จบลงกันไปแล้วนะครับ สำหรับเกมแรกของศึก ยูฟ่า ยูโรป้าลีก บอลถ้วยพระรองของเหล่าสโมสรในยุโรป เมื่อคืนที่ผ่านมามีแข่งขันกันทั้งหมดสองคู่ในรอบตัดเชือกซึ่งลงเตะในเวลาเดียวกัน

คู่แรก โอลิมปิก มาร์กเซย จากฝรั่งเศส เปิด สต๊าด เวโลโดรม เอาชนะ เร้ดบูล ซัลบวร์ก จากออสเตรีย ไป 2 ประตูต่อ 0 จากการยิงของ ฟลอริยองต์ โตแว็ง และ คลินตั้น เอ็นชีเอ้ กุมความได้เปรียบก่อนที่ต้องออกไปเยือนที่ออสเตรียเป็นอย่างมาก


ส่วนคู่เอกของค่ำที่ผ่านมานี้ นั้นให้บรรยากาศที่แตกต่างออกไป ไม่เหมือนกับการดู ยูโรป้าลีก ซักนิด ระหว่าง อาร์เซน่อล กับ แอตเลติโก มาดริด นั้น เป็นเกมที่แฟนบอลหลาย ๆ คนต่างเฝ้ารอคอย เพราะถึงจะเป็น ศึกในเวทีรองอย่าง ยูโรป้า ลีก แต่เกรดบอลของทั้งสองทีมนั้นแทบไม่เป็นรองทั้ง 4 ทีมของรอบตัดเชือกแชมเปี้ยนลีกเลยซักนิด

 



 

แม้เกมยูโรป้าลีกนัดนี้ จะจบลงไปด้วยการเสมอกัน และมีประตูเกิดขึ้นไม่มาก แต่ขอบอกเลยว่าคุณภาพ ความมันส์ และรายละเอียดของเกมนี้นั้นสุดยอดจริง ๆ ใส่กันสมกับเป็นทีมเต็งของรายการ ถ้าใครได้ชมเกมนี้ จะเห็นได้ว่าบรรยากาศก่อนเกมที่ เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม จะเริ่มขึ้นนั้นน่าขนลุกมาก ๆ แฟนบอลทั้งสองทีมเข้ามาเชียร์กันอย่างหนาตา ร่วมเป็นสักขีพยานกว่าหกหมื่นชีวิต

ก่อนเริ่มเกม หลาย ๆ คนคงรู้ดีอยู่แล้วว่า อาร์เซน่อล นั้นต้องมาเล่นเกมรุกตามสไตล์ของพวกเขาอยู่แล้ว และ แอต. มาดริด ก็คงมาเล่นเกมรับแบบเหนียวแน่นและรอจังหวะเคาน์เตอร์แอทแท็คตามถนัด

เกมทำท่าว่าจะดุเดือดตั้งแต่ต้นเกมเมื่อมีการตัดฟาวล์กันบ่อยครั้ง และเป็น ซิเม่ เวอร์ซาลจ์โก้ ของทีมตราหมีที่โดนใบเหลืองติด ๆ กันสองใบ ในนาที ที่ 2 และ 10 จนเป็นใบแดงโดนไล่ออก จนทำให้ตัวกุนซือของทีมอย่าง ดิเอโก้ ซิเมโอเน่ ถึงกับตบะแตก โวยใส่กรรมการถึงจังหวะนี้แบบไม่ยั้ง ทำให้ เกลม็องต์ ตูร์กแป๊ง สิงห์เชิ้ตดำในเกมนี้ไม่มีทางเลือและส่ง ซิเมโอเน่ ขึ่นไปชมเกมบนอัฒจรรย์โน่นเลย

พอ แอตเลติโก มาดริด เหลือผู้เล่นเพียงแค่ 10 คน ลูกทีมของ อาร์แซน เวนเกอร์ ก็ปูพรหมเปิดตำราเกมรุกใส่ทีมตราหมีแบบนอนสต๊อป ส่วนลูกทีมของ ซิเมโอเน่ เจ้าพ่อเกมรับ ก็ได้เล่นเกมรับสมใจอยาก เจียนอยู่เจียนไปในครึ่งแรก แต่ก็ยังเอาตัวรอดมาได้จากวินัยและทีมเวิร์คของทุกคนที่ช่วยกันเล่นอย่างเต็มที่ อาร์เซน่อล นั้นมีโอกาสมากมายที่จะฉวยประตูขึ้นนำ แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่ผ่านผู้เล่นแนวรับของ แอต. มาดริด และ มือของ แยน โอบลัค มือกาวชาวสโลวีเนีย จบครึ่งแรกกันไปแบบโนสกอร์

เริ่มครึ่งหลังมา เหล่าขุนพลไอปืนใหญ่ โหมบุกเข้าใส่อยู่นาน จนความพยายามของเกมรุกอาร์เซน่อลก็มาประสบความสำเร็จ ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 ในนาที่ 61 จากการขึ้นโขกของ อเล็กซองดร์ ลากาแซตต์ จากนั้นเป็นต้นมา อาร์เซน่อล ก็ยังสร้างโอกาสอยู่เรื่อย ๆ จนเกมทำท่าจะจบลงด้วยชัยชนะของพวกเขาอยู่รอมร่อ

แต่แล้วเหตุการณ์ที่กองเชียร์พวกเขาไม่อยากให้เกิดขึ้นก็มาถึงในนาทีที่ 82 เมื่อ แดนนี่ เวลเบ็ค ไปเล่นยากทำเสียบอลในจังหวะที่ทีมกำลังบุกขึ้นไป โฆเซ่ กิเมเนซ ปราการหลังของทีมตราหมี เปิดบอลยาวตูมเดียวไปยังพื้นที่ว่าง โลร็องต์ กอสเซียลนี่ นั้นถึงบอลก่อนแต่เลือกเล่นท่ายากจะกระโดดเตะบอลกลับหลัง บอลเจ้ากรรมกระเด้งอัดหน้าตัวเอง เป็นส้มหล่นให้ทาง อ็องตวน กรีซมันน์ หลุดเข้าไปดวลเดี่ยวกับ ดาวิด ออสปิน่า ถึงจะเติดเซฟของ ออสปิน่า ในจังหวะแรกแต่บอลก็ยังไปเข้าทาง กรีซมันน์ อีกครั้ง มี มุสตาฟี่ ที่พยายามจะวิ่งเข้ามาช่วยบล็อค ก็ดันไปลื่นล้มก้นจ้ำเบ้าอยู่หน้าประตู ปล่อยให้ กรีซมันน์ ทำการซ้ำดาบสองเข้าไปโล่ง ๆ เป็นประตูตีเสมอ แบบหน้าโดนเขกกระโหลกกันทั้งแผงหลัง เหลืออีก 10 นาทีรวมทดเจ็บ อาร์เซน่อล พยายามบุกใส่หวังทวงประตูคืนอีกครั้ง แต่ก็ไม่สามารถส่งบอลผ่านมือ โอบลัค และเกมรับของ แอตเลติโก มาดริดไปได้ จบเกมไปด้วยสกอร์ 1-1 เป็นฝ่ายอาร์เซน่อลที่ผิดหวัง ส่วนแอต. มาดริดนั้นได้อเวย์โกลที่ต้องการกลับไปยังแผ่นดินสเปน

บนผลเสมอนี้ หากใครแค่ตื่นขึ้นมาเช็คผล อาจคิดได้ว่าเป็นเกมที่น่าเบื่อเนื่องจากมีประตูเกิดขึ้นเพียงแค่ 2 ลูก แต่สำหรับคนที่ได้ดูและรู้สึกสนุกไปเกมคุณภาพเกมนี้ สิ่งเหล่านี้แหละที่เป็นเหตุผลทำให้ผมต้องเขียนบทความนี้ขึ้นมา

ในเกมนี้ ถ้าใครได้ขม เราจะได้เห็นบรรยากาศที่ชวนตื่นเต้นจากแฟนบอลมากมายที่ส่งเสียงเชียร์และเข้ามาชมเกมกันแบบคับคั่ง ส่วนตัวผมนั้นถ้าไม่มีโลโก้รายการ ยูโรป้า ลีก ขึ้นมาที่ซ้ายมือของหน้าจอ ผมคงคิดว่ากำลังดูเกมส์แชมเปี้ยนลีกอยู่แน่ ๆ

ไม่เพียงแค่นั้น คุณภาพในเกม การต่อสู้กันระหว่างสองศาสตร์ฟุตบอลต่างขั้ว อาร์เซน่อล ที่รักการเล่นเกมรุกเป็นชีวิตจิตใจ จะทำอย่างไรเมื่อต้องพบกับ แอตเลติโก มาดริด ทีมที่มีเกมรับเหนียวแน่นที่สุดทีมหนึ่งในยุโรป ระหว่างเกมทั้งคู่ใส่กันไม่ยั้งและนั่นเป็นเหตุที่ทำให้ ซิเมโอเน่ ต้องโดนอัปเปหิออกไปชมเกมบนอัฒจรรย์

แต่ด้วยความเก่งของ ซิเมโอเน่ ต่อให้เขาไม่ได้ยืนสั่งการลูกทีมอยู่ที่ข้างสนาม แต่ 15 นาที ในห้องแต่งตัวช่วงพักครึ่ง ผมเชื่อได้ว่าเขาคงใช้มันอย่างคุ้มค่าทุกวินาที ซึ่งมันพิสูจน์ได้จากแผนการเล่นที่เปลี่ยนไปของลูกทีม หลังจากในครึ่งแรก ช่วงที่โดน อาร์เซน่อล บุกเข้าใส่หนัก ๆ ลูกทีมของเขานั่นออกลูกแกว่งอยู่เป็นระยะ ๆ แต่ก็ยังประคองตัวให้จบแบบไม่เสียประตูได้ สิ่งเหล่านั้นเปลี่ยนไปหลังออกมาเล่นใน 45 นาทีหลัง ลูกทีมของ ซิเมโอเน่ ดูนิ่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เล่นเกมรับอย่างอดทน และรอคอยโอกาสในการโต้กลับ

 



 

เป็นลูกทีมของ เวนเกอร์ เองซะอีก ที่น่าผิดหวังสุด ๆ จากโอกาสที่มากมาย และตัวผู้เล่นที่มากกว่า แต่ก็ไม่สามารถตักตวงประโยชน์สูงสุดจากสิ่งเหล่านี้ได้ หลายคนอาจจะโทษ เวนเกอร์ ที่ไม่ทำการแก้เกมหรือเปลี่ยนตัวเลยในขณะที่ทีมได้เปรียบ แต่สำหรับผมนั้นพอเข้าใจได้ เพราะถ้ามองไปที่ผู้เล่นสำรองของ ไอ้ปืนใหญ่ แทบไม่มีใครที่จะลงมาพลิกเกมได้เลย

กลับกัน ซิเมโอเน่ นั้นแม้ว่า แอต. มาดริด ของเขาต้องเล่นแค่ 10 คน เกือบทั้ง 90 นาที พอได้สงบสติอารมณ์ เขาก็กลับมาเป็นกุนซือที่สุขุมเหมือนเดิม เริ่มจากการที่เขายังคงแน่วแน่ในแนวทางเล่นอย่างอดทน จนโอกาสของทีมมาถึงและตีเสมอ ได้อเวย์โกลเป็นสิ่งล้ำค่ากลับไปชี้ชะตาที่ ว่านต๋า เมโทรโปลิตาโน่ สนามเหย้าของพวกเขาเองในเลกที่สอง

หลังจากสิ้นเสียงนกหวีด ผลจากเกมนี้ ทำให้ความผิดหวังนั้นครอบคลุมทัพ อาร์เซน่อล และเหล่ากูนเนอร์ ส่วนตัวของเวนเกอร์เองนั้นก็ชวดเก็บชัยชนะบนเวทียุโรปในบ้านตัวเอง ซึ่งเป็นเกมสุดท้ายของตัวเขากับสโมสร แต่ยังไม่หมดโอกาสที่จะพาทีมคว้าแชมป์ยูโรป้าลีก ส่งท้าย ให้กับตัวเองและอาร์เซน่อล

ในเกมสัปดาห์หน้าที่ ว่านต๋า เมโทรโปลิตาโน่ กรุงมาดริด นั้นจะเป็นเกมที่น่าติดตามเป็นอย่างยิ่ง การดวลกันครั้งนี้ ด้วยเดิมพันที่สูงของทั้งสองทีม ไม่ว่าจะเป็น แอต. มาดริด ของ ซิเมโอเน่ ที่ล้างแชมป์ตั้งแต่ปี 2014 หมายมั่นปั้นมือกับรายการนี้อย่างมาก และเพื่อปิดฉากตำนานสุดยิ่งใหญ่ให้ดังกระหึ่มยิ่งขึ้นไปอีกระหว่าง เวนเกอร์ กับ อาร์เซน่อล หากสามารถคว้าแชมป์รายการนี้ได้ แถมเป็นการส่ง เดอะ กันเนอร์สฺ ไปเล่นแชมป์เปี้ยนลีกอีกครั้งด้วยทางลัด

จะเป็นเกมที่ยากสำหรับทั้งสองทีมอย่างแน่นอน แต่ทว่าการจะก้าวขึ้นไปเป็นแชมเปี้ยน มันไม่มีอะไรง่ายตั้งแต่แรกอยู่แล้วครับ จะเป็นทีมไหนที่ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศที่ลียง สัปดาห์หน้ารู้กัน  !

 


 

iReallyLikeFootball.com เว็บไซต์ คอลัมน์ฟุตบอล บทความฟุตบอล ข่าวฟุตบอล สร้างสรรค์ผลงานจากความตั้งใจ โดยกลุ่มคนที่รักและชอบฟุตบอลเป็นชีวิตจิตใจ

“Football can make a friend, can make a life”

หากต้องการติดต่อสอบถามหรือขอลงโฆษณา email มาที่ ireallylikefootball@gmail.com
หรือติดต่อเราได้ที่ http://www.ireallylikefootball.com/contact