชลซีมี จอห์น เทอร์รี่ นักเตะกองหลังชั้นดีและมีความเป็นผู้นำคอยสั่งการอยู่หลังบ้านนั่นเอง

จากวันนั้นจวบจนวันนี้หากนับเฉพาะเกมลีกเมื่อลิเวอร์พูลมีฟาน ไดจ์ค อยู่ในสนาม ยอดทีมแห่งเมอร์ซี่ ไซด์ เก็บคลีนชีตได้สูงถึง 10 จาก 16 นัด และไม่เสียประตูในแอนฟิลด์มายาวนานถึง 7 นัดต่อเนื่องแล้ว ว่ากันว่าจริงๆ แล้วลิเวอร์พูลเหมือนได้กองหลังชั้นดีเพิ่มขึ้นถึง 4 รายก็ว่าได้ เพราะ ฟาน ไดจ์ค เข้ามาทำให้แนวรับคนอื่นๆ เล่นดีตามไปด้วย เสมือนได้บัพ อย่างปลายซีซั่นที่แล้วเขาพาเดยัน ลอฟเรน กลับเข้าฝั่ง และในซีซั่นนี้ โจ โกเมซ ที่ลูกผีลูกคน ก็กลายเป็นลูกเรือคนล่าสุดที่ฟาน ไดจ์คจะพากลับเข้าฝั่งอีกคน

เท่าที่สังเกต…แนวรับของ “หงส์แดง” นิ่งขึ้นมากเพราะหลายครั้งที่โดนคู่ต่อสู้กดดัน ฟาน ไดจ์ค ทำให้ทุกอย่างดูง่ายไปหมดโดยเฉพาะถูกกดดันจากลูกกลางอากาศ ฟาน ไดจ์ค จะเป็นคนที่เก่งในเรื่องการคำนวณหาจุดตกของลูกบอลได้ดี และมักจะแก้ไขให้ทุกอย่างง่ายดายในจังหวะสอง จากเมื่อก่อนที่หงส์แดงเสียเตะมุมทีไร เหมือนเสียจุดโทษ

แน่นอนฤดูกาลยังอีกยาวไกลแต่สาวก “หงส์แดง” เห็นสัญญาณที่ดีเริ่มก่อตัวขึ้นแบบนี้ก็อดดีใจแทนด้วยไม่ได้ และด้วยการออกสตาร์ทซีซั่นที่ยอดเยี่ยม เป็นทีมเดียวที่ยังไม่เสียประตูให้กับใคร จึงอดไม่ได้ที่จะหยิบยกเรื่องราวเบื้องหลังเล็กๆ น้อยๆ ของ ผู้สรรค์สร้างภูผาหินให้แนวรับหงส์แดง ของชายที่มีชื่อว่า…เฟอร์กิล ฟาน ไดจ์ค

 


iReallyLikeFootball.com เว็บไซต์ คอลัมน์ฟุตบอล บทความฟุตบอล ข่าวฟุตบอล สร้างสรรค์ผลงานจากความตั้งใจ โดยกลุ่มคนที่รักและชอบฟุตบอลเป็นชีวิตจิตใจ

“Football can make a friend, can make a life”

หากต้องการติดต่อสอบถามหรือขอลงโฆษณา email มาที่ ireallylikefootball@gmail.com
หรือติดต่อเราได้ที่ http://www.ireallylikefootball.com/contact

แสดงความคิดเห็น